ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวซึ่งมิใช่การจัดสรรที่ดินที่มีความสูงของอาคารไม่เกิน
๙ เมตร
และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตสถาบันการศึกษา
สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตและหากใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า
ให้มีที่ว่างโดยรอบสำหรับการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของที่ว่าง
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อจำหน่าย
(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ
และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๗) สนามกอล์ฟหรือสนามไดรฟ์กอล์ฟ
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๐ สายอุดรธานี -
วังสะพุง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (ชุมแพ) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (นาคำไฮ) - ข้าวสาร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๖
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๒๘ (หนองบัวลำภู) - เขื่อนอุบลรัตน์ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า
๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค