กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2521)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ.2509
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4
แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ.2509
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2520 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 9
แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่า
ภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2514)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2516)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 9
(พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(4) กฎกระทรวง ฉบับที่ 10
(พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(5) กฎกระทรวง ฉบับที่ 11
(พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(6) กฎกระทรวง ฉบับที่ 12
(พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(7) กฎกระทรวง ฉบับที่ 13
(พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(8) กฎกระทรวง ฉบับที่ 14
(พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
(9) กฎกระทรวง ฉบับที่ 15
(พ.ศ.2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
ข้อ 2 ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกตามราคาที่ประกาศตามข้อ2 (1)
แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ.2514) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาค
หลวงแร่พ.ศ.2509 ในอัตราต่อไปนี้
(1)
ร้อยละสามสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัมสำหรับราคาส่วนที่เกิน
สามพันบาท แต่ไม่เกินหกพันบาท
(2) ร้อยละสามสิบห้าของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัมสำหรับราคาส่วนที่เกิน
หกพันบาท แต่ไม่เกินเก้าพันบาท
(3)
ร้อยละสี่สิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินเก้า
พันบาท
ในกรณีที่คำนวณค่าภาคหลวงที่เรียกเก็บตามวรรคหนึ่งแล้ว ค่าภาคหลวงที่จะต้อง
เรียกเก็บเกินร้อยละสามสิบของราคาที่ประกาศ ให้เรียกเก็บเพียงร้อยละสามสิบบาทของ
ราคาที่ประกาศ
ข้อ 3
ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ ในอัตราร้อยละยี่สิบ
ของราคาซึ่งประกาศตามข้อ 2 (2) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 6
(พ.ศ.2514) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
ข้อ 4
ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ทองคำในอัตราร้อยละสามกับห้าสิบเจ็ดในร้อย
ของราคาซึ่งประกาศตามข้อ 2 (3) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2514) พระราช
บัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
ข้อ 5 ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่รัตนชาติในอัตราร้อยละของราคาซึ่งประกาศ
ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีแร่และอัตราค่าภาคหลวงแร่ท้ายกฎกระทรวงนี้ สำหรับราคาซึ่ง
ประกาศดังกล่าวให้ถือราคา ซึ่งประกาศตาม 2 (3) ทวิ
แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2514)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
ข้อ 6
ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่อื่นในอัตราร้อยละของราคาซึ่งประกาศตามที่
กำหนดไว้ในบัญชีแร่และอัตราค่าภาคหลวงแร่ท้ายกฎกระทรวงนี้ สำหรับราคาซึ่งประกาศดัง
กล่าวให้ถือราคาซึ่งประกาศตามข้อ 2 (4)
แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 6
(พ.ศ.25214)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509
ให้ไว้ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2521
เกษม จาติกาวณิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
บัญชีแร่และอัตราค่าภาคหลวงแร่
หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีผู้ขอประทานบัตร
ทำเหมืองแร่รัตนชาติ
ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดพิกัดอัตราค่าภาคหลวงสำหรับแร่รัตนชาติเป็นการ
เพิ่มขึ้นในกฎกระทรวง ฉบับที่ 7
(พ.ศ.2514) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตรา
ค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ.2509
อันเป็นกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าภาคหลวงแร่
ประกอบกับกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว
ได้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วถึง 8 ครั้ง สมควรนำพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่มารวมไว้เป็นฉบับเดียวกันเพื่อความสะดวกในการใช้ จึงจำเป็นต้อง
ออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).