พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ข่าวกรองแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๒๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๒๘
เป็นปีที่ ๔๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยข่าวกรองแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ในพระราชบัญญัตินี้
การข่าวกรอง
หมายความว่า การดำเนินการเพื่อให้ทราบถึงความมุ่งหมายกำลังความสามารถ
และความเคลื่อนไหว
รวมทั้งวิถีทางของต่างชาติหรือองค์การก่อการร้ายที่อาจกระทำการอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งนี้
เพื่อให้รัฐบาลนำมาประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบายแห่งชาติ
การต่อต้านข่าวกรอง
หมายความว่า
การดำเนินการเพื่อต่อต้านการกระทำของต่างชาติหรือองค์การก่อการร้ายที่มุ่งหมายจะให้ได้ไปซึ่งความลับของชาติ
หรือทำลายความมั่นคงแห่งชาติโดยการจารกรรม การบ่อนทำลาย การก่อวินาศกรรม
และการก่อการร้าย
การข่าวกรองทางการสื่อสาร
หมายความว่า
การใช้เทคนิคและการดำเนินกรรมวิธีทางเครื่องมือสื่อสารด้วยการดักรับการติดต่อสื่อสารทางสัญญาณวิทยุ
เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของต่างชาติหรือองค์การก่อการร้าย
อันอาจจะมีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งชาติ
การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน
หมายความว่า การให้คำแนะนำ ช่วยเหลือและกำกับดูแลส่วนราชการฝ่ายพลเรือน
ราชการส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจ
ในการดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ สถานที่ เอกสารและสิ่งของอื่น
ๆ ของทางราชการให้พ้นจากการจารกรรม การบ่อนทำลาย การก่อวินาศกรรม และการก่อการร้าย
มาตรา ๔
ให้มีสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง
การข่าวกรองทางการสื่อสาร และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน
(๒)
ติดตามสถานการณ์ภายในประเทศและต่างประเทศที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ
และรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ
(๓)
กระจายข่าวกรองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติให้หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม
(๔)
ศึกษา วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง
และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
(๕)
เป็นศูนย์กลางประสานกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง
และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนกับหน่วยข่าวกรองอื่นภายในประเทศ
(๖)
เป็นหน่วยงานหลักในการประสานกิจการการข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรองกับหน่วยข่าวกรองของต่างประเทศในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ
(๗)
เสนอแนะนโยบายและมาตรการ ตลอดจนให้คำแนะนำและคำปรึกษาด้านการข่าวกรอง
การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน
ต่อนายกรัฐมนตรีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ
(๘)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี
และสภาความมั่นคงแห่งชาติมอบหมาย
มาตรา ๕
ในกรณีที่หน่วยข่าวกรองอื่นของรัฐได้รวบรวมและรายงานข่าวกรองให้ผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่รับผิดชอบในหน่วยข่าวกรองนั้นแล้ว
ให้หน่วยข่าวกรองดังกล่าวจัดส่งสำเนารายงานข่าวกรองนั้นต่อสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ทั้งนี้
ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติกำหนด
โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี
มาตรา ๖
ให้มีผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
รับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ให้มีรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
และจะให้มีผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการก็ได้
ให้ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
มาตรา ๗
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกิจการด้านข่าวกรองแห่งชาติเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอันจะเกิดประโยชน์แก่ความมั่นคงของชาติ
รัฐบาลจึงจัดตั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติขึ้น
ให้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในกิจการดังกล่าว เพื่อให้มีอำนาจและหน้าที่ในด้านการปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรองของชาติ
และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน พร้อมกับให้มีผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
มีหน้าที่ควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
รับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วศิน/แก้ไข
๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
สุทธนา/ปรับปรุง
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ตรวจ
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๑๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).