กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองบัวลำภู
พ.ศ. ๒๕๕๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ในท้องที่จังหวัดหนองบัวลำภู ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับในท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม
ข้อ ๔ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๕ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา การค้า การเกษตร
และการบริการของจังหวัด
(๒) ส่งเสริมและพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนและระบบเศรษฐกิจ
(๓) ส่งเสริมและพัฒนาการบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๔)
ส่งเสริมและพัฒนาเมืองให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด
(๕) ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่
และรองรับการขยายตัวของประชากร
(๖)
พัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคต
(๗) ดำรงรักษารูปแบบการตั้งถิ่นฐาน วิถีชีวิตดั้งเดิม
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
(๘) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๗ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง
ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๑๗
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ และหมายเลข ๖.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๘ ที่ดินประเภทชุมชน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม สถาบันการศึกษา
สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า
ต้องมีที่ว่างโดยรอบและปลูกต้นไม้เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของที่ว่าง
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อจำหน่าย
(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ
และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๖) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๗) กำจัดมูลฝอย
เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่นหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๐ สายอุดรธานี -
วังสะพุง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (ชุมแพ) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (นาคำไฮ) - ข้าวสาร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๖
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๒๘ (หนองบัวลำภู) - เขื่อนอุบลรัตน์ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า
๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม คลังสินค้า
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ โดยให้มีที่ว่างโดยรอบและปลูกต้นไม้
เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตสำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๒)
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อจำหน่าย
(๒) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ
และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) เลี้ยงม้า โค กระบือ แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๖) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๘) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๐ สายอุดรธานี วังสะพุง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (ชุมแพ)
- บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู)
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวซึ่งมิใช่การจัดสรรที่ดินที่มีความสูงของอาคารไม่เกิน
๙ เมตร
และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตสถาบันการศึกษา
สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตและหากใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า
ให้มีที่ว่างโดยรอบสำหรับการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นแนวกันชนไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของที่ว่าง
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อจำหน่าย
(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ
สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ
และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๖) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๗) สนามกอล์ฟหรือสนามไดรฟ์กอล์ฟ
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๐ สายอุดรธานี -
วังสะพุง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (ชุมแพ) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (นาคำไฮ) - ข้าวสาร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๖
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๒๘ (หนองบัวลำภู) - เขื่อนอุบลรัตน์ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า
๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวซึ่งมิใช่การจัดสรรที่ดินและให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มผลผลิตการเกษตร
หรือสาธารณประโยชน์
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๐ สายอุดรธานี วังสะพุง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๗ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๑๐
(นาคำไฮ) - ข้าวสาร ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า
ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ
ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการป่าไม้ เกษตรกรรม
หรือการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร
มีขนาดพื้นที่อาคารไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร มิใช่การจัดสรรที่ดิน
และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
ที่ดินประเภทนี้ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๐ สายอุดรธานี -
วังสะพุง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ (ชุมแพ) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๗
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (นาคำไฮ) - ข้าวสาร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔๖
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๒๒๘ (หนองบัวลำภู) - เขื่อนอุบลรัตน์ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า
๖ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๒ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การประมง การท่องเที่ยวหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๔ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองบัวลำภู
พ.ศ. ๒๕๕๘
๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองบัวลำภู
พ.ศ. ๒๕๕๘
๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองบัวลำภู
พ.ศ. ๒๕๕๘
๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองบัวลำภู
พ.ศ. ๒๕๕๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดหนองบัวลำภู
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค
บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๘ พฤษภาคม
๒๕๕๘
วริญา/ผู้ตรวจ
๘ มิถุนายน
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๑/๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).