กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลเกาะพะงัน และตำบลบ้านใต้
อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ
๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้มีนโยบายและมาตรการ
เพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑)
พัฒนาและส่งเสริมให้ชุมชนเกาะพะงันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่อเนื่องจากชุมชนเกาะสมุย
(๒)
พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
(๓)
พัฒนาและส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเพื่อรองรับการท่องเที่ยวต่อเนื่องจากชุมชนเกาะสมุย
(๔)
พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๕)
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผัง ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง
ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม
ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง
ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ และหมายเลข ๔.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
(๕)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเทภชนบทและเกษตรกรรม
(๖)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๗)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๘)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ และหมายเลข ๘.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวและการประมง
(๙)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๐)
ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน
ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ ๗
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และอยู่นอกระยะ ๒๐๐ เมตร
จากแนวชายฝั่งทะเล
(๒)
คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(๓)
คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๔)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(๕)
คลังวัตถุระเบิด
(๖)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๗)
ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(๘)
สุสานหรือฌาปนสถาน
(๙)
กำจัดมูลฝอย
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และอยู่นอกระยะ ๒๐๐ เมตร
จากแนวชายฝั่งทะเล
(๒)
คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(๓)
คลังเชื้อเพลิงเพื่อขายส่ง
(๔)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(๕)
คลังวัตถุระเบิด
(๖)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๗)
ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(๘)
สุสานหรือฌาปนสถาน
(๙)
กำจัดมูลฝอย
ข้อ ๙
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่
โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณและห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และอยู่นอกระยะ ๒๐๐ เมตร
จากแนวชายฝั่งทะเล
(๒)
คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(๓)
คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๔)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๕)
คลังวัตถุระเบิด
(๖)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๗)
ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(๘)
สุสานหรือฌาปนสถาน
(๙)
กำจัดมูลฝอย
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการและคลังสินค้าเป็นส่วนใหญ่
โดยให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมบริการ
คลังสินค้า อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม คลังสินค้าที่ไม่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
อุตสาหกรรมบริการที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
และโรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับคลังสินค้าที่ไม่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(๒)
คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(๓)
สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(๔)
สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๕)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๖)
ทัณฑสถาน
(๗)
สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก
(๘)
สุสานหรือฌาปนสถาน
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่
โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบการพาณิชย์ หรือประกอบอุตสาหกรรม
(๒)
โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(๓)
เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข เว้นแต่อยู่นอก ระยะ
๑,๐๐๐ เมตร จากแนวชายฝั่งทะเล
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา
หรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวและการประมงให้ใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การท่องเที่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
การประมงชายฝั่ง หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๗
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๕
มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖
ชำนิ ศักดิเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๒.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๗
(พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๓.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๔.
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๕.
รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๗ (พ.ศ.
๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลเกาะพะงัน และตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมืองและโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ปรับปรุง
๑๔
กันยายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๗๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๗/๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).