法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการ กรณีขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือมีลักษณะต้องห้าม กรณีหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม กรณีมีมลทินหรือมัวหมอง และกรณีต้องรับโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ร.

ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการ

กรณีขาดคุณสมบัติทั่วไป

หรือมีลักษณะต้องห้าม

กรณีหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตน

ไม่เหมาะสม

กรณีมีมลทินหรือมัวหมอง และกรณีต้องรับโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำ

โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล

พ.ศ. ๒๕๕๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๓) มาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง (๓) (๖) (๗) และ

(๘) และมาตรา ๘๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ก.ร. จึงออกกฎ ก.ร. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ร.

นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อมีกรณีที่จะต้องสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพราะเหตุดังต่อไปนี้

ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ ต้องให้ผู้นั้นมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ

และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน

(๑) ขาดคุณสมบัติทั่วไปเนื่องจากไม่มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๓๗ ก. (๑)

(๒) มีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา ๓๗ ข.

(๑)

(๓) มีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากเป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองตามมาตรา

๓๗ ข. (๒)

(๔) มีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากเป็นคนไร้ความสามารถ

คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.ร. ทั้งนี้

ตามมาตรา ๓๗ ข. (๓)

(๕) มีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลายตามมาตรา ๓๗ ข. (๖)

(๖)

ต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาลซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามมาตรา

๘๓ (๘)

หากผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒

พิจารณาหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่ามีเหตุตามวรรคหนึ่ง

ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามมาตรา ๘๓ (๓) หรือ (๘) เพราะเหตุดังกล่าว แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อมีกรณีที่จะต้องสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพราะเหตุดังต่อไปนี้

ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒

สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อทำการสอบสวนโดยไม่ชักช้า

(๑) ขาดคุณสมบัติทั่วไปเนื่องจากไม่เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา

๓๗ ก. (๓)

(๒) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ

บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการตามมาตรา ๘๓ (๖)

การสอบสวนตามวรรคหนึ่งและการสั่งให้ออกจากราชการ ให้นำความในมาตรา ๗๐

วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อมีกรณีที่จะต้องสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพราะเหตุที่มีกรณีถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา

๖๘ และผลการสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะฟังลงโทษตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง

หากผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒

เห็นว่ามีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวน

ถ้าให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ

ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามมาตรา ๘๓ (๗)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการตามกฎ

ก.ร. นี้ ให้ทำเป็นคำสั่งระบุเหตุแห่งการสั่งให้ออกจากราชการ

ระบุวันที่จะให้ออกจากราชการซึ่งต้องเป็นไปตามระเบียบ ก.ร. ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการรัฐสภาสามัญ

รวมทั้งต้องแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์ไว้ในคำสั่งนั้นด้วย

และเมื่อมีคำสั่งแล้วให้แจ้งให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งให้ออกจากราชการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา

๔๒ มีคำสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการตามกฎ ก.ร. นี้แล้ว ให้รายงาน ก.ร.

และให้นำมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่ ก.ร. เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

และมีมติเป็นประการใดให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒

ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ ก.ร. มีมติ

เมื่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒

มีคำสั่งหรือปฏิบัติตามที่ ก.ร.

มีมติแล้วให้แจ้งคำสั่งหรือการปฏิบัติดังกล่าวให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นทราบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามกฎ ก.ร. นี้

มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.ร. ภายในสามสิบวัน นับแต่วันทราบหรือวันที่ถือว่าทราบคำสั่งให้ออกจากราชการตามข้อ

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

สมศักดิ์

เกียรติสุรนนท์

ประธานรัฐสภา

ประธาน

ก.ร.

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ร. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔

บัญญัติให้การสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามมาตรา

๘๓ (๓) กรณีขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีลักษณะต้องห้าม มาตรา ๘๓ (๖)

กรณีหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม มาตรา ๘๓ (๗)

กรณีมีมลทินหรือมัวหมอง และมาตรา ๘๓ (๘)

กรณีต้องรับโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ร. ดังนั้น

เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความยุติธรรมและปราศจากอคติ

โดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพของทางราชการและเป็นหลักประกันความเป็นธรรมแก่ข้าราชการรัฐสภาสามัญ

สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ร. นี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๙ สิงหาคม

๒๕๕๖

ชาญ/ผู้ตรวจ

๓๐ สิงหาคม

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๗/๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๖

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญออกจากราชการ กรณีขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือมีลักษณะต้องห้าม กรณีหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม กรณีมีมลทินหรือมัวหมอง และกรณีต้องรับโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_39a211d32eddc886

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com