อารัมภบท
กฎกระทรวง กฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๕๙[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
กฎกระทรวง กฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๕๙[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์
ข้อ ๒ เพื่อให้กรมประมงมีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้ขอรับใบอนุญาตและประเภทเครื่องมือทำการประมงที่ผู้ขอรับใบอนุญาตประสงค์จะใช้ทำการประมงเพื่อนำมาพิจารณาออกใบอนุญาตให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงอย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการการประมง ให้อธิบดีกำหนดห้วงเวลาที่จะให้ผู้ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์มายื่นคำขอรับใบอนุญาต โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ผู้ใดไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการขอรับใบอนุญาต หลังจากมีการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตตามห้วงเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งแล้ว ปรากฏว่าขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงอย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการการประมงยังสามารถออกใบอนุญาตเพิ่มเติมได้ อธิบดีอาจประกาศกำหนดห้วงเวลาที่จะให้ผู้ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์มายื่นคำขอรับใบอนุญาตเพิ่มเติมได้ โดยให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ตามมาตรา ๓๖ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง (๒) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล (๓) สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอรับใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ กรณีที่คำขอรับใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคำขอรับใบอนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
ข้อ ๕ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
ข้อ ๖ การพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีสิทธิทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย (๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๙ (๓) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่จะทำการประมง (๔) เรือประมงต้องไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือประมงที่ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่อธิบดีหรือรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๙๔ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๑๖ (๕) เรือประมงต้องเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป หรือเป็นเรือที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าถึงขนาดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๖)[๒] ในกรณีที่เรือประมงเป็นเรือประมงไทย ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย และใบอนุญาตใช้เรือสำหรับทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยต้องมีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวันในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด ในกรณีที่เรือประมงมิใช่เรือประมงไทย ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนตามกฎหมายของรัฐเจ้าของธงซึ่งสามารถใช้ทำการประมงในเขตการประมงไทยตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) กำหนด (๗) เครื่องมือทำการประมงที่จะขออนุญาตใช้ทำการประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ หรือมาตรา ๖๙ (๘) มีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๘๑ (๑)
ข้อ ๗ การพิจารณาออกใบอนุญาตนอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามแนวทางในการออกใบอนุญาตทำการประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืนโดยใช้จุดอ้างอิงเป็นฐานในการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๔ (๑) ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนกรณีมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แสดงเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาด้วย การออกใบอนุญาต ให้ออกสำหรับเรือประมงแต่ละลำ และต้องระบุประเภท ชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องมือทำการประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมง พื้นที่ในการทำการประมง รวมทั้งปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมงได้ หรือห้วงเวลาที่อนุญาตให้ทำการประมงได้ แล้วแต่กรณี ไว้ในใบอนุญาตด้วย ใบอนุญาตให้มีอายุสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
ข้อ ๘ เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าอากรใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงตามอัตราที่กำหนดแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต พร้อมทั้งแจ้งเครื่องหมายประจำเรือประมงเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตไปดำเนินการจัดทำเครื่องหมายประจำเรือประมงตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๘๑ (๔)
ข้อ ๙ ในกรณีที่มีการคำนวณขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงอย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการการประมงใหม่ในระหว่างที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ ให้อธิบดีประกาศกำหนดปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมงหรือกำหนดห้วงเวลาที่อนุญาตให้ทำการประมงใหม่ได้ แล้วแต่กรณี โดยให้ถือเป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตเดิม การประกาศตามวรรคหนึ่ง ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะโอนใบอนุญาตให้แก่บุพการี คู่สมรส หรือผู้สืบสันดานของตน ให้ยื่นคำขอโอนใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สถานที่ที่กำหนดตามข้อ ๓ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ ใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้โอนแล้ว ให้เขียนหรือประทับตราคำว่า โอนแล้ว ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้านบนของใบอนุญาต และให้ระบุชื่อผู้รับโอน วัน เดือน ปีที่อนุญาตให้โอนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้อนุญาตกำกับไว้ด้วย ให้นำความในข้อ ๔ และข้อ ๖ (๑) (๒) และ (๓) มาใช้บังคับกับการโอนใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาตโดยอนุโลม และเมื่อได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้รับโอนใบอนุญาตแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ยื่นคำขอต่อไป โดยให้นำความในข้อ ๗ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สถานที่ที่กำหนดตามข้อ ๓ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตและใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญจริง ให้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อออกใบแทนใบอนุญาตให้กับผู้ยื่นคำขอ การออกใบแทนใบอนุญาต ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๗ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการออกใบแทนใบอนุญาตโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒ คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต คำขอโอนใบอนุญาต และคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การออกใบอนุญาตและการโอนใบอนุญาต ประกอบกับมาตรา ๓๖ แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว บัญญัติให้การทำการประมงพาณิชย์ต้องได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์จากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙[๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ตามข้อ ๖ (๖) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนดให้เรือประมงที่ใช้ทำการประมงพาณิชย์ได้ต้องเป็นเรือที่จดทะเบียนเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยเท่านั้น ส่งผลให้ไม่สามารถใช้เรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยทำการประมงพาณิชย์ได้ จึงไม่สอดคล้องกับมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พุทธศักราช ๒๔๘๒ ที่กำหนดให้สามารถใช้เรือที่มีสัญชาติต่างประเทศหรือเรือที่เป็นของคนต่างด้าวหรือของนิติบุคคลที่มีสัญชาติต่างประเทศทำการประมงในเขตการประมงไทยได้ในกรณีที่ประเทศไทยมีความตกลงกับต่างประเทศไว้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ โดยเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้สามารถใช้เรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยทำการประมงพาณิชย์ได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ชวัลพร/ปริยานุช/จัดทำ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ วริญา/เพิ่มเติม ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๘/๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ [๒] ข้อ ๖ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ [๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ที่ ๑๐๓ ก/หน้า ๙/๙ ธันวาคม ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(CC BY 4.0)