มาตรา ๕๘
มาตรา ๕๘[๗๓] ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕ (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๕) หรือ (๑๖) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๕๘[๗๓] ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕ (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๕) หรือ (๑๖) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๕๘/๑[๗๔] ผู้ขับรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๕ (๑๕/๑) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๕๙[๗๕] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖ (๑) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๖๐[๗๖] ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) มาตรา ๖/๑ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๖ หรือมาตรา ๕๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๖๑[๗๗] ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๓๕/๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๕๓ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๑/๑[๗๘] ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการตามหนังสือเรียกตามมาตรา ๕๗ สัตต วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งสั่งตามมาตรา ๕๗ สัตต วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๒ ผู้ใดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนหรือรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดในท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หรือไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๒๓ วรรคสองหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท [คำว่า รถยนต์ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖]
มาตรา ๖๒/๑[๗๙] ผู้ใดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓/๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๖๓ ผู้ใดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนหรือรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดในท้องที่ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท [คำว่า รถยนต์ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖]
มาตรา ๖๓/๑[๘๐] ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๓/๒[๘๑] ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๓/๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๔ ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๕[๘๒] ผู้ใดขับรถเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ หรือระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ หรือถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๖๖ ผู้ใดขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๖/๑[๘๓] ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการ ซึ่งสั่งตามมาตรา ๕๗ ทวิ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๖๖/๒[๘๔] ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ จัตวา มาตรา ๕๗ เบญจ หรือมาตรา ๕๗ ฉ (๑) หรือ (๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๖/๓[๘๕] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ ฉ (๓) หรือ (๖) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๖/๔[๘๖] ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ ฉ (๔) หรือ (๕) ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แล้วแต่กรณี อีกหนึ่งในสาม
มาตรา ๖๖/๕[๘๗] ผู้ใดเรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๖๖/๖[๘๘] เจ้าของรถหรือผู้ขับรถผู้ใดไม่แสดงอัตราค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๖๗ ผู้ใด (๑) ให้ผู้อื่นใช้ใบอนุญาต หรือเครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้แก่ตน (๒) ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถอีกคันหนึ่ง (๓) ใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้แก่ผู้อื่น (๔) เปลี่ยนแปลงโดยวิธีใด ๆ หรือปิดบังทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งเครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้ประจำรถ หรือ (๕) ใช้รถที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๙ หรือยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีประจำปีตามมาตรา ๓๐ หรือลดภาษีประจำปีตามมาตรา ๓๑ ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับยกเว้นหรือลด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา ๖๗ ทวิ[๘๙] บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบหรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ดำเนินคดีเพื่อฟ้องร้องต่อไป บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๘ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีประจำปี ในกรณีที่เป็นรถที่จดทะเบียนแล้ว การเสียภาษีประจำปีในปีแรกภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลาการเสียภาษีใหม่ โดยเฉลี่ยจำนวนรถที่จะต้องเสียภาษีออกไปเป็นรายเดือนตามระยะเวลาและจำนวนที่นายทะเบียนเห็นสมควร และประกาศ ณ ที่ทำการของนายทะเบียนให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนดำเนินการภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การคิดภาษีเป็นรายเดือนตามวรรคหนึ่ง ให้คิดเฉลี่ยจากอัตราภาษีประจำปีสำหรับรถชนิดนั้น
มาตรา ๖๙ สำหรับรถและเครื่องอุปกรณ์ของรถอันมิชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ที่มีอยู่แล้วในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา หรือที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้รัฐมนตรีมีอำนาจผ่อนผันได้ตามควรแก่กรณี และถ้าจะอนุญาตให้ใช้ต่อไป ให้มีกำหนดเวลาไม่เกินสามปี นับแต่วันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๗๐ บรรดากฎกระทรวง คำสั่ง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง คำสั่ง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗๑ ในท้องที่ใดที่ได้มีการประกาศให้การประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถยนต์บรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน ต้องดำเนินการโดยบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทจำกัดหรือสหกรณ์ และต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ รวมทั้งที่ได้มีการขยายระยะเวลาตามประกาศดังกล่าว ให้ถือว่าประกาศนั้นเป็นประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๓ และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการในท้องที่ดังกล่าวอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ และต้องดำเนินการโดยบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทจำกัดหรือสหกรณ์ต่อไป [คำว่า รถยนต์ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖]
มาตรา ๗๒ บรรดาใบอนุญาตและใบอนุญาตขับรถยนต์ที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนต์นั้น [คำว่า รถยนต์ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) คำขอ ฉบับละ ๕ บาท (๒) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓) แผ่นป้ายทะเบียนรถ แผ่นละ ๑๐๐ บาท (๓/๑)[๙๐] การขอใช้หมายเลขทะเบียนรถ (ก) การขอใช้หมายเลขทะเบียนที่ออกให้ สำหรับรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีก คันหนึ่ง ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท (ข) การขอใช้หมายเลขทะเบียนซึ่ง ยังไม่เคยออกให้สำหรับรถคันใด มาใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้ว ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท (ค) การขอใช้หมายเลขทะเบียน ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษที่ได้จากการประมูล ตามมาตรา ๑๐/๑ กับกรณีตาม (ก) หรือ (ข) ครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท (๔) การขอค้นทะเบียนรถหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการ ในทะเบียนรถและใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ ๑๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๕๐ บาท (๕) การโอนทะเบียนรถ ครั้งละ ๑๐๐ บาท (๖) การย้ายรถ (ก) รถยนต์ ครั้งละ ๕๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๒๐ บาท (๗) การตรวจสภาพรถ (ก) รถจักรยานยนต์ คันละ ๑๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) คันละ ๕๐ บาท (๗/๑)[๙๑] เครื่องหมายแสดงการใช้รถ ตามมาตรา ๖/๑ วรรคสอง หรือวรรคสาม แผ่นละ ๑,๐๐๐ บาท (๗/๒)[๙๒] การอนุญาตให้ใช้รถ ตามมาตรา ๖/๑ วรรคสาม ครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท (๘) ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙)[๙๓] ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๗ ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๐)[๙๔] เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา ๒๗ อันละ ๕๐๐ บาท (๑๑)[๙๕] สมุดคู่มือประจำรถตามมาตรา ๒๗ เล่มละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจร ทางถนน ทำ ณ นครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ ซึ่ง ประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๐๕ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๓)[๙๖] ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๔)[๙๗] ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ตามมาตรา ๔๓ (๑) ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๕)[๙๘] ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๖)[๙๙] ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๗)[๑๐๐] ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๘)[๑๐๑] ใบอนุญาตขับรถสามล้อสาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙)[๑๐๒] ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙/๑)[๑๐๓] ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๐)[๑๐๔] ใบอนุญาตขับรถบดถนน ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๑)[๑๐๕] ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๒)[๑๐๖] ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๙) ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๓)[๑๐๗] (ยกเลิก) (๒๔)[๑๐๘] (ยกเลิก) (๒๕)[๑๐๙] (ยกเลิก) (๒๖)[๑๑๐] (ยกเลิก) (๒๗)[๑๑๑] (ยกเลิก) (๒๘) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ ครั้งละ ๕๐ บาท (๒๙) หนังสืออนุญาตตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๘ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๐) ใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๑) ใบแทนใบอนุญาต ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต แต่ไม่เกินฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓๒) ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ฉบับละ ๒๐ บาท (๓๓) ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ ๒๕ บาท (๓๔) ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละ ๒๐ บาท (๓๕) การรับรองสำเนาเอกสาร แผ่นละ ๒๐ บาท (๓๖)[๑๑๒] การต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตขับรถแต่ละฉบับ อัตราภาษีประจำปี (๑)[๑๑๓] รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนให้เก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบรวมกันของเครื่องยนต์ของรถยนต์แต่ละคัน ในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) ๖๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตรแรก ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๐.๕๐ บาท (ข) ส่วนที่เกิน ๖๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๘๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๑.๕๐ บาท (ค) ส่วนที่เกิน ๑,๘๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ ๔.๐๐ บาท รถยนต์ตาม (๑) ที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของ และมิได้ให้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้เช่าซื้อของนิติบุคคลนั้น ให้เก็บภาษีในอัตราสองเท่า (๒) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑๕๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๐๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๐๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๐๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๐๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๐๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๐๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๔๐๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๖๐๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๒๐๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๐๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๓,๖๐๐ บาท (๓)[๑๑๔] รถจักรยานยนต์ ให้คำนวณภาษีประจำปีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ ๑๐๐ บาท (ข) รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ ๑๐๐ บาท (๔)[๑๑๕] รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ ๕๐ บาท (๕) รถพ่วงนอกจาก (๔) คันละ ๑๐๐ บาท (๖) รถบดถนน คันละ ๒๐๐ บาท (๗) รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ ๕๐ บาท (๘) รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการ ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๐๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๙๐๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔,๓๕๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๕,๒๕๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๕,๗๐๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖,๑๕๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๖,๖๐๐ บาท (๙) รถยนต์รับจ้าง ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑๘๕ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๑๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๕๖๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๘๕ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๗๕ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๖๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๒๕๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๔๓๕ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๒๕ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๘๑๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๐๐๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๘๕ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๓๗๕ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๖๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๒,๗๕๐ บาท (๑๐) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถยนต์สำหรับลากจูงซึ่งมิได้ใช้ในการประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๐๐ บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๙๐๐ บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๕๐ บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๕๐ บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๕๐ บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๑๕๐ บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๗๕๐ บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๔,๐๕๐ บาท (๑๐/๑)[๑๑๖] รถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทนิยามคำว่า รถ ในมาตรา ๔ ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราตาม (๑๐) (๑๑)[๑๑๗] รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานอื่นโดยมิได้ใช้เครื่องยนต์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้จัดเก็บภาษีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ให้จัดเก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตราตาม (๒) (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ให้จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถตาม (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) แล้วแต่กรณี (๑๒)[๑๑๘] รถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทน พลังงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือพลังงานอย่างประหยัด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนดไว้ (๑๓)[๑๑๙] รถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิง ให้จัดเก็บภาษีในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติดังกล่าวเพียงอย่างเดียวในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนดไว้ (ข) ระบบเชื้อเพลิงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติดังกล่าวร่วมหรือสลับกับน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราสามในสี่ของอัตราที่กำหนดไว้ ในการคำนวณน้ำหนัก ให้รวมน้ำหนักของรถและเครื่องอุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถตามปกติแต่ไม่รวมน้ำหนักน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำ และเครื่องมือประจำรถ ถ้ามีเศษของกิโลกรัมให้ปัดทิ้ง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้ประกาศใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ นับเป็นเวลาเกือบห้าสิบปีแล้ว และในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วประมาณยี่สิบครั้ง อย่างไรก็ดี ยังมีบทบัญญัติอีกหลายมาตราที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและสภาพการณ์ของบ้านเมือง สมควรปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนตร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔[๑๒๐]
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).