ข้อ ๒ ให้นำกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ประกาศ มติ หลักเกณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีที่กำหนดไว้แล้วซึ่งใช้อยู่เดิม มาใช้บังคับในการคัดเลือก การทำความตกลง การให้ความเห็นชอบ และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมา เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีกฎ ก.ตร. ใหม่ขึ้นใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ โดยที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ ๔๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ โดยในข้อ ๕ ของคำสั่งดังกล่าว กำหนดให้ ก.ตร. ดำเนินการออกกฎ ก.ตร. เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับแต่เนื่องจากในการออกกฎ ก.ตร. มีกระบวนการและขั้นตอนซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการออกกฎให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานบุคคลในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องนำกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ ประกาศ มติ หลักเกณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีที่กำหนดไว้แล้วซึ่งใช้อยู่เดิม มาใช้บังคับในการคัดเลือก การทำความตกลง การให้ความเห็นชอบ และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีกฎ ก.ตร. ใหม่ขึ้นใช้บังคับ จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ตร. นี้
วิศนี/ปริยานุช/จัดทำ
๒๒ มกราคม ๒๕๕๙
วิศนี/ตรวจ
๒๒ มกราคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๓ ก/หน้า ๖/๘ มกราคม ๒๕๕๙