มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
(๑) คำว่า รถไฟ หมายความว่ากิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อหาประโยชน์ด้วยวิธีบรรทุก
ส่งคนโดยสารและสินค้าบนทางซึ่งมีราง ส่วนรถไฟที่ใช้แต่เฉพาะภายในตำบลหนึ่ง เมืองหนึ่ง
หรือจังหวัดหนึ่งนั้น ให้เรียกว่า รถราง
(๒) คำว่า ที่ดินรถไฟ หมายความว่าที่ดินทั้งหลายที่ได้จัดหาหรือเช่าถือไว้ใช้ในการรถไฟโดยชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย
(๓) คำว่า ทางรถไฟ หมายความว่าถนนหรือทางซึ่งได้วางรางเพื่อการเดินรถ
(๔) คำว่า เครื่องประกอบทางรถไฟ หมายความว่า สถานี
สำนักงานที่ทำการ คลังไว้สินค้า เครื่องจักรประจำที่
และสรรพสิ่งของทั้งปวงที่ก่อสร้างไว้เพื่อประโยชน์ของรถไฟ
(๕) คำว่า รถ หมายความว่ารถจักร รถบรรทุก รถคนโดยสารหรือรถขนของซึ่งมีล้อครีบสำหรับเดินบนราง
(๖) คำว่า พัสดุ หมายความว่ารางอะไหล่ ไม้หมอน หมุดควงและแป้นควง เครื่องอะไหล่สำหรับรถ
เครื่องประกอบสำหรับสร้างสะพาน ของเครื่องใช้ในการก่อสร้าง เครื่องมือ วัตถุเชื้อเพลิง
น้ำมันหยอดเครื่อง หรือของสิ่งอื่น ๆ ซึ่งรถไฟเก็บสะสมไว้ใช้
(๗) คำว่า พนักงานรถไฟ หมายความว่าบุคคลที่รถไฟได้จ้างไว้หรือได้มอบหน้าที่ให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของรถไฟ
(๘) คำว่า หัตถภาระ หมายความว่าถุง ย่าม ห่อผ้า หรือกระเป๋าถือทุกชนิด ซึ่งผู้โดยสารนำไปในห้องรถโดยสาร
เพื่อใช้สอยเองหรือเพื่อความสะดวก
(๙) คำว่า ครุภาระ หมายความว่าสรรพสิ่งของเครื่องใช้ทุกชนิดซึ่งผู้โดยสารอาจนำบรรทุกในรถสัมภาระ
(๑๐) คำว่า ห่อวัตถุ หมายความว่าห่อของ ถุง หีบ ตะกร้า และของสิ่งอื่น ๆ (รวมทั้งผลไม้ ผัก ปลา
เป็ด ไก่ ห่าน ฯลฯ) ที่บรรทุกได้ในขบวนรถโดยสารตามอัตราระวางบรรทุกห่อวัตถุ
(๑๑) คำว่า สินค้า หมายความว่าสรรพสิ่งของหรือสินค้าทั้งปวงที่ส่งไปตามอัตราสินค้า
(๑๒) คำว่า ของมีชีวิต หมายความว่าสัตว์มีชีวิตทุกอย่างที่ส่งไปในขบวนรถสินค้าหรือขบวนรถอื่น
(๑๓) คำว่า ผู้รับอนุญาต หมายความว่าบุคคล ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลให้สร้างรถไฟได้เป็นพิเศษ
(๑๔) คำว่า ทางหลวง หมายความว่าบรรดาถนนหลวง ทางเกวียนและทางต่าง
อันอยู่ในความกำกับตรวจตราแห่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล
(๑๕) คำว่า ทางราษฎร์ หมายความว่าถนนหนทาง ทางเกวียนและทางต่างอย่างอื่น ๆ นอกจากที่จัดเป็นทางหลวง
(๑๖) คำว่า ทางน้ำ หมายความว่า แม่น้ำ ลำน้ำ และคลองที่เรือเดินได้