法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2521 (ฉบับ Update ณ วันที่ 26/03/2558)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

พ.ศ. ๒๕๒๑

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๑

เป็นปีที่

๓๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕

แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๒๐ และมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

พ.ศ. ๒๕๒๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ผู้ได้รับเบี้ยหวัดหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ หรือบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ต่ำกว่าเดือนละสี่พันบาท

ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ เรียกโดยย่อว่า “ช.ค.บ.”

ในอัตราเดือนละสองร้อยบาท

ผู้ได้รับเบี้ยหวัดหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ หรือบำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการตั้งแต่เดือนละสี่พันบาทขึ้นไปแต่ไม่เกินสี่พันสองร้อยบาท

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราเดือนละสองร้อยบาท แต่เมื่อรวม ช.ค.บ.

กับเบี้ยหวัดบำนาญแล้ว ให้ได้รับไม่เกินเดือนละสี่พันสองร้อยบาท

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๒]

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอด

ในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ ต่ำกว่าเดือนละสี่พันบาท ให้ได้รับ

ช.ค.บ. ในอัตราเดือนละหนึ่งร้อยบาท

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอด

ในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ ตั้งแต่เดือนละสี่พันบาทขึ้นไป

แต่ไม่เกินสี่พันหนึ่งร้อยบาท ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราเดือนละหนึ่งร้อยบาท

แต่เมื่อรวม ช.ค.บ. กับบำนาญแล้ว ให้ได้รับไม่เกินเดือนละสี่พันหนึ่งร้อยบาท

มาตรา

๔ ทวิ[๓] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓

และยังคงได้รับหรือมีสิทธิได้รับอยู่ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕

เดือนละต่ำกว่าอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓

ของข้าราชการแต่ละประเภท ตามกฎหมายว่าด้วยการให้ปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม

หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ แล้วแต่กรณี ให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มอีกในอัตราเดือนละร้อยละสามสิบเก้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับแต่ทั้งนี้

เมื่อรวม ช.ค.บ. ตามวรรคนี้กับเบี้ยหวัดหรือบำนาญแล้ว

ให้ได้รับไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓

ของข้าราชการแต่ละประเภทดังกล่าว

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๓ เป็นต้นมา

และยังคงได้รับหรือมีสิทธิได้รับอยู่ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕ เดือนละต่ำกว่าอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข

๓ ของข้าราชการแต่ละประเภท ตามกฎหมายว่าด้วยการให้ปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ

บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ

แล้วแต่กรณี ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีกในอัตราเดือนละร้อยละสิบหกของจำนวนเบี้ยหวัด

หรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

แต่ทั้งนี้เมื่อรวม ช.ค.บ. ตามวรรคนี้กับเบี้ยหวัดหรือบำนาญแล้ว

ให้ได้รับไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓ ของข้าราชการแต่ละประเภทดังกล่าว

สำหรับผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ให้ถือบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓

ของผู้ที่ก่อให้เกิดสิทธิในบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดนั้น

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญรายใดไม่อาจนำอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข

๓ ของข้าราชการแต่ละประเภทมาใช้บังคับ ให้ใช้อัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนหมายเลข

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา

๔ ตรี[๔]

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว ในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตรา ดังนี้

(๑) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญ และ ช.ค.บ. ตามมาตรา

๓ มาตรา ๔ หรือมาตรา ๔ ทวิ แล้วแต่กรณี อยู่แล้ว ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีกในอัตราเดือนละร้อยละหกของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

และ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละหกของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา

๔ จัตวา[๕] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตรา ดังนี้

(๑) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. ตามมาตรา ๓

มาตรา ๔

มาตรา ๔ มาตรา ๔ ทวิ หรือมาตรา ๔ ตรี แล้วแต่กรณี อยู่แล้ว ให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มอีกในอัตราเดือนละร้อยละสิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละสิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา

๔ เบญจ[๖] ผู้ได้รับบำนาญปกติที่มีเวลาราชการรวมกันทั้งสิ้นไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

และได้รับ ช.ค.บ. ตามมาตรา ๓ มาตรา ๔ ทวิ มาตรา ๔ ตรี หรือมาตรา ๔ จัตวา

แล้วแต่กรณี อยู่แล้วให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตรา ดังนี้

(๑) ถ้าผู้ที่ได้รับบำนาญปกติมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป

แต่ไม่ถึงแปดสิบปีบริบูรณ์ และได้รับบำนาญปกติรวมกับ ช.ค.บ.

เดือนละไม่ถึงสามพันบาทให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของเงินจำนวนสามพันบาทหักด้วยบำนาญปกติและ

ช.ค.บ. ที่ได้รับอยู่

(๒) ถ้าผู้ที่ได้รับบำนาญปกติมีอายุตั้งแต่แปดสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป

แต่ไม่ถึงเก้าสิบปีบริบูรณ์ และได้รับบำนาญปกติรวมกับ ช.ค.บ.

เดือนละไม่ถึงห้าพันบาทให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของเงินจำนวนห้าพันบาทหักด้วยบำนาญปกติและ

ช.ค.บ. ที่ได้รับอยู่

(๓) ถ้าผู้ที่ได้รับบำนาญปกติมีอายุตั้งแต่เก้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป

และได้รับบำนาญปกติรวมกับ ช.ค.บ. เดือนละไม่ถึงหกพันบาทให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของเงินจำนวนหกพันบาทหักด้วยบำนาญปกติและ

ช.ค.บ. ที่ได้รับอยู่

มาตรา

๔ ฉ[๗] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ

บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว

และยังคงได้รับหรือมีสิทธิได้รับอยู่ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราดังนี้

(๑) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญก่อนวันที่ ๒ กันยายน

พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละสี่สิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตั้งแต่วันที่ ๒ กันยายน

พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละยี่สิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ และ ช.ค.บ.

ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๓) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตั้งแต่วันที่ ๒

มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึงวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละสิบสองของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา

๔ สัตต[๘] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอด

ในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว

ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราดังนี้

(๑)

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. อยู่แล้ว ให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มอีกในอัตราเดือนละร้อยละสิบเอ็ดของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒)

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ให้ได้รับ

ช.ค.บ.ในอัตราเดือนละร้อยละสิบเอ็ดของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา

๔ อัฎฐ[๙]

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราดังนี้

(๑)

ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. อยู่แล้ว ให้ได้รับ

ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละร้อยละสามของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒)

ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราเดือนละ ร้อยละสามของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา ๔

มาตรา ๔ นว[๑๐]

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษ

หรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถ้าได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมกันทุกประเภทเมื่อรวมกับ

ช.ค.บ. แล้ว ต่ำกว่าเดือนละเก้าพันบาท ให้ได้รับ ช.ค.บ.

เพิ่มอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของจำนวนเงินเก้าพันบาทหักด้วยจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญทุกประเภท

และ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

มาตรา

๔[๑๑] ทศ ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษ

หรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ

ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้วในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

เป็นต้นไป

(๑)

ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. อยู่แล้ว ให้ได้รับ

ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละร้อยละห้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒)

ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละห้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา

๔ เอกาทศ[๑๒] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ

บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษ

หรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้วในวันที่

๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐

เป็นต้นไป

(๑)

ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ. อยู่แล้ว ให้ได้รับ

ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละร้อยละสี่ของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒)

ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ให้ได้รับ ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละสี่ของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ

ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ทวาทศ[๑๓]

ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ

บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษ

หรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

(๑) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

อยู่แล้ว ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละร้อยละห้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ

ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ให้ได้รับ

ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละห้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา ๔

มาตรา ๔ เตรส[๑๔] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ

บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ

บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับ ช.ค.บ. ในอัตราดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

(๑) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ ช.ค.บ.

อยู่แล้ว ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นอีกในอัตราเดือนละร้อยละสี่ของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญและ

ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

(๒) ผู้ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเฉพาะเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ให้ได้รับ

ช.ค.บ.

ในอัตราเดือนละร้อยละสี่ของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

การคำนวณ ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา ๕

มาตรา ๕[๑๕] ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

ไม่มีสิทธิได้รับ ช.ค.บ.ตามมาตรา ๓ หรือมาตรา ๔

ถ้าเข้ารับราชการหรือกลับเข้ารับราชการหรือเข้าทำงานหรือกลับเข้าทำงานสังกัดราชการส่วนกลาง

ราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่น

มาตรา ๖

มาตรา ๖

การจ่าย ช.ค.บ. ให้นำกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เว้นแต่ในกรณีผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญถึงแก่ความตาย ให้จ่าย ช.ค.บ.

เพียงวันที่ถึงแก่ความตาย

มาตรา ๗

มาตรา ๗

การเบิกจ่าย ช.ค.บ. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ส. โหตระกิตย์

รองนายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากภาวะการครองชีพโดยทั่วไปในปัจจุบันได้สูงขึ้นมาก สมควรให้เงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งเป็นเงินช่วยค่าครองชีพแก่ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

โดยให้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพแล้วไม่เกินเดือนละสี่พันสองร้อยบาท

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓[๑๖]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔

บัญญัติให้ทายาทผู้รับบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดเท่านั้นเป็นผู้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

ซึ่งไม่สอดคล้องกับการจ่ายเงินบำนาญพิเศษและบำนาญตกทอดในกรณีที่ผู้ตายไม่มีทายาท สมควรให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญด้วย

นอกจากนี้เมื่อได้มีการปรับให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร ฯลฯ เพื่อให้ข้าราชการทหาร ฯลฯ มีรายได้เหมาะสมกับภาวะการครองชีพในปัจจุบันแล้ว

ในการนี้ สมควรให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓

เดือนละต่ำกว่าอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๒ ของข้าราชการแต่ละประเภท

ตามกฎหมายว่าด้วยการให้ปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร ฯลฯ แล้วแต่กรณี ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มในอัตราเดือนละร้อยละยี่สิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕[๑๗]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการโดยให้ได้รับตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข

๓ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕

ในการนี้สมควรให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นในรูปเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญด้วย แต่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวมีอยู่สองประเภท

คือ ประเภทแรกได้แก่ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญในวันที่ ๑

มกราคม ๒๕๒๓ (วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓) และได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญอยู่แล้วตามพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยคำนวณจากเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๑

กับประเภทที่สอง ได้แก่ผู้ซึ่งได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตั้งแต่วันที่

๒ มกราคม ๒๕๒๓ (หลังวันที่พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ ใช้บังคับ)

โดยคำนวณจากเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๒

และยังไม่มีการเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพ

จึงจำเป็นต้องปรับให้บุคคลทั้งสองประเภทได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มในอัตราส่วนเท่าเทียมกันและสอดคล้องกับเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข

๓ ดังนั้น ผู้ได้รับเบี้ยหวัดฯ ประเภทแรก

จึงควรให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละสามสิบเก้าและผู้ได้รับเบี้ยหวัดฯ

ประเภทหลังจึงควรให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละสิบหกของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕

เป็นต้นไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๒[๑๘]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับอยู่เดิมให้สอดคล้องกัน

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๓[๑๙]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับอยู่เดิมให้สอดคล้องกัน

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๓[๒๐]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากผู้รับบำนาญปกติซึ่งได้รับราชการมาเป็นเวลานาน

ขณะนี้สูงอายุและได้รับเงินบำนาญเป็นจำนวนน้อยไม่เหมาะสมกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้รับบำนาญปกติซึ่งมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป

สมควรปรับปรุงเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับอยู่เดิมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๕[๒๑]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับอยู่เดิมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

และเพื่อให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่เข้าทำงานหรือกลับเข้าทำงานในรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

หรือองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

ๆ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญในอัตราที่น้อยยังคงมีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๘[๒๒]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้สูงขึ้นจากที่ได้รับอยู่เดิมเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๗[๒๓]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับภาวะการครองชีพ สมควรเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้สอดคล้องกัน

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๘[๒๔]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันได้เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น

เพื่อช่วยเหลือผู้ซึ่งได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญในการครองชีพ

สมควรปรับปรุงเงินช่วยค่าครองชีพสำหรับผู้ซึ่งได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญซึ่งเมื่อรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพแล้วต่ำกว่าเดือนละห้าพันหนึ่งร้อยบาท

ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของจำนวนเงินห้าพันหนึ่งร้อยบาทหักด้วยจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ

และเงินช่วยค่าครองชีพที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๘[๒๕]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับภาวะการครองชีพ สมควรเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้สอดคล้องกันจึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๒๖]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

ให้เหมาะสมกับภาวะการครองชีพ

สมควรเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๒[๒๗]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันได้เพิ่มสูงขึ้น

สมควรปรับปรุงเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

เพื่อให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญซึ่งเมื่อรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญแล้วต่ำกว่าเดือนละหกพันบาทได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพิ่มอีกตามอัตราที่กำหนด

อันเป็นการช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวในการครองชีพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ๑๔)

พ.ศ. ๒๕๕๔[๒๘]

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการประเภทต่าง ๆ

สมควรเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้แก่ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพื่อให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๘๑/๒๕๕๗ เรื่อง

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๒๑[๒๙]

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ๑๕)

พ.ศ. ๒๕๕๘[๓๐]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น

ประกอบกับมีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพ

สมควรเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้แก่ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเพื่อให้สอดคล้องกัน

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

จุฑามาศ/เพิ่มเติม

๔ สิงหาคม ๒๕๕๗

ปริญสินีย์/ปรับปรุง

๑๗ เมษายน

๒๕๕๘

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๑๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐/๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๑

[๒]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๓]

มาตรา ๔ ทวิ

มาตรา ๔ ทวิ

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๒๕

[๔]

มาตรา ๔ ตรี

มาตรา ๔ ตรี เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๒

[๕]

มาตรา ๔ จัตวา

มาตรา ๔ จัตวา เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๓

[๖]

มาตรา ๔ เบญจ

มาตรา ๔ เบญจ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๓

[๗]

มาตรา ๔ ฉ

มาตรา ๔ ฉ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่

๗) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๘]

มาตรา ๔ สัตต

มาตรา ๔ สัตต เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๘

[๙]

มาตรา ๔ อัฏฐ

มาตรา ๔ อัฏฐ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่

๙) พ.ศ. ๒๕๔๗

[๑๐]

มาตรา ๔ นว

มาตรา ๔ นว แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๘๑/๒๕๕๗ เรื่อง

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๒๑

[๑๑]

มาตรา ๔ ทศ

มาตรา ๔ ทศ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่

๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๑๒]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ เอกาทศ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๑๓]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ทวาทศ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๑๔]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ เตรส เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๕๘

[๑๕]

มาตรา ๕

มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๑๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๓๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๖/๑๑ มีนาคม ๒๕๒๓

[๑๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๒๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕

[๑๘]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๑๑/หน้า ๑/๑๗ มกราคม ๒๕๓๒

[๑๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๕๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๓/๙ เมษายน ๒๕๓๓

[๒๐]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๒๔๓/หน้า ๕๑๒/๖ ธันวาคม ๒๕๓๓

[๒๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๗๐/หน้า ๑/๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๕

[๒๒]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๓๗/๓๐ มกราคม ๒๕๓๘

[๒๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๓๙ ก/หน้า ๑/๓ สิงหาคม ๒๕๔๗

[๒๔]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๘๕ ก/หน้า ๑๐/๒๓ กันยายน ๒๕๔๘

[๒๕]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๑๐ ก/หน้า ๖/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

[๒๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า ๙/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๐

[๒๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๔๖ ก/หน้า ๑๑/๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒

[๒๘]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๑/๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔

[๒๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง/หน้า ๕/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗

[๓๐]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๒๑ ก/หน้า ๘๙/๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2521 (ฉบับ Update ณ วันที่ 26/03/2558) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_38597f546f105135

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com