ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
เรื่อง การขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยเป็นการสมควรให้มีการตราข้อบัญญัติว่าด้วยการขุดดินและถมดิน
อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗ วรรคสอง จึงตราข้อบัญญัตินี้ไว้โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่และโดยความเห็นชอบของนายอำเภอโนนแดง
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัติฉบับนี้ให้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๒ ข้อบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
ข้อ ๓[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
ดิน หมายความรวมถึง หิน กรวด หรือทราย
และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน
พื้นดิน หมายความว่า พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ
ขุดดิน หมายความว่า การกระทำแก่พื้นดิน
เพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อ
บ่อดิน หมายความว่า แอ่ง บ่อ
สระหรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากขุด
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด ๆ
ต่อดินหรือดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
แผนผังบริเวณ หมายความว่า
แผนที่ดินแสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินที่ขุดดินหรือถมดิน
รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง
รายการ หมายความว่า
ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
หรือความสูงของเนินดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน
ระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น
วิธีป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างและวิธีการในการขุดดินหรือถมดิน
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๕ ห้ามผู้ใดทำการขุดดินบริเวณเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน
ข้อ ๖ การขุดดินหรือถมดิน ให้มีความสัมพันธ์ของความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดินไม่น้อยกว่า
๑ ต่อ ๒
ข้อ ๗ ผู้ใดที่จะถมดิน
ต้องหาวิธีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้างไม่ให้รบกวน
หรือก่อเหตุเดือดร้อนแก่ที่ดินข้างเคียง
ข้อ ๘ ให้ผู้ที่จะขุดดินและถมดินกำหนดวิธีการให้ความคุ้มครอง
และความปลอดภัยแต่คนงานและบุคคลภายนอก
ข้อ ๙ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน
๒ เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน ๕,๐๐๐ ตารางเมตร
หรือความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๐ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกิน
๔ ตารางเมตร ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๑ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน
๒ เมตร เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตดินที่ของผู้อื่น ในระยะน้อยกว่า ๒
เท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรทำ
ข้อ ๑๒ ในการขุดดิน ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ หรือทางการศึกษาทางด้านธรณีวิทยา
ให้ผู้ขุดดินหยุดการขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อน
แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่พบ
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากร หรือกรมทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๓ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน
โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง
และมีพื้นที่เนินดินไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร
หรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียง
หรือบุคคลอื่น
การถมดินที่มีพื้นที่เกิน
๑,๐๐๐ ตารางเมตร หรือมีส่วนที่เกินกว่าที่พนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
นอกจากจะจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๔ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า
อาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดิน
มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินและถมดินนั้นได้
ข้อ ๑๕ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการและให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดินหรือตัวแทนหรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่า
การขุดดินหรือถมดินได้ก่อหรือกระทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดินหรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น แล้วแต่กรณี
และให้พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดินหรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น
แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็น
เพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้
ข้อ ๑๘ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดิน
ผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งนั้น
ข้อ ๑๙ ผู้ใดทำการขุดดินหรือถมดิน
ไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ให้ได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ ๒๐ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับให้ดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้ ภายใน
๑๕ วัน นับแต่วันที่มีผลบังคับ
ข้อ ๒๑ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขุดดินและถมดิน
ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง
ข้อ ๒๒ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่เป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ทองดา ภาโสภะ
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขุดดินและถมดิน
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ปัจจุบันนี้ได้มีการขุดดินอย่างกว้างขวางเพื่อนำดินไปถมพื้นที่ที่ทำการก่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือกิจการอื่น
ๆ ในทางธุรกิจด้านการก่อสร้าง แต่การขุดดินและการถมดินดังกล่าว ณ ปัจจุบันนั้น
ยังไม่เป็นไปโดยถูกต้องตามหลักวิชาการซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน
และความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนในเขตพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่ได้
จึงสมควรให้มีการตราข้อบัญญัติ
ว่าด้วยการขุดดินและถมดินในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่
เพื่อให้การขุดดินและถมดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาวใหญ่เป็นไปโดยถูกต้องตามหลักวิชาการ
และข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จึงมีความจำเป็นที่ต้องตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลฉบับนี้
วัชศักดิ์/จัดทำ
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑
รชณัฐ/ปรับปรุง
๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง/หน้า ๕๒/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).