ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เรื่อง
หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๓[๑]
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑) มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗/๑
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
๒๕๕๐ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เรื่อง
หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๑
ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
ผู้แจ้งความประสงค์ หมายความว่า
ผู้ที่สิ้นสุดสมาชิกภาพจากการเป็นสมาชิกและประสงค์ให้กองทุนบริหารเงินส่วนของตนต่อไปทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ข้อ ๔ เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง
ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการดังนี้
(๑)
แจ้งข้อมูลและเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกให้กองทุนทราบทันทีหรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
(๒) แจ้งให้สมาชิกผู้นั้น
หรือผู้มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หรือผู้จัดการมรดกของสมาชิกผู้นั้น ยื่นขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๕ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการมีสิทธิเลือกดังนี้
(๑) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับทั้งจำนวน
(๒)
ขอโอนเงินที่มีสิทธิได้รับไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกจากงานหรือการชราภาพ
(๓) ขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อ
(๔) ขอทยอยรับเงินที่มีสิทธิได้รับ
(๕) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับบางส่วน
ส่วนที่เหลือขอทยอยรับ
การใช้สิทธิเลือกตาม (๓) หรือ (๔)
ต้องมีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่าสามหมื่นห้าพันบาท ณ วันที่ยื่นคำขอ
โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน
การใช้สิทธิเลือกตาม (๕)
ต้องมีเงินส่วนที่ขอทยอยรับในบัญชีไม่ต่ำกว่าสามหมื่นห้าพันบาท ณ วันที่ยื่นคำขอ
โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน
การขอทยอยรับเงินตาม (๔) หรือ (๕) ต้องรับเป็นรายงวด ๆ ละเท่า ๆ กัน
โดยอาจเลือกรับเป็นรายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือน หรือรายปี ก็ได้
แต่ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำรายงวดไม่ต่ำกว่างวดละสามพันบาท
ให้ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตาม (๓) (๔) หรือ (๕)
แจ้งความประสงค์ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๖ แบบขอรับเงินจากกองทุนและแบบแจ้งความประสงค์
ให้จัดทำขึ้นเป็นสองชุด เป็นต้นฉบับหนึ่งชุด และสำเนาอีกหนึ่งชุด
โดยให้ยื่นแบบดังกล่าวพร้อมกับเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ ต่อหัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด
เพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบ
ให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน
แล้วส่งต้นฉบับไปยังกองทุน สำหรับสำเนาแบบขอรับเงินจากกองทุน
ให้ส่วนราชการเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสำเนาแบบแจ้งความประสงค์
ให้ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๗ การตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนของผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน
ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการ ดังนี้
(๑) ตรวจสอบว่าผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญหรือไม่
หรือขอรับบำนาญในระหว่างสอบสวนทางวินัย
(๒) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน
โดยสำเนาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ
จะต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือสมาชิก
หรือผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิก หรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี
ข้อ ๘ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน
ดังต่อไปนี้
(๑)
กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากออกจากราชการ
ให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินดังนี้
(ก) แบบขอรับเงินจากกองทุน
(กรณีสมาชิกเป็นผู้ขอรับเงิน)
(ข) สำเนาคำสั่งหรือประกาศออกจากราชการที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง
(ค) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก
(กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี)
ที่สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง
(ง) สำเนาใบแนบหนังสือสั่งจ่ายบำนาญ (กรณีเลือกรับบำนาญ)
ที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง
(จ)
สำเนาหนังสือที่แจ้งเรื่องราวหรือรับรองการสอบวินัยถึงที่สุดของส่วนราชการเจ้าสังกัด
หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคล พร้อมกับคำสั่งถึงที่สุดนั้น
(กรณีเลือกรับบำนาญและการสอบสวนทางวินัยถึงที่สุด) ที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง
(ฉ)
แบบแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน
กรณีมีผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี
(๒)
กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากถึงแก่ความตาย หรือกรณีสมาชิกซึ่งได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้ว
แต่ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน
หรือได้ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนได้รับเงินจากกองทุน
ให้ผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน
และในกรณีของผู้รับพินัยกรรม ให้มีการตั้งผู้จัดการมรดกด้วย
โดยการยื่นเรื่องขอรับเงินจากกองทุนให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินดังนี้
(ก) กรณีเป็นผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐาน ดังนี้
๑) แบบขอรับเงินจากกองทุน (กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย)
๒) สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่มีเจ้าพนักงานศาลรับรองสำเนาถูกต้อง
๓) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี)
ที่ผู้จัดการมรดกหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง
๔) หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
(ข) กรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ต้องยื่นหลักฐาน ดังนี้
๑) แบบขอรับเงินจากกองทุน (กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย)
๒) สำเนาใบมรณบัตรที่มีทายาทโดยธรรมคนหนึ่งคนใดรับรองสำเนาถูกต้อง
๓) สำเนาใบทะเบียนสมรส (กรณีผู้ตายมีคู่สมรส)
ที่มีคู่สมรสรับรองสำเนาถูกต้อง
๔) แบบบันทึกการสอบปากคำ (ป.ค.๑๔) ของกรมการปกครองที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร
๕) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี)
ที่ผู้มีสิทธิรับมรดก
ที่เป็นเจ้าของบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง
๖) หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
ทั้งนี้ ส่วนราชการเจ้าสังกัดจะต้องดำเนินการให้ผู้มีชื่อตามแบบ
ป.ค.๑๔ และเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลงลายมือชื่อในแบบขอรับเงินจากกองทุนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกราย
หากผู้มีสิทธิรับมรดกดังกล่าวลงลายมือชื่อไม่ครบทุกราย กองทุน
จะจ่ายเงินให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น
ข้อ ๙ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการตามข้อ
๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘
ให้แล้วเสร็จและส่งแบบขอรับเงินจากกองทุนให้กองทุนภายในสิบห้าวันทำการ
นับแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงและได้รับแบบขอรับเงิน
พร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควร
เมื่อกองทุนได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานจากส่วนราชการเจ้าสังกัดถูกต้องครบถ้วนแล้ว
การขอยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนจะกระทำได้เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้ยื่นคำขอต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด
และส่วนราชการเจ้าสังกัดพิจารณาแล้วให้ยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนได้
โดยส่วนราชการเจ้าสังกัดจะต้องส่งหนังสือแจ้งยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนไปถึงกองทุนก่อนวันที่กองทุนส่งข้อมูลรายการจ่ายเงินของผู้มีสิทธิรับเงินไปยังธนาคารที่ได้รับมอบหมายจากกองทุนให้เป็นผู้จ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน
ข้อ ๑๐ เมื่อกองทุนได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานจากส่วนราชการเจ้าสังกัดตามข้อ
๙ แล้ว
ให้กองทุนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานดังกล่าว
นอกจากนี้ให้กองทุนตรวจสอบข้อมูลการนำส่งเงินเข้ากองทุน
รวมทั้งสอบทานข้อมูลเกี่ยวกับเงินประเดิม (ถ้ามี)
เมื่อกองทุนได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งและปรากฏหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว
ให้กองทุนจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน
หรือโอนเงินไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือการชราภาพตามความต้องการของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ
๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ภายในเจ็ดวันทำการ
ข้อ ๑๑ กองทุนจะบริหารเงินของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ
๕ (๓) (๔) หรือ (๕)
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีแผนการลงทุน การเลือกแผนการลงทุน
การให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเลือกแผนการลงทุน และการเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน
ข้อ ๑๒ ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ
(๕) ผู้ใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน หรือความถี่ในการขอรับเงินคืน
ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงได้ปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินและหรือความถี่ในการขอรับเงินคืน
นอกเหนือจากที่กำหนด ให้เลขาธิการพิจารณาเป็นรายกรณี
การเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งจะมีผลเมื่อกองทุนได้แจ้งยืนยันการเปลี่ยนแปลงให้ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ
๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ทราบ
ข้อ ๑๓ กรณีที่ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ
๕ (๓) (๔) หรือ (๕) เสียชีวิต กองทุนจะจ่ายเงินที่คงเหลือตามบัญชีเงินรายบุคคลให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ
๕ (๓) (๔) หรือ (๕) เท่านั้น ทั้งนี้
ภายในเจ็ดวันทำการ
นับแต่วันที่กองทุนได้รับสำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่มีเจ้าพนักงานศาลรับรองสำเนาถูกต้องและสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากของผู้จัดการมรดกที่ผู้จัดการมรดกรับรองสำเนาถูกต้อง
ข้อ ๑๔ ให้กองทุนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารในการดำเนินการจากผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ
๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ตามที่เกิดขึ้นจริง
และอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นได้ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๑๕ บรรดาประกาศและแบบเอกสารที่เลขาธิการออกตามประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๑
ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งยกเลิกโดยประกาศฉบับนี้
ให้มีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
สถิตย์
ลิ่มพงศ์พันธุ์
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๒๓๕/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).