我的書籤免費註冊

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2553

行政規則・公布 2014-12-11・全 16 條

อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๕๓[๑] โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑) มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๕๓”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “ผู้แจ้งความประสงค์” หมายความว่า ผู้ที่สิ้นสุดสมาชิกภาพจากการเป็นสมาชิกและประสงค์ให้กองทุนบริหารเงินส่วนของตนต่อไปทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการดังนี้ (๑) แจ้งข้อมูลและเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกให้กองทุนทราบทันทีหรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกตามแบบที่เลขาธิการกำหนด (๒) แจ้งให้สมาชิกผู้นั้น หรือผู้มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือผู้จัดการมรดกของสมาชิกผู้นั้น ยื่นขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

ข้อ ๕

ข้อ ๕ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการมีสิทธิเลือกดังนี้ (๑) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับทั้งจำนวน (๒) ขอโอนเงินที่มีสิทธิได้รับไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกจากงานหรือการชราภาพ (๓) ขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อ (๔) ขอทยอยรับเงินที่มีสิทธิได้รับ (๕) ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับบางส่วน ส่วนที่เหลือขอทยอยรับ การใช้สิทธิเลือกตาม (๓) หรือ (๔) ต้องมีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่าสามหมื่นห้าพันบาท ณ วันที่ยื่นคำขอ โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน การใช้สิทธิเลือกตาม (๕) ต้องมีเงินส่วนที่ขอทยอยรับในบัญชีไม่ต่ำกว่าสามหมื่นห้าพันบาท ณ วันที่ยื่นคำขอ โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน การขอทยอยรับเงินตาม (๔) หรือ (๕) ต้องรับเป็นรายงวด ๆ ละเท่า ๆ กัน โดยอาจเลือกรับเป็นรายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือน หรือรายปี ก็ได้ แต่ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำรายงวดไม่ต่ำกว่างวดละสามพันบาท ให้ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตาม (๓) (๔) หรือ (๕) แจ้งความประสงค์ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

ข้อ ๖

ข้อ ๖ แบบขอรับเงินจากกองทุนและแบบแจ้งความประสงค์ ให้จัดทำขึ้นเป็นสองชุด เป็นต้นฉบับหนึ่งชุด และสำเนาอีกหนึ่งชุด โดยให้ยื่นแบบดังกล่าวพร้อมกับเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ ต่อหัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด เพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบ ให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน แล้วส่งต้นฉบับไปยังกองทุน สำหรับสำเนาแบบขอรับเงินจากกองทุน ให้ส่วนราชการเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสำเนาแบบแจ้งความประสงค์ ให้ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนของผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการ ดังนี้ (๑) ตรวจสอบว่าผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญหรือไม่ หรือขอรับบำนาญในระหว่างสอบสวนทางวินัย (๒) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน โดยสำเนาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จะต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือสมาชิก หรือผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิก หรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากออกจากราชการ ให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินดังนี้ (ก) แบบขอรับเงินจากกองทุน (กรณีสมาชิกเป็นผู้ขอรับเงิน) (ข) สำเนาคำสั่งหรือประกาศออกจากราชการที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง (ค) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี) ที่สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง (ง) สำเนาใบแนบหนังสือสั่งจ่ายบำนาญ (กรณีเลือกรับบำนาญ) ที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง (จ) สำเนาหนังสือที่แจ้งเรื่องราวหรือรับรองการสอบวินัยถึงที่สุดของส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคล พร้อมกับคำสั่งถึงที่สุดนั้น (กรณีเลือกรับบำนาญและการสอบสวนทางวินัยถึงที่สุด) ที่มีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง (ฉ) แบบแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อหรือขอทยอยรับเงิน กรณีมีผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี (๒) กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากถึงแก่ความตาย หรือกรณีสมาชิกซึ่งได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้ว แต่ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน หรือได้ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนได้รับเงินจากกองทุน ให้ผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน และในกรณีของผู้รับพินัยกรรม ให้มีการตั้งผู้จัดการมรดกด้วย โดยการยื่นเรื่องขอรับเงินจากกองทุนให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินดังนี้ (ก) กรณีเป็นผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐาน ดังนี้ ๑) แบบขอรับเงินจากกองทุน (กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย) ๒) สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่มีเจ้าพนักงานศาลรับรองสำเนาถูกต้อง ๓) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี) ที่ผู้จัดการมรดกหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง ๔) หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (ข) กรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐาน ดังนี้ ๑) แบบขอรับเงินจากกองทุน (กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย) ๒) สำเนาใบมรณบัตรที่มีทายาทโดยธรรมคนหนึ่งคนใดรับรองสำเนาถูกต้อง ๓) สำเนาใบทะเบียนสมรส (กรณีผู้ตายมีคู่สมรส) ที่มีคู่สมรสรับรองสำเนาถูกต้อง ๔) แบบบันทึกการสอบปากคำ (ป.ค.๑๔) ของกรมการปกครองที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร ๕) สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี) ที่ผู้มีสิทธิรับมรดก ที่เป็นเจ้าของบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการเจ้าสังกัดรับรองสำเนาถูกต้อง ๖) หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ทั้งนี้ ส่วนราชการเจ้าสังกัดจะต้องดำเนินการให้ผู้มีชื่อตามแบบ ป.ค.๑๔ และเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลงลายมือชื่อในแบบขอรับเงินจากกองทุนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกราย หากผู้มีสิทธิรับมรดกดังกล่าวลงลายมือชื่อไม่ครบทุกราย กองทุน จะจ่ายเงินให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการตามข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ ให้แล้วเสร็จและส่งแบบขอรับเงินจากกองทุนให้กองทุนภายในสิบห้าวันทำการ นับแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงและได้รับแบบขอรับเงิน พร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว เว้นแต่กรณีมีเหตุอันสมควร เมื่อกองทุนได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานจากส่วนราชการเจ้าสังกัดถูกต้องครบถ้วนแล้ว การขอยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนจะกระทำได้เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้ยื่นคำขอต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด และส่วนราชการเจ้าสังกัดพิจารณาแล้วให้ยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนได้ โดยส่วนราชการเจ้าสังกัดจะต้องส่งหนังสือแจ้งยกเลิกแบบขอรับเงินจากกองทุนไปถึงกองทุนก่อนวันที่กองทุนส่งข้อมูลรายการจ่ายเงินของผู้มีสิทธิรับเงินไปยังธนาคารที่ได้รับมอบหมายจากกองทุนให้เป็นผู้จ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อกองทุนได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานจากส่วนราชการเจ้าสังกัดตามข้อ ๙ แล้ว ให้กองทุนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของแบบขอรับเงินจากกองทุนและเอกสารหลักฐานดังกล่าว นอกจากนี้ให้กองทุนตรวจสอบข้อมูลการนำส่งเงินเข้ากองทุน รวมทั้งสอบทานข้อมูลเกี่ยวกับเงินประเดิม (ถ้ามี) เมื่อกองทุนได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งและปรากฏหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้กองทุนจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน หรือโอนเงินไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือการชราภาพตามความต้องการของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ภายในเจ็ดวันทำการ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กองทุนจะบริหารเงินของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีแผนการลงทุน การเลือกแผนการลงทุน การให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาเลือกแผนการลงทุน และการเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ผู้ใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน หรือความถี่ในการขอรับเงินคืน ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงได้ปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินและหรือความถี่ในการขอรับเงินคืน นอกเหนือจากที่กำหนด ให้เลขาธิการพิจารณาเป็นรายกรณี การเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งจะมีผลเมื่อกองทุนได้แจ้งยืนยันการเปลี่ยนแปลงให้ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ทราบ

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีที่ผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) เสียชีวิต กองทุนจะจ่ายเงินที่คงเหลือตามบัญชีเงินรายบุคคลให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) เท่านั้น ทั้งนี้ ภายในเจ็ดวันทำการ นับแต่วันที่กองทุนได้รับสำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกที่มีเจ้าพนักงานศาลรับรองสำเนาถูกต้องและสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากของผู้จัดการมรดกที่ผู้จัดการมรดกรับรองสำเนาถูกต้อง

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้กองทุนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารในการดำเนินการจากผู้แจ้งความประสงค์ตามข้อ ๕ (๓) (๔) หรือ (๕) ตามที่เกิดขึ้นจริง และอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นได้ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บรรดาประกาศและแบบเอกสารที่เลขาธิการออกตามประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งยกเลิกโดยประกาศฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๒๓๕/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查