我的書籤免費註冊

ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ พ.ศ. 2557

行政規則・公布 2014-12-11・全 14 條

อารัมภบท

ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ พ.ศ. ๒๕๕๗[๑] โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ เลขาธิการออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ พ.ศ. ๒๕๕๗”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนอาจสิ้นสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ไม่ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันสิ้นสุดสมาชิกภาพ (๒) ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนแล้ว และกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ต่อมากองทุนได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบแล้ว และผู้มีสิทธิรับเงินไม่ได้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่หนังสือแจ้งเหตุขัดข้องได้ไปถึงผู้มีสิทธิรับเงิน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพในกรณีดังต่อไปนี้ ยังไม่ถือเป็นผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนที่จะเริ่มนับอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (๑) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการซึ่งขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อ (๒) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยหรือคดีอาญาและการพิจารณายังไม่ถึงที่สุด เฉพาะส่วนของเงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว (๓) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพซึ่งเป็นข้าราชการทหารรับเบี้ยหวัดและอยู่ระหว่างรอย้ายประเภทรับบำเหน็จบำนาญ ให้นำแนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้มาใช้บังคับกับสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพตาม (๑) (๒) และ (๓) เมื่อเกิดสิทธิในการขอรับเงินจากกองทุนแล้ว

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อกองทุนได้รับแจ้งว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้มีสิทธิรับเงินไม่ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุน ให้กองทุนดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ (๑) มีหนังสือถึงผู้มีสิทธิรับเงินเพื่อแจ้งให้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในหกเดือนนับแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง (๒) เมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม (๑) แล้ว ผู้มีสิทธิรับเงินยังมิได้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนอีกให้มีหนังสือถึงผู้มีสิทธิรับเงินเพื่อแจ้งให้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในสามเดือนนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาตาม (๑)

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อปรากฏว่าผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ให้กองทุนดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ (๑) ติดตามผู้มีสิทธิรับเงินทางโทรศัพท์ตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้มีสิทธิรับเงินหรือที่ตรวจพบจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลางเมื่อพ้นระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่กองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน (๒) เมื่อพ้นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่กองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินแล้วแต่ผู้มีสิทธิรับเงินยังไม่รับเงินตามวิธีการที่แสดงความประสงค์ไว้อีก ให้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบเพื่อติดต่อขอรับเงินจากกองทุนต่อไป (๓) เมื่อพ้นระยะเวลาเก้าเดือนนับแต่วันที่กองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินแล้วแต่ผู้มีสิทธิรับเงินยังไม่รับเงินตามวิธีการที่แสดงความประสงค์ไว้อีก ให้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้มีสิทธิรับเงินติดต่อขอรับเงินจากกองทุนเป็นครั้งสุดท้าย

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว ให้กองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๕ ให้ปิดบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและโอนเงินทุกประเภทเข้าบัญชีเงินกองกลางภายในเดือนถัดจากเดือนที่ครบกำหนดอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้อง (๒) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๖ ให้โอนเงินจากบัญชีเงินรอจ่ายคืนสมาชิกเข้าบัญชีเงินกองกลางภายในเดือนถัดจากเดือนที่ครบกำหนดอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้อง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ หนังสือที่กองทุนมีถึงผู้มีสิทธิรับเงินตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปตามที่อยู่ของผู้มีสิทธิรับเงินซึ่งปรากฏจากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง โดยระบุข้อความแจ้งเตือนการสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามกฎหมายให้ทราบด้วย ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จัดส่งแบบแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินเข้าบัญชีเงินกองกลางหรือสภากาชาดไทยไปพร้อมกับหนังสือตามวรรคหนึ่งด้วย

ข้อ ๙

ข้อ ๙ หากผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง ให้กองทุนโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลางตามความประสงค์ของผู้มีสิทธิรับเงินที่กองทุนได้รับแจ้งในแต่ละเดือนภายในสามวันทำการของเดือนถัดไป หากผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินให้แก่สภากาชาดไทย ให้กองทุนจัดทำเช็คสั่งจ่าย “สภากาชาดไทย” เมื่อมีจำนวนเงินบริจาครวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท และตามจำนวนเงินบริจาคที่ปรากฏในวันทำการสุดท้ายของแต่ละปี

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการติดตามให้ผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเงินจากกองทุนนอกเหนือจากการมีหนังสือติดตามไปยังผู้มีสิทธิรับเงินแล้ว ให้กองทุนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น รายการวิทยุหรือโทรทัศน์ เว็บไซต์ของกองทุนและส่วนราชการ การประชุมสัมมนาร่วมกับสมาชิกหรือผู้แทนส่วนราชการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบแนวทางการติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในกำหนดอายุความ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อกองทุนดำเนินการตามข้อ ๗ แล้ว ภายหลังปรากฏว่า มีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนหรือปรากฏข้อเท็จจริงอื่นที่ทำให้กองทุนต้องโอนเงินออกจากบัญชีเงินกองกลาง ให้กองทุนตรวจสอบสิทธิและดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (ก) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๕ ให้คำนวณจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองกลางให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินโดยใช้จำนวนหน่วยที่เคยมีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิก ณ วันโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง และใช้มูลค่าต่อหน่วยของบัญชีเงินกองกลาง ณ วันที่ทำรายการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน ทั้งนี้ ให้ทำการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ (ข) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๖ ให้คำนวณจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองกลางตามจำนวนที่โอนเข้าบัญชีเงินกองกลางตามข้อ ๗ (๒) ทั้งนี้ ให้ทำการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ (๒) กรณีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนไม่มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนเนื่องจากสิ้นสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้มีหนังสือแจ้งปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยระบุเหตุผลและขั้นตอนการติดตามผู้มีสิทธิรับเงินของกองทุนให้ทราบด้วย (๓) กรณีเป็นผู้ได้รับคืนสถานภาพข้าราชการอันเป็นผลให้กลับคืนสมาชิกภาพของกองทุน ให้โอนเงินออกจากบัญชีเงินกองกลางไปยังบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกผู้นั้น โดยคำนวณจากจำนวนหน่วยที่เคยมีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกผู้นั้น ณ วันโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง และใช้มูลค่าต่อหน่วยของบัญชีเงินกองกลาง ณ วันที่ทำรายการโอนออกจากบัญชีเงินกองกลาง

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีมีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนที่สิ้นสิทธิการรับเงินจากกองทุนตามข้อ ๓ อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินให้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากกองทุน โดยระบุข้อความแจ้งเตือนการสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามกฎหมายให้ทราบด้วย หากผู้มีสิทธิรับเงินไม่ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการตามข้อ ๗ ให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๓๓/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查