我的書籤免費註冊

ระเบียบเทศบาลนครนนทบุรี ว่าด้วยการจัดตั้งชุมชนและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครนนทบุรี พ.ศ. 2556

行政規則・公布 2014-08-14・全 67 條

อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลนครนนทบุรี ระเบียบเทศบาลนครนนทบุรี ว่าด้วยการจัดตั้งชุมชนและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๕๖[๑] เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครนนทบุรี ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานพัฒนาชุมชนของตนเองและมีบทบาทในการพัฒนาป้องกันแก้ไขปัญหาทางโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ สังคม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลนครนนทบุรี ตลอดถึงสอดคล้องกับวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อันจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนกับเทศบาลนครนนทบุรี ในการจัดบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่และส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยเป็นการสมควรในการปรับปรุงแก้ไขระเบียบเทศบาลนครนนทบุรี ว่าด้วยการดำเนินงานของชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) มาตรา ๕๐ (๙) ประกอบมาตรา ๕๓ (๑) มาตรา ๕๖ (๑) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) ประกอบมาตรา ๑๖ (๑๖) แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๔๑๓/ว๙๔๒ ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๑ นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลนครนนทบุรี ว่าด้วยการจัดตั้งชุมชนและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๕๖”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบเทศบาลนครนนทบุรี ว่าด้วยการดำเนินงานของชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลนครนนทบุรี “ผู้บริหารเทศบาล” หมายความว่า นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี “ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนที่เทศบาลจัดตั้งขึ้น หรือประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้น โดยนายกเทศมนตรีนครนนทบุรีเป็นผู้ประกาศให้จัดตั้งชุมชน “ประชากร” หมายความว่า บุคคลผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนนั้น “คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยนายกเทศมนตรี “อนุกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ ให้มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยคณะกรรมการชุมชนประจำฝ่าย “คณะทำงาน” หมายความว่า คณะกรรมการชุมชน อนุกรรมการชุมชนที่ปฏิบัติงาน ในหน้าที่ประจำฝ่ายต่าง ๆ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม หรือพนักงานเทศบาลผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี ให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” หมายความว่า ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชนตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เทศบาลนครนนทบุรีประกาศ “การเลือกตั้ง” หมายความว่า การเลือกตั้งประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชน “วันลงคะแนน” หมายความว่า วันที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย การลงคะแนน เลือกผู้สมัครประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชน “ผู้อำนวยการเลือกตั้ง” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีให้เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชน “ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า พนักงานเทศบาลที่ผู้บริหารเทศบาลมีคำสั่งแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ข้อแนะนำการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน “ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายความว่า ผู้ที่ประธานกรรมการชุมชนประกาศแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ข้อแนะนำการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน “ทรัพย์สินชุมชน” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ชุมชนจัดหา จัดทำ จัดซื้อ หรือมีผู้บริจาคให้กับชุมชน รวมถึงวัสดุ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เทศบาลจัดหา จัดทำ จัดซื้อให้ชุมชน และรวมถึงเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ชุมชนได้มาหรือมีผู้บริจาคให้ชุมชนทุกกรณี “ผู้ออกบัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชน” หมายถึง นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี หรือผู้ที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้นายกเทศมนตรีนครนนทบุรีรักษาการตามระเบียบ และมีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์ ข้อบังคับ ข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ คำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีนครนนทบุรีถือเป็นที่สุด นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี อาจมอบอำนาจเรื่องหนึ่งเรื่องใดให้รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล หรือรองปลัดเทศบาล เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนได้ การจัดตั้งชุมชน

หมวด ๑

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เทศบาลอาจพิจารณาดำเนินการจัดตั้งชุมชนตามความประสงค์ของประชาชน โดยให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องขอไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน

ข้อ ๗

ข้อ ๗ จำนวนชุมชนในเขตเทศบาลที่พึงจะมี ให้พิจารณาตามข้อเท็จจริงของสภาพพื้นที่ภูมิประเทศ ภูมิสังคม จำนวนประชากร และความเหมาะสม โดยเทศบาลจะกำหนดขอบเขต แนวถนน ตรอก ซอย แม่น้ำ คู คลอง พื้นที่ของทางราชการ เป็นแนวเขต หรือมีลักษณะของพื้นที่บ้านจัดสรร หรือพื้นที่ ๆ ประชาชนมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดตั้ง ขยายเขต แบ่งเขต เปลี่ยนแปลงแนวเขต หรือการยุบชุมชนให้ดำเนินการโดยประกาศของเทศบาล ตามที่เทศบาลกำหนด การบริหารชุมชน

หมวด ๒

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในชุมชนหนึ่งให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งจำนวนห้าถึงเก้าคน คณะกรรมการชุมชนหนึ่งคน อาจทำหน้าที่หลายฝ่ายได้ตามความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่หรือวิถีชีวิตชุมชน ให้มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี นับตั้งแต่วันที่เทศบาลประกาศผลการรับเลือกตั้งและให้คณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๕

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คณะกรรมการชุมชน ประกอบด้วยตำแหน่ง ฝ่าย ต่าง ๆ ดังนี้ (๑) ประธานชุมชน (๒) รองประธานชุมชน (๓) กรรมการฝ่ายเลขานุการ (๔) กรรมการฝ่ายปกครอง (๕) กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย (๖) กรรมการฝ่ายแผนพัฒนา (๗) กรรมการฝ่ายสังคมสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข (๘) กรรมการฝ่ายการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม (๙) กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการชุมชนมีที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการชุมชนได้ดังนี้ (๑) มีที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาข้อแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนได้ ตามความเหมาะสมให้เป็นอำนาจของผู้บริหารเทศบาลนครนนทบุรีแต่งตั้ง (๒) มีที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาข้อแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนและให้เป็นอำนาจของประธานคณะกรรมการชุมชนประกาศแต่งตั้ง (๓) มีอนุกรรมการชุมชนเพื่อช่วยเหลือคณะกรรมการชุมชนตาม ข้อ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) ปฏิบัติงานประจำฝ่ายจำนวนตามความเหมาะสม โดยให้กรรมการชุมชน ผู้เป็นหัวหน้าคณะทำงานในฝ่ายฯ เป็นผู้คัดเลือก และให้เป็นอำนาจของประธานคณะกรรมการชุมชนประกาศแต่งตั้ง

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการชุมชน มาจากการเลือกตั้งของประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คุณสมบัติคณะกรรมการชุมชน มีดังนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยบริสุทธิ์ใจ (๓) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ ในวันเลือกตั้ง (๔) มีภูมิลำเนา และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้น เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง (๕) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม (๖) ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียในสัญญาไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับเทศบาล ยังไม่ถึง ๕ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง (๗) ไม่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ยังไม่ถึง ๕ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง (๘) ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมหรือประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นคณะกรรมการชุมชน (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง วัณโรคในระยะอันตราย (๒) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๓) หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้ (๔) ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๕) ต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี (๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๓ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๔ (๕) ต้องโทษจำคุกฐานกระทำความผิดอาญา ยกเว้นการกระทำความผิดลหุโทษ หรือการกระทำความผิดโดยประมาท

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๕ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) เทศบาลจะประกาศให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนขึ้นใหม่

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อคณะกรรมการชุมชนที่พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๕ (๑) ให้คณะกรรมการชุมชนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าเทศบาลจะประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนใหม่เรียบร้อยแล้ว

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการชุมชนที่พ้นจากตำแหน่งส่งมอบงานและทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแล ให้คณะกรรมการชุมชนใหม่ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่เทศบาลประกาศแต่งตั้ง

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คณะกรรมการชุมชนที่ครบวาระอาจได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนใหม่ได้ เว้นแต่ที่พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๕ (๓) ยังไม่ถึง ๑ ปี นับจากวันที่พ้นจากตำแหน่ง การเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน

หมวด ๓

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เทศบาลประกาศกำหนดวันเลือกคณะกรรมการชุมชน เพื่อให้ประชากรในชุมชนทราบล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๗ วัน การประกาศกำหนดวันเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนตามวรรคแรก เทศบาลจะประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่ คุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน และวิธีการเลือกตั้ง ตามระเบียบนี้ให้ประชาชนทราบ

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ วิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนในวันเลือกตั้งให้เปิดการลงคะแนนตั้งแต่ เวลา ๐๘.๐๐ น. และปิดการลงคะแนนเวลา ๑๕.๐๐ น. ของวันเดียวกัน หลังจากนั้นให้ดำเนินการนับคะแนนโดยไม่ชักช้า หลังจากการนับคะแนนสิ้นสุดลง กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดในครั้งนั้นถือว่ากลุ่มนั้นได้รับเลือกตั้งให้เป็นคณะกรรมการชุมชนนับแต่วันที่เทศบาลประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง ในกรณีที่ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันให้กลุ่มที่ได้รับคะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับสลาก

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ก่อนถึงวันเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน เทศบาลจะดำเนินการดังนี้ (๑) ประชาสัมพันธ์ชี้แจงวิธีการเลือกตั้งเพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ของการเลือกตั้ง คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ประชาชนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทราบก่อนวันเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน (๒) ประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่เลือกตั้งและวิธีการเลือกตั้งให้ประชาชน ผู้ที่มีสิทธิตั้งเลือกทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๕ วัน (๓) ประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่ รับสมัครเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน (๔) การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้ทำเป็นบัญชีรายชื่อจำนวนสามชุด ชุดที่หนึ่งปิดประกาศไว้ที่เทศบาล ชุดที่สองปิดไว้ที่สถานที่เลือกตั้ง และชุดที่สามเก็บไว้ที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการเลือกตั้ง เพื่อนำไปใช้ในวันเลือกตั้ง การปิดประกาศดังกล่าวให้ปิดก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามวัน

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน ได้แก่ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง (๓) เป็นประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (๑) กรณีที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน และผู้อำนวยการเลือกตั้งพบว่า การประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความผิดพลาด ไม่ว่าจะพบเหตุดังกล่าวก่อนหรือหลังการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเห็นว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยใด มีความผิดพลาดหรือมีชื่อตกหล่นจริง ให้ดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีชื่อตกหล่นในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยวิธีการพิมพ์ชื่อและรายการเพิ่มเติมต่อใบสุดท้ายของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งนั้น พร้อมบันทึกสาเหตุของการเพิ่มชื่อไว้ในช่องหมายเหตุ และลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้และให้แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ไปยังเจ้าบ้านหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบ (๒) กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือเจ้าบ้านผู้ใดเห็นว่า ตนหรือผู้มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของตนไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งที่ตนหรือผู้นั้นสมควรมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจาตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้ มายื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อต่อผู้อำนวยการเลือกตั้ง ณ ที่สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี ก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้ง ๑ วัน ให้ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งตรวจสอบหลักฐานและพิจารณา หากเห็นว่า ผู้ยื่นคำร้องหรือผู้มีรายชื่อในทะเบียนบ้านเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้เพิ่มชื่อลงในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยวิธีพิมพ์ และรายการเพิ่มเติมต่อใบสุดท้ายของบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งนั้น พร้อมบันทึกสาเหตุของการเพิ่มชื่อไว้ในช่องหมายเหตุ และลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้ในกรณีที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้ว เห็นว่าผู้ยื่นคำร้องหรือผู้มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งให้ยกคำร้อง (๓) กรณีผู้อำนวยการเลือกตั้งพบว่า การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความผิดพลาดหรือปรากฏชื่อบุคคลไม่มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใด ให้ดำเนินการแก้ไขหรือถอนชื่อผู้นั้นออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยดำเนินการขีดฆ่าชื่อออก พร้อมบันทึกสาเหตุของการถอนชื่อให้เจ้าบ้านได้รับทราบ (๔) กรณีเจ้าบ้านหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เห็นว่าในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งใดมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ ให้แจ้งเจ้าบ้านหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งก่อนวันลงคะแนน ๑ วัน เพื่อให้ถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าว ออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เมื่อได้พิจารณาคำร้องแล้วว่ามีหลักฐานพอเชื่อได้ว่าผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าวเป็นผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งให้ถอนชื่อผู้นั้นออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น โดยให้ดำเนินการขีดฆ่าชื่อออก พร้อมบันทึกสาเหตุของการถอนชื่อไว้ในช่องหมายเหตุและลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน ได้แก่ (๑) บุคคลต้องห้ามตามข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓) และ (๔) (๒) ผู้ถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ วิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้ทำเครื่องหมายกากบาท (x) ในบัตรตามที่เทศบาลกำหนด โดยให้ไปลงคะแนนในคูหา ที่กำหนดตามแนวทางที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการชี้แจง หีบบัตรและคูหาให้ใช้เช่นเดียวกับการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ในการลงคะแนนเลือกตั้งให้เป็นไปตามประกาศเทศบาล และผู้มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้แสดงบัตรอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อใช้ประกอบการใช้สิทธิเลือกตั้งดังต่อไปนี้ (๑) บัตรประจำตัวประชาชน (๒) บัตรประจำตัวราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือบัตรอื่นใดที่มีเลขประจำตัวสิบสามหลักที่ราชการออกให้

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การตรวจนับคะแนน ให้เจ้าหน้าที่ขานคะแนนโดยการเปิดเผยหลังจากการสิ้นสุดการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ บัตรเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชุนต่อไปนี้ถือว่าเป็นบัตรเสีย (๑) บัตรปลอม (๒) บัตรที่กาเครื่องหมายเกินกว่าที่กำหนด (๓) บัตรที่มิได้ทาเครื่องหมายหรือทำเครื่องหมายไม่เป็นไปตามข้อ ๒๖ (๔) บัตรที่ไม่อาจทราบว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด (๕) บัตรที่ทำเครื่องหมายนอกเขตที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ขานคะแนนว่าบัตรเสียและ ให้แยกเก็บไว้ต่างหาก

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลงให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเก็บบัตรนับคะแนนแล้ว พร้อมด้วยการบันทึกการนับคะแนนตามแบบที่กำหนด บรรจุลงในซองเก็บแยกไว้ต่างหาก ส่วนบัตรเสียให้บรรจุลงในซองเก็บแยกไว้ต่างหากมิให้ปะปนกับบัตรอื่น ให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมหน่วยการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานที่หน้าซองบัตรที่นับแล้ว พร้อมทั้งซองบัตรเสีย ในกรณีที่คะแนนกลุ่มผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่ากันให้จับสลาก ก่อนจะให้จับสลาก เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการเลือกตั้งต้องจัดให้กลุ่มที่คะแนนเท่ากันตกลงกันก่อนว่า กลุ่มใดจะเป็นผู้จับสลากก่อนหรือหลัง แล้วให้จัดทำสลากขนาดเท่ากัน สีเดียวกัน โดยเขียนข้อความว่า “ได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน” ซึ่งกลุ่มใดจับสลากได้บัตรดังกล่าวถือว่าได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนเสร็จสิ้นแล้ว และปรากฏว่ากลุ่มใดได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชน เทศบาลจะประกาศผลการเลือกตั้งตามแบบที่กำหนด และนำไป ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ที่เลือกตั้งประกาศ ให้ทราบโดยทั่วกัน

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนเรียบร้อยแล้วให้เทศบาลดำเนินการดังนี้ (๑) แจ้งให้กลุ่มได้รับเลือกตั้งรายงานตัวพร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง (๒) ประชุมชี้แจงบทบาทหน้าที่ให้คณะกรรมการชุมชนทราบ (๓) ออกใบสำคัญแสดงถึงตำแหน่ง ในกรณีที่มีการร้องคัดค้านการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชน ให้ดำเนินการ ร้องคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายกเทศมนตรีได้ภายใน ๕ วัน นับแต่วันที่ลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ คาวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้ถือเป็นที่สุด หน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนและหน้าที่ประจำฝ่าย

หมวด ๔

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่รวมทั้งการช่วยเหลือเทศบาลนครนนทบุรี และหน่วยงานราชการเกี่ยวกับการดำเนินงานในการจัดการบริการสาธารณะในเขตชุมชน ดังนี้ (๑) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ร่วมกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญก้าวหน้า (๒) สนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทำแผนชุมชนและการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม โดยการจัดทำฐานข้อมูลชุมชน กำหนดแนวทาง และกิจกรรมพัฒนาชุมชน ที่ยึดหลักการพึ่งพาตนเองด้วย การคำนึงถึงศักยภาพทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาท้องถิ่น (๓) ส่งเสริม สนับสนุนให้สมาชิกในชุมชนให้มีความสำนึกและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนรวมทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน (๔) ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนในชุมชน (๕) ส่งเสริม พัฒนาบูรณะรักษาศิลปะ จารีต ขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงกับสถาบันทางศาสนา และสถาบันศึกษา เพื่อสืบสาน อนุรักษ์หรือฟื้นฟู (๖) ส่งเสริมการประกอบอาชีพของสมาชิกในชุมชนด้วยการบูรณาการ กระบวน การผลิตบนฐานศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการลงทุนสร้างอาชีพและรายได้ที่มีการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน (๗) ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนสาหรับการพัฒนาชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมกลุ่มที่มีการรวมตัวกันอยู่แล้วให้เข้มแข็ง เน้นศักยภาพความพร้อมในการทำมาหาเลี้ยงชีพตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับครอบครัว ถึงระดับชุมชนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง (๘) ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนให้มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว (๙) สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และสาธารณภัยของชุมชนท้องถิ่น โดยจัดให้มีมาตรการทางสังคมในชุมชนเพื่อตรวจสอบ สร้างธรรมาภิบาลในชุมชน และมีมาตรการส่งเสริมสนับสนุน และคุ้มครองผู้ที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม (๑๐) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนในชุมชน โดยให้ความสำคัญแก่เด็ก คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ หรือทุพลภาพให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถพึ่งตนเองได้ (๑๑) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านสาธารณสุข (๑๒) เสริมสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมในชุมชนให้เอื้อต่อการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งในระบบและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้ในชุมชน ปราชญ์ชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น (๑๓) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่เทศบาลกำหนด

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ประธานชุมชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เรียกประชุมคณะกรรมการชุมชน หรือองค์กรชุมชนและประชาชนในชุมชน (๒) เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนและที่ประชุมสมาชิกชุมชน (๓) ประสานงาน การดำเนินงานของชุมชน ร่วมกับ เทศบาล หน่วยงานราชการ องค์กรภาคประชาชน ภาคพัฒนาเอกชน และสมาชิกชุมชน (๔) ควบคุม ดูแล ติดตามผลการดำเนินงานประสานและมอบหมายการปฏิบัติงานให้แก่กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ (๕) เป็นผู้ออกเสียงลงคะแนนชี้ขาดกรณีการลงมติในการประชุมตาม (๒) มีคะแนนเสียงเท่ากัน (๖) เป็นหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเลขานุการ (๗) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่เทศบาลกำหนด

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ รองประธานชุมชน มีหน้าที่รับผิดชอบกำหนดดังนี้ (๑) ทำหน้าที่แทนประธานชุมชนในกรณีที่ประธานไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (๒) ช่วยเหลือประธานชุมชนดำเนินงานในกิจการทั่วไปตามที่ประธานมอบหมาย (๓) เป็นคณะทำงานฝ่ายอำนวยการ (รับมอบหมายหน้าที่ตามมติของคณะทำงานในฝ่าย) (๔) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ กรรมการฝ่ายเลขานุการ มีหน้าที่รับผิดชอบกำหนดดังนี้ (๑) เป็นเหรัญญิกของชุมชน การเก็บรักษาเงินและสมุดบัญชีธนาคารของชุมชน จัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย เงิน หรือทรัพย์สินของชุมชน รายงานฐานะการเงินต่อที่ประชุม จัดเก็บเอกสาร หลักฐานใบเสร็จ ใบสำคัญ และเอกสารด้านการเงิน (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) รับมอบหน้าที่ตามมติของคณะทำงานในฝ่ายเลขานุการ (๔) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย ในฝ่ายเลขานุการ ให้มีคณะทำงานร่วมปฏิบัติงาน ประกอบด้วย ประธานชุมชน รองประธานชุมชน กรรมการชุมชนฝ่ายเลขานุการ และอาจมอบหน้าที่ให้กรรมการชุมชนตามข้อ ๑๐ (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) เป็นคณะทำงานเพิ่มได้ ๑ คน มีหน้าที่ความรับผิดชอบตามมติของคณะทำงานแบ่งเป็น งานธุรการ งานเลขานุการ งานปฏิคม รายละเอียดดังนี้ (๑) การจัดการประชุมคณะกรรมการ และประชุมประชาคมสมาชิกชุมชน (๒) เสนอแผนงาน โครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) จัดทำระเบียบการประชุม และจดบันทึกรายงานการประชุม (๔) จัดทำระเบียบข้อบังคับของชุมชนเข้าที่ประชุมประชาคมพิจารณา (๕) งานจัดทำเอกสารรายงานผลการดำเนินงาน หนังสือติดต่อกับหน่วยงานราชการ องค์กรภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน สมาคมชุมชน (๖) ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ หรือกองทุนพัฒนาชุมชน (๗) อำนวยความสะดวกในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่คณะกรรมการชุมชน

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ กรรมการฝ่ายปกครอง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุม ดูแล มอบหน้าที่ให้อนุกรรมการประจำฝ่าย (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สมาชิกในชุมชน (๔) ดูแลชุมชนให้เป็นไปตามกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี และนโยบายส่วนรวมของชาติ (๕) ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนสนใจในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๖) ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนมีความสนใจมีส่วนร่วมในการปกครองส่วนท้องถิ่น (๗) ส่งเสริมความสามัคคีของสมาชิกในชุมชน ขจัดความขัดแย้ง สร้างความสมานฉันท์ในชุมชน ประนีประนอมข้อพิพาท (๘) ตรวจตราดูแล และรักษาสาธารณสมบัติของชุมชนที่สมาชิกในชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น ไฟฟ้าสาธารณะ ทรัพย์สินของชุมชน (๙) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุม ดูแล มอบหน้าที่ให้อนุกรรมการประจำฝ่าย (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชน (๔) ดูแลช่วยเหลือและระมัดระวังในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในชุมชน (๕) ส่งเสริม ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสมาชิกในชุมชน (๖) รณรงค์ลดอบายมุข อาชญากรรม ต่อต้านการเล่นการพนันทุกประเภท (๗) รณรงค์ป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน (๘) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ กรรมการฝ่ายแผนพัฒนา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุม ดูแล มอบหน้าที่ให้อนุกรรมการประจำฝ่าย (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) จัดทำแผนพัฒนาชุมชน ประสานงานเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๔) ประสานการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนกับคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการหรือเสนองบประมาณจากภายนอก (๕) การรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อมูลของชุมชนติดตามผลงานตามแผนพัฒนาชุมชน (๖) ส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมรายได้ให้แก่สมาชิกชุมชน ประสานงานกับกลุ่มอาชีพในชุมชนเพื่อพัฒนากลุ่มอาชีพ (๗) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ กรรมการฝ่ายสังคม สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุม ดูแล มอบหน้าที่ให้อนุกรรมการประจำฝ่าย (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) การพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (๔) การส่งเสริมการจัดสวัสดิการในชุมชน และการสงเคราะห์ผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ สำรวจให้การสงเคราะห์ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ตามความจำเป็น (๕) ประสานงานกับประธานอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน เพื่อป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพอนามัย การวางแผนครอบครัว การสุขาภิบาลภายในครัวเรือนและสาธารณะ (๖) ดูแลสวัสดิการของสมาชิกในชุมชน (๗) การสุขาภิบาลในครัวเรือนและสาธารณะ (๘) การส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน และการป้องกันอันตรายอันเกิดจากสภาวะแวดล้อมในชุมชน (๙) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ กรรมการฝ่ายการศึกษา ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุม ดูแล มอบหน้าที่ให้อนุกรรมการประจำฝ่าย (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมชุมชน (๔) ประสานงานกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน การลูกเสือ (๕) การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจ (๖) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย

ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุม ดูแล มอบหน้าที่ให้อนุกรรมการประจำฝ่าย (๒) เสนอแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ความรับผิดชอบให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา (๓) การหาข้อมูล การรวบรวม ข้อมูลการจัดพิมพ์เอกสาร การเผยแพร่ และให้บริการข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ชุมชนและประชาชนในชุมชน (๔) ประสานงานที่มีความเกี่ยวข้องกับภาพพจน์ผลงานของชุมชน และหน่วยงานราชการให้แก่ประชาชน เพื่อการเผยแพร่ข่าว อาทิ เอกสารแผ่นพับ จดหมายข่าว (๕) การสร้างความประทับใจน่าเชื่อถือศรัทธาให้เกิดกับประชาชนในชุมชน และประชาชนทั่วไป ซึ่งจะนำไปสู่ภาพพจน์ที่ดีของชุมชนและเทศบาล (๖) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานชุมชนหรือเทศบาลมอบหมาย การประชุมของคณะกรรมการชุมชน

หมวด ๕

ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ คณะกรรมการชุมชนจัดให้มีการประชุมตามแนวทางที่เทศบาลกำหนด และเปิดโอกาสให้สมาชิกชุมชนเข้าร่วมฟังการประชุมด้วย

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้มีการประชุมคณะกรรมการชุมชนได้ตามความเหมาะสมหรือจำเป็น ทั้งนี้ ให้จัดประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง กรณีที่กรรมการชุมชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชน หรือนายกเทศมนตรีเสนอต่อประธานคณะกรรมการชุมชนขอให้เปิดประชุมเป็นกรณีพิเศษก็ให้เปิดประชุมได้

ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การประชุมของฝ่ายต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและกิจกรรมที่ดำเนินการ โดยให้แต่ละฝ่ายเป็นผู้พิจารณาเห็นสมควร หรือในกรณีที่กรรมการฝ่าย หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชุมเป็นกรณีพิเศษ ก็ให้เปิดประชุมได้

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การนัดประชุม ต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน พร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุม เว้นแต่เมื่อได้นัดที่ประชุมแล้วให้ทำหนังสือแจ้งเฉพาะกรรมการที่ไม่ได้มาประชุม หากกรณีมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ประธานชุมชนอาจเรียกประชุมได้ทันที

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การจัดระเบียบวาระการประชุม ควรจัดระเบียบดังนี้ (๑) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม (๒) เรื่องรับรองรายงานการประชุม (๓) เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว (๔) เรื่องที่เสนอใหม่ (๕) เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี) กรณีที่ประธานฯ เห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วน จะจัดไว้ลำดับใดของระเบียบวาระการประชุมก็ได้

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ การประชุมคณะกรรมการชุมชน หรือการประชุมของแต่ละฝ่ายต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงครบองค์ประชุม

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เมื่อพ้นกำหนดเวลาการประชุมไปแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง กรรมการยังมาไม่ครบองค์ประชุมให้ประธานมีอำนาจขยายเวลาต่อไป หรือจะเลื่อนการประชุม หรือจะประชุมปรึกษาหารือกันโดยไม่มีการลงมติก็ได้ ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุมให้เรียกประชุมครั้งใหม่ในเจ็ดวัน

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในการประชุมให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุมและต้องดำเนินการพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมได้ลงมติเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ ผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำต่อที่ประชุมก็ให้ยกมือขึ้น เมื่อประธานอนุญาตจึงกล่าวได้ และในการกล่าวถ้อยคำนั้น ต้องกล่าวในประเด็นที่กำลังพิจารณา ต้องไม่แสดงกิริยาหรือคำพูดที่ไม่สุภาพต่อผู้อื่นทั้งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของประธานที่ประชุมโดยเคร่งครัด

ข้อ ๕๑

ข้อ ๕๑ เมื่อประธานเห็นว่าผู้ใดพูดมาพอสมควรแล้วหรือพูดนอกประเด็น หรือแสดงกิริยาไม่สุภาพ อาจจะขอให้ระงับการพูดได้

ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๒ มติที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด และการออกเสียงชี้ขาดนั้น ประธานให้เหตุผลหรือไม่ก็ได้ และถือมตินั้นเป็นสิ้นสุด

ข้อ ๕๓

ข้อ ๕๓ ที่ปรึกษาหรือผู้ร่วมงานฝ่ายต่าง ๆ มีสิทธิเข้าร่วมประชุม และมีสิทธิพูดอภิปรายแสดงข้อคิดเห็นใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ

ข้อ ๕๔

ข้อ ๕๔ กรรมการชุมชนที่ไม่สามารถเข้าประชุมได้ แต่ส่งตัวแทนเข้าประชุมไม่ถือว่ากรรมการชุมชนผู้นั้นขาดประชุม แต่ผู้แทนดังกล่าวไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ

ข้อ ๕๕

ข้อ ๕๕ ผลการประชุมแต่ละครั้งให้รายงานเทศบาลทราบ การมีบัตรประจำตัวของคณะกรรมการชุมชน

หมวด ๖

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖ ให้คณะกรรมการชุมชนมีบัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชนตามระเบียบนี้

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ บัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชนให้ใช้ได้ตั้งแต่วันออกบัตรถึงวันหมดอายุนับความตามหมวดที่ ๒ คณะกรรมการชุมชน ข้อ ๑๕

ข้อ ๕๘

ข้อ ๕๘ การขอมีบัตร ขอบัตรครั้งแรก การขอมีบัตรใหม่ ขอเปลี่ยนบัตร ให้อยู่ในอำนาจของผู้บริหารเทศบาลตาม

附則

ข้อ ๔附則

ข้อ ๔ เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ

ข้อ ๕๙附則

ข้อ ๕๙ ให้กรรมการชุมชนส่งมอบบัตรคืนให้แก่เทศบาลนครนนทบุรีภายในสิบห้าวันหลังพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๕

ข้อ ๖๐附則

ข้อ ๖๐ ผู้ใดใช้ แสดง หรือปลอมแปลงบัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชนตามประกาศนี้ ซึ่งไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือใช้ไปในทางทุจริตตามระเบียบนี้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จะต้องรับโทษตามกฎหมาย

ข้อ ๖๑附則

ข้อ ๖๑ บัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชนให้เป็นไปตามรูปแบบนี้ ใช้กระดาษพื้นสีขาว ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ ขนาดความกว้าง ๘.๕ เซนติเมตร ยาว ๕.๕ เซนติเมตร มีสองด้าน ด้านหน้าแสดงตราเทศบาลนครนนทบุรี เลขที่บัตร วันออกบัตร วันบัตรหมดอายุ ด้านหลังแสดงเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร แสดงชื่อ รูปถ่าย ตำแหน่ง ชุมชน ลายมือชื่อผู้ออกบัตร หมู่โลหิตและลายมือชื่อผู้ถือบัตร บนรูปถ่ายประทับตราเทศบาลนครนนทบุรี

ข้อ ๖๒附則

ข้อ ๖๒ หลักฐานที่ใช้ประกอบการขอมีบัตรประจำตัวคณะกรรมการชุมชนยื่นต่อนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี (๑) รูปถ่าย (ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน) ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๓ ใบ (๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน ๑ ฉบับ (๓) สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๑ ฉบับ (๔) หลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามีที่เกี่ยวข้อง) ระบุ……..…………….…………….………………… คณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมองค์กรในการพัฒนาชุมชน

หมวด ๗

ข้อ ๖๓附則

ข้อ ๖๓ ให้มีคณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนของเทศบาลนครนนทบุรี แต่งตั้งโดยนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ประกอบด้วย (๑) นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ประธาน (๒) รองนายกเทศมนตรี (ผู้รับผิดชอบกองสวัสดิการสังคม) รองประธาน (๓) ปลัดเทศบาล กรรมการ (๔) รองปลัดเทศบาล (ผู้รับผิดชอบกองสวัสดิการสังคม) กรรมการ (๕) ผู้แทนภาคประชาชนหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เห็นสมควร กรรมการ (๖) หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลนครนนทบุรี กรรมการ (๗) หัวหน้าฝ่ายนิติการ กรรมการ (๘) ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม กรรมการ/เลขานุการ (๙) หัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานในสังกัดกองสวัสดิการสังคม กรรมการ/ ผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๖๔附則

ข้อ ๖๔ ให้คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน (๒) ให้คำแนะนำ ปรึกษา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้แก่คณะกรรมการชุมชน ในการปฏิบัติหน้าที่ (๓) กลั่นกรองข้อเสนอแนะของคณะกรรมการชุมชนในการแก้ไขปัญหาของชุมชนและท้องถิ่น เพื่อเสนอต่อผู้บริหารเทศบาล หรือสภาเทศบาลแล้วแต่กรณี (๔) นำข้อคิดเห็นเสนอผู้บริหารเทศบาลเพื่อพิจารณาถอดถอนประธานชุมชนออกจากตำแหน่งเมื่อเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชุมชนและทางราชการ (๕) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่ผู้บริหารเทศบาลมอบหมาย บทเฉพาะกาล

ข้อ ๖๕附則

ข้อ ๖๕ คณะกรรมการชุมชน ที่ได้มีการแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนระเบียบนี้ ใช้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง หรือจนกว่าเทศบาลจะได้มีการสรรหาคณะกรรมการตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ จุฑามาศ/ผู้ตรวจ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๘๓ ง/หน้า ๗/๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查