มาตรา ๕๐
ผู้ใดเพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งพรรคการเมือง แจ้งรายนาม
สมาชิกตามมาตรา ๒๑ โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ
ประกาศหรือโฆษณาเชิญชวนผู้ใดเข้าเป็น
สมาชิกโดยไม่มีหนังสือรับรองการแจ้ง
หรือประกาศโฆษณาเชิญชวนให้ผิดไปจากรายการใน
หนังสือเชิญชวนซึ่งข้อความในประกาศหรือข้อความนั้นเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรือ
ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
หรือการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ
ต้องระวางโทษปรับ
ไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๕๑
หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง
หรือมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๕๒
หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียน
ซึ่งสั่งตามมาตรา ๒๘ วรรคสาม
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๕๓
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนซึ่งสั่งตามมาตรา ๒๙
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๕๔
หัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้ดำเนินกิจการสาขาพรรคการเมือง
ผู้ใดไม่จัดให้ทำบัญชีตามมาตรา ๓๕
หรือไม่จัดให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลตามมาตรา
๓๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๕๕ หัวหน้าพรรคการเมือง
กรรมการบริหาร ผู้ดำเนินกิจการสาขา
พรรคการเมือง สมาชิกหรือบุคคลใด
ไม่อำนวยความสะดวกแก่ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๓๗
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๕๖
ผู้ใดมีหน้าที่ในการจัดทำบัญชีของพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๕
ละเว้นการลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี
หรือซ่อนเร้น หรือทำหลักฐาน
ในการลงบัญชีอันจะเป็นผลให้การแสดงที่มาของรายได้และการใช้จ่ายของพรรคการเมืองไม่
ถูกต้องตามที่เป็นจริง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
มาตรา ๕๗ หัวหน้าพรรคการเมือง
หรือผู้ดำเนินกิจการสาขาพรรคการเมือง
ผู้ใดโดยทุจริตไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖
ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่น
บาทถึงหนึ่งแสนบาท
มาตรา ๕๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๘
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี
หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๙ กรรมการบริหาร
ผู้ดำเนินกิจการสาขาพรรคการเมืองหรือ
สมาชิกผู้ใดจัดให้พรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๓๙
หรือมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษ
จำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี
หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๐ กรรมการบริหาร
หรือผู้ดำเนินกิจการสาขาพรรคการเมือง
ผู้ใดรู้อยู่แล้วแต่จัดให้พรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนมาตรา
๔๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
สองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๒
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือ
ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และถ้าผู้ฝ่าฝืนใดไม่มีสัญชาติไทย ให้รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเนรเทศออกจากประเทศไทยด้วย
มาตรา ๖๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือ
ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และถ้าผู้ฝ่าฝืนใดไม่มีสัญชาติไทยโดยการเกิดให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยและเนรเทศออกจากประเทศไทย
ด้วย
มาตรา ๖๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๔
วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง
หมื่นบาท
มาตรา ๖๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕
ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาท
ถึงหนึ่งแสนบาท และปรับอีกวันละสองร้อยบาท จนกว่าจะเลิกใช้
มาตรา ๖๕
หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๖ วรรคสอง
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๖๖
ผู้ใดโดยเจตนาสมคบกันตั้งแต่สิบห้าคนขึ้นไปดำเนินกิจการเช่น
เดียวกับพรรคการเมืองหรือเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมือง
โดยมิได้จดทะเบียนพรรคการ
เมือง
เว้นแต่ในกรณีดำเนินกิจการเพื่อขอจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมือง ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
บัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด
ก. ภาคกลาง มี กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี จันทบุรี
ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์
ชลบุรี ตราด นครนายก นครปฐม นนทบุรี
ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา
เพชรบุรี ระยอง ราชบุรี ลพบุรี
สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี
อ่างทอง
ข. ภาคใต้ มี กระบี่ ชุมพร ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต
ยะลา ระนอง สตูล สุราษฎร์ธานี สงขลา
ค. ภาคเหนือ มี กำแพงเพชร
เชียงราย เชียงใหม่ ตาก
นครสวรรค์ น่าน พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์
พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน
สุโขทัย อุตรดิตถ์
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น
ชัยภูมิ นครพนม
นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธร
ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์
หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควร
มีกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง
เพื่อกำหนดระเบียบการจัดตั้งและการดำเนินกิจการของ
พรรคการเมืองให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช
๒๕๒๑
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พรพิมล/แก้ไข
๓ ธ.ค ๒๕๔๔
A+B (C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).