มาตรา ๑๓
ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็น
นายกสภามหาวิทยาลัย
เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ อธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน
และผู้อำนวยการสำนักในมหาวิทยาลัยถ้ามี เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง
และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนและไม่เกินเก้าคน
ให้รองอธิการบดีเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
ในกรณีมีรองอธิการบดี
หลายคน
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่ง เป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๔
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งสองปี
แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้งใหม่อีกก็ได้
มาตรา ๑๕
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย
และโดยเฉพาะมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) จัดวางระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๒) พิจารณาหลักสูตรวิชาเพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบของสภาการศึกษาแห่งชาติ
(๓)
จัดหาวิธีการอันจะยังการศึกษาอบรมและการวิจัยของมหาวิทยาลัย
ให้เจริญยิ่งขึ้น
(๔) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรชั้นสูง
อนุปริญญาและประกาศนียบัตร
(๕) เสนอการจัดตั้ง ยุบรวมและเลิกคณะ บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน
สำนักและภาควิชา
(๖) พิจารณาการรับบัณฑิตวิทยาลัย
วิทยาลัยหรือสถาบันวิชาการชั้นสูง
เข้าสมทบในมหาวิทยาลัย
(๗) พิจารณาการแต่งตั้งและถอดถอนอธิการบดี รองอธิการบดี
คณบดี
รองคณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าภาควิชา ศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์
(๘)
จัดวางระเบียบเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๖
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย
ถ้ากรรมการสภามหาวิทยาลัยตั้งแต่สามคนขึ้นไปร้องขอให้สภามหาวิทยาลัย
ประชุมเพื่อกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย
ในการประชุม ต้องมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจมาประชุมได้
ถ้าได้มอบหมายให้บุคคลใดเป็นประธานในที่ประชุม
ให้บุคคลนั้นมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยในการประชุมนั้น
แต่ถ้าไม่ได้มอบหมายก็ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๑๗
การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๘
ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในการ
บริหารงานของมหาวิทยาลัย
จะมีรองอธิการบดีคนหนึ่งหรือหลายคนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยก็ได้
อธิการบดีนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งโดยคำแนะนำของ
สภามหาวิทยาลัย และให้ดำรงตำแหน่งสองปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งใหม่อีก ก็ได้
มาตรา ๑๙
อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณวุฒิดังนี้
(๑) ได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือ
(๒) ได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย หรือได้ปริญญาหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี
มาตรา ๒๐
ในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลงหรืออธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาการแทนถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน
ถ้าอธิการบดีไม่ได้มอบหมายให้รองอธิการบดีที่มีอาวุโสเป็นผู้รักษาการแทน
ในกรณีที่ไม่มีรองอธิการบดี
ให้สภามหาวิทยาลัยกำหนดกรรมการ
สภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่งคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดี
มาตรา ๒๑
เพื่อประโยชน์ในการบังคับบัญชาให้ถือว่าอธิการบดีเป็นอธิบดีและรองอธิการบดีเป็นรองอธิบดี
ทั้งนี้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและกฎหมาย อื่น ๆ
มาตรา ๒๒
ในคณะหนึ่ง ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ในงานของคณะ
จะมีรองคณบดีคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยก็ได้
คณบดีนั้น สภามหาวิทยาลัยจะได้แต่งตั้งจากคณาจารย์หรือผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วและให้ดำรงตำแหน่งสี่ปี
แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
ถ้ามีการแบ่งภาควิชาก็ให้มีหัวหน้าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในงานของภาควิชา
มาตรา ๒๓ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วยคณบดีเป็นประธาน
กรรมการ
และหัวหน้าภาควิชาในคณะนั้นเป็นกรรมการ ถ้าในคณะไม่มีการแบ่งภาควิชาหรือ
มีไม่ถึงสี่ภาควิชา ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณาจารย์ในคณะเป็นกรรมการหรือเป็นกรรมการเพิ่มเติมให้ได้จำนวนสี่คน
ให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเลขานุการ
กรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งสองปีแต่อาจได้รับ แต่งตั้งใหม่อีกได้
มาตรา ๒๔
คณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) วางระเบียบของคณะด้วยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
(๒) กำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรเพื่อเสนอต่อ
สภามหาวิทยาลัย
(๓) จัดการสอบไล่
(๔) รับปรึกษาและให้ความเห็นแก่คณบดี
มาตรา ๒๕
ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ในงานของบัณฑิตวิทยาลัย
จะมีรองคณบดีคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยก็ได้
คณบดีนั้น
สภามหาวิทยาลัยจะได้แต่งตั้งจากคณาจารย์หรือผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วและให้ดำรงตำแหน่งสี่ปี
แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
ถ้ามีการแบ่งภาควิชาก็ให้มีหัวหน้าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในงานของภาควิชา
มาตรา ๒๖
ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยประกอบด้วยคณบดี
เป็นประธานกรรมการ
และกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ในบัณฑิตวิทยาลัยนั้นมีจำนวนไม่เกินเก้าคน
ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเลขานุการ
กรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งสองปี
แต่อาจได้รับ
แต่งตั้งใหม่อีกได้
มาตรา ๒๗
คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑)
วางระเบียบของบัณฑิตวิทยาลัยด้วยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
(๒)
กำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรเพื่อเสนอต่อสภา
มหาวิทยาลัย
(๓) จัดการสอบไล่
(๔) รับปรึกษาให้ความเห็นแก่คณบดี
มาตรา ๒๘
ในสถาบัน ให้มีผู้อำนวยการสถาบันคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบในงานของสถาบัน
มาตรา ๒๙
ให้มีคณะกรรมการประจำสถาบัน ประกอบด้วยผู้อำนวยการ
สถาบันเป็นประธานกรรมการ
และกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจาก
คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นมีจำนวนไม่เกินเก้าคน
ให้คณะกรรมการประจำสถาบันแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเลขานุการ
กรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งสองปีแต่อาจได้รับ
แต่งตั้งใหม่อีกได้
มาตรา ๓๐
คณะกรรมการประจำสถาบันมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) วางระเบียบของสถาบันด้วยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
(๒)
กำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรเพื่อเสนอต่อ
สภามหาวิทยาลัย
(๓) จัดการสอบไล่
(๔) รับปรึกษาและให้ความเห็นแก่ผู้อำนวยการสถาบัน
มาตรา ๓๑
ในสำนัก ให้มีผู้อำนวยการสำนักคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา
รับผิดชอบในงานของสำนัก
มาตรา ๓๒
ให้มีคณะกรรมการประจำสำนัก ประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักเป็นประธานกรรมการ
และกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นมีจำนวนไม่เกินเก้าคน
ให้คณะกรรมการประจำสำนักแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเลขานุการ
กรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งสองปี
แต่อาจได้รับ
แต่งตั้งใหม่อีกได้
มาตรา ๓๓
คณะกรรมการประจำสำนักมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) วางระเบียบของสำนักด้วยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
(๒)
กำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรเพื่อเสนอต่อ
สภามหาวิทยาลัย
(๓) จัดการสอบไล่
(๔) รับปรึกษาและให้ความเห็นแก่ผู้อำนวยการสำนัก
มาตรา ๓๔
ในการประชุมคณะกรรมการประจำคณะ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
คณะกรรมการประจำสถาบันหรือคณะกรรมการประจำสำนัก ให้นำมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๕
คณาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีดังนี้
(๑)
ศาสตราจารย์ซึ่งอาจเป็นศาสตราจารย์ประจำหรือศาสตราจารย์พิเศษ
(๒) รองศาสตราจารย์
(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
(๔) อาจารย์ซึ่งอาจเป็นอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ
มาตรา ๓๖
ศาสตราจารย์พิเศษนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๗
ศาสตราจารย์ประจำซึ่งพ้นตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด
ให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ
มาตรา ๓๘
ศาสตราจารย์ต้องมีคุณวุฒิดังนี้
(๑) ได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย หรือได้ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า
ในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ซึ่ง
สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการวิจัยถึงขั้นที่ สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดี หรือ
(๒) ได้ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาโทหรือเทียบเท่าใน
สาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการวิจัยถึงขั้นที่
สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดี หรือ
(๓) ได้ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าใน
สาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือ
ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการวิจัยถึงขั้นที่สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดีหรือ
(๔) ได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาหรือเทียบเท่าในสาขา
วิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทำการวิจัยถึงขั้นที่สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดีเป็นพิเศษในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๙ รองศาสตราจารย์ต้องมีคุณวุฒิดังนี้
(๑) ได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า
ในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการวิจัยถึงขั้นที่
สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดี หรือ
(๒) ได้ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย หรือได้ปริญญาโทหรือเทียบเท่า
ในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการวิจัยถึงขั้นที่
สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดี หรือ
(๓) ได้ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย หรือได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีในมหาวิทยาลัย
หรือ
ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการวิจัยถึงขั้น
ที่สภามหาวิทยาลัยเห็นว่าได้ผลดี
มาตรา ๔๐
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องมีคุณวุฒิดังนี้
(๑) ได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย หรือได้ปริญญาเอก
หรือเทียบเท่า
ในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่ง
สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือ
(๒) ได้ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาโทหรือเทียบเท่าใน
สาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือ
(๓) ได้ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าใน
สาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่ง
สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปีในมหาวิทยาลัย
หรือในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
มาตรา ๔๑
อาจารย์ประจำต้องมีคุณวุฒิได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย
หรือได้ปริญญาหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือเป็นผู้มีความชำนาญในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย
อาจารย์พิเศษนั้นอธิการบดีจะได้แต่งตั้งขึ้นประจำปีการศึกษาตามคำแนะนำของคณบดีจากบุคคลที่มีคุณวุฒิเช่นเดียวกับอาจารย์ประจำ
ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).