พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เป็นปีที่ ๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
(๑) สำนักงานอธิการบดี
(๒) คณะเกษตร
(๓) คณะบริหารธุรกิจ
(๔) คณะประมง
(๕) คณะมนุษยศาสตร์
(๖) คณะวนศาสตร์
(๗) คณะวิทยาศาสตร์
(๘) คณะวิศวกรรมศาสตร์
(๙) คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
(๑๐) คณะศึกษาศาสตร์
(๑๑) คณะเศรษฐศาสตร์
(๑๒) คณะสังคมศาสตร์
(๑๓) คณะสัตวแพทยศาสตร์
(๑๔) คณะอุตสาหกรรมเกษตร
(๑๕) บัณฑิตวิทยาลัย
(๑๖) สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
(๑๗) สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
(๑๘) สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
(๑๙) สำนักทะเบียนและประมวลผล
(๒๐) สำนักบริการคอมพิวเตอร์
(๒๑) สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร
(๒๒) สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม
(๒๓) สำนักหอสมุด
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๑ แทนพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๑ และโดยที่มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติให้ การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิก สำนักงานวิทยาเขต บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกา
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔
มณฑิตา/ผู้ตรวจ
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๖ ก/หน้า ๑/๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).