ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ เลขาธิการออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนไม่รับเงินภายในกำหนดอายุความ
พ.ศ. ๒๕๕๗
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนอาจสิ้นสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันสิ้นสุดสมาชิกภาพ
(๒) ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนแล้ว
และกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว
แต่ไม่สามารถดำเนินการได้
ต่อมากองทุนได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้ให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบแล้ว
และผู้มีสิทธิรับเงินไม่ได้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่หนังสือแจ้งเหตุขัดข้องได้ไปถึงผู้มีสิทธิรับเงิน
ข้อ ๔ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพในกรณีดังต่อไปนี้
ยังไม่ถือเป็นผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนที่จะเริ่มนับอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(๑)
สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการซึ่งขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อ
(๒) สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยหรือคดีอาญาและการพิจารณายังไม่ถึงที่สุด
เฉพาะส่วนของเงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว
(๓)
สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพซึ่งเป็นข้าราชการทหารรับเบี้ยหวัดและอยู่ระหว่างรอย้ายประเภทรับบำเหน็จบำนาญ
ให้นำแนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้มาใช้บังคับกับสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพตาม
(๑) (๒) และ (๓) เมื่อเกิดสิทธิในการขอรับเงินจากกองทุนแล้ว
ข้อ ๕ เมื่อกองทุนได้รับแจ้งว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงแล้ว
แต่ผู้มีสิทธิรับเงินไม่ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุน
ให้กองทุนดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
(๑)
มีหนังสือถึงผู้มีสิทธิรับเงินเพื่อแจ้งให้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในหกเดือนนับแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง
(๒) เมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม (๑) แล้ว ผู้มีสิทธิรับเงินยังมิได้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนอีกให้มีหนังสือถึงผู้มีสิทธิรับเงินเพื่อแจ้งให้ยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนภายในสามเดือนนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาตาม
(๑)
ข้อ ๖ เมื่อปรากฏว่าผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว
แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ให้กองทุนดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
(๑)
ติดตามผู้มีสิทธิรับเงินทางโทรศัพท์ตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้มีสิทธิรับเงินหรือที่ตรวจพบจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลางเมื่อพ้นระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่กองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน
(๒) เมื่อพ้นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่กองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินแล้วแต่ผู้มีสิทธิรับเงินยังไม่รับเงินตามวิธีการที่แสดงความประสงค์ไว้อีก
ให้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องในการจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบเพื่อติดต่อขอรับเงินจากกองทุนต่อไป
(๓) เมื่อพ้นระยะเวลาเก้าเดือนนับแต่วันที่กองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินแล้วแต่ผู้มีสิทธิรับเงินยังไม่รับเงินตามวิธีการที่แสดงความประสงค์ไว้อีก
ให้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้มีสิทธิรับเงินติดต่อขอรับเงินจากกองทุนเป็นครั้งสุดท้าย
ข้อ ๗ เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว
ให้กองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๕
ให้ปิดบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพและโอนเงินทุกประเภทเข้าบัญชีเงินกองกลางภายในเดือนถัดจากเดือนที่ครบกำหนดอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้อง
(๒) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๖
ให้โอนเงินจากบัญชีเงินรอจ่ายคืนสมาชิกเข้าบัญชีเงินกองกลางภายในเดือนถัดจากเดือนที่ครบกำหนดอายุความสิ้นสิทธิเรียกร้อง
ข้อ ๘ หนังสือที่กองทุนมีถึงผู้มีสิทธิรับเงินตามแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปตามที่อยู่ของผู้มีสิทธิรับเงินซึ่งปรากฏจากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง
โดยระบุข้อความแจ้งเตือนการสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามกฎหมายให้ทราบด้วย
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับเงินยื่นแบบขอรับเงินจากกองทุนและกองทุนทำการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้แล้ว
แต่ไม่สามารถดำเนินการได้
ให้จัดส่งแบบแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินเข้าบัญชีเงินกองกลางหรือสภากาชาดไทยไปพร้อมกับหนังสือตามวรรคหนึ่งด้วย
ข้อ ๙ หากผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง
ให้กองทุนโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลางตามความประสงค์ของผู้มีสิทธิรับเงินที่กองทุนได้รับแจ้งในแต่ละเดือนภายในสามวันทำการของเดือนถัดไป
หากผู้มีสิทธิรับเงินแจ้งความประสงค์ขอบริจาคเงินให้แก่สภากาชาดไทย
ให้กองทุนจัดทำเช็คสั่งจ่าย สภากาชาดไทย เมื่อมีจำนวนเงินบริจาครวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท
และตามจำนวนเงินบริจาคที่ปรากฏในวันทำการสุดท้ายของแต่ละปี
ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการติดตามให้ผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเงินจากกองทุนนอกเหนือจากการมีหนังสือติดตามไปยังผู้มีสิทธิรับเงินแล้ว
ให้กองทุนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น รายการวิทยุหรือโทรทัศน์
เว็บไซต์ของกองทุนและส่วนราชการ การประชุมสัมมนาร่วมกับสมาชิกหรือผู้แทนส่วนราชการ
เพื่อให้ผู้มีสิทธิรับเงินทราบแนวทางการติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในกำหนดอายุความ
ข้อ ๑๑ เมื่อกองทุนดำเนินการตามข้อ ๗ แล้ว
ภายหลังปรากฏว่า
มีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนหรือปรากฏข้อเท็จจริงอื่นที่ทำให้กองทุนต้องโอนเงินออกจากบัญชีเงินกองกลาง
ให้กองทุนตรวจสอบสิทธิและดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) กรณีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(ก) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๕
ให้คำนวณจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองกลางให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินโดยใช้จำนวนหน่วยที่เคยมีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิก
ณ วันโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง และใช้มูลค่าต่อหน่วยของบัญชีเงินกองกลาง ณ
วันที่ทำรายการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน ทั้งนี้
ให้ทำการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้
(ข) กรณีเป็นผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๖
ให้คำนวณจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองกลางตามจำนวนที่โอนเข้าบัญชีเงินกองกลางตามข้อ ๗
(๒) ทั้งนี้
ให้ทำการจ่ายเงินตามวิธีการที่ผู้มีสิทธิรับเงินแสดงความประสงค์ไว้
(๒)
กรณีผู้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนไม่มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนเนื่องจากสิ้นสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ให้มีหนังสือแจ้งปฏิเสธการจ่ายเงิน
โดยระบุเหตุผลและขั้นตอนการติดตามผู้มีสิทธิรับเงินของกองทุนให้ทราบด้วย
(๓)
กรณีเป็นผู้ได้รับคืนสถานภาพข้าราชการอันเป็นผลให้กลับคืนสมาชิกภาพของกองทุน
ให้โอนเงินออกจากบัญชีเงินกองกลางไปยังบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกผู้นั้น
โดยคำนวณจากจำนวนหน่วยที่เคยมีอยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกผู้นั้น ณ
วันโอนเงินเข้าบัญชีเงินกองกลาง และใช้มูลค่าต่อหน่วยของบัญชีเงินกองกลาง ณ
วันที่ทำรายการโอนออกจากบัญชีเงินกองกลาง
ข้อ ๑๒ กรณีมีผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุนที่สิ้นสิทธิการรับเงินจากกองทุนตามข้อ
๓ อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
ให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิรับเงินให้ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากกองทุน
โดยระบุข้อความแจ้งเตือนการสิ้นสิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนเนื่องจากครบกำหนดอายุความตามกฎหมายให้ทราบด้วย
หากผู้มีสิทธิรับเงินไม่ติดต่อขอรับเงินจากกองทุนภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ดำเนินการตามข้อ ๗ ให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
ข้อ ๑๓ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗
สมบัติ
นราวุฒิชัย
เลขาธิการคณะกรรมการ
กบข.
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๓๓/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).