法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 (Update ณ วันที่ 24/12/2519)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

พ.ศ. ๒๕๐๓

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๘

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

เป็นปีที่ ๑๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเสียใหม่ให้

เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ

กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก. ๒๕๐๓/๑๙/๑๒๗/๑๕ มีนาคม ๒๕๐๓]

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติจัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๐๐

บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน

พระราชบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔*

กระทรวงกลาโหมมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและ

รักษาความมั่นคงของราชอาณาจักร

จากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ โดยจัดให้

มีกำลังทหารไว้เพื่อการรบหรือการสงครามเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

เพื่อการ

ปราบปรามการกบฎและการจลาจล เพื่อช่วยการพัฒนาประเทศ

และเพื่อรักษาประโยชน์ของ

ชาติในประการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

การใช้กำลังทหารเพื่อปฏิบัติการตามความในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่

กระทรวงกลาโหมกำหนด

ราชการกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบ

แบบแผน

*[มาตรา ๔

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๕

มาตรา ๕

กระทรวงกลาโหมอาจตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการ หรือบุคคล

ใดเพื่อกระทำการหรือพิจารณาหรือสอบสวนกรณีใด ๆ

เกี่ยวกับราชการกระทรวงกลาโหม

แล้วรายงานต่อกระทรวงกลาโหมได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖*

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ

และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกระทรวงกลาโหม

และจะให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ

กระทรวงเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็ได้

ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบหมาย

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือมีแต่ไม่

อาจปฏิบัติราชการได้

ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรัฐมนตรี

ช่วยว่าการกระทรวงหลายคน

ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรี

ช่วยว่าการกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้

ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอำนาจใน

การสั่งการอนุญาต การให้อนุมัติและการปฏิบัติราชการประจำ

แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

กลาโหมได้

อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการประจำที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะมอบ

อำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาชั้นแม่ทัพทำการแทนในนามของรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงกลาโหมก็ได้

*[มาตรา ๖

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๖ ทวิ

มาตรา ๖ ทวิ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การให้อนุมัติหรือการปฏิบัติ

ราชการประจำ ที่ผู้บังคับบัญชาทหารไม่ว่าจะเป็นชั้นใด

ซึ่งรองลงมาจากรัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติ หรือดำเนินการตามกฎหมายใด ๆ

จะมอบอำนาจโดยทำเป็น

หนังสือให้ผู้บังคับบัญชาทหารตำแหน่งอื่นทำการแทนในนามของผู้บังคับบัญชาทหารผู้มอบ

อำนาจก็ได้ ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

*[มาตรา ๖ ทวิ เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕๗ ลงวันที่ ๖

มิถุนายน ๒๕๑๕]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ในตำแหน่งประจำใด ๆ

ให้ผู้รักษาราชการ ผู้รักษาราชการแทน

หรือผู้ทำการแทน มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาราชการ

รักษาราชการแทนหรือ

ทำการแทนนั้น ๆ

มาตรา ๘

มาตรา ๘

กระทรวงกลาโหมมีส่วนราชการ ดังนี้

(๑) สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี

(๒) สำนักงานปลัดกระทรวง

(๓) กองบัญชาการทหารสูงสุด

มาตรา ๙

มาตรา ๙

สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทาง

การเมือง มีเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ สำนักงานปลัดกระทรวง

มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำ

ทั่วไปของกระทรวง มีปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

นอกจากนี้สำนักงานปลัดกระทรวง มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการส่วนหนึ่งส่วนใด

ของกระทรวงซึ่งมิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการอื่นอีกด้วย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ กองบัญชาการทหารสูงสุด

มีหน้าที่เตรียมกำลังรบและป้องกัน

ราชอาณาจักร

มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

กองบัญชาการทหารสูงสุดอาจตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการ

หรือบุคคลใดเพื่อพิจารณาเรื่องใด ๆ

ที่เกี่ยวกับแผนเพื่อรักษาเอกราชและประโยชน์

แห่งประเทศชาติได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

กองบัญชาการทหารสูงสุดมีส่วนราชการ ดังนี้

(๑) กองทัพบก

(๒) กองทัพเรือ

(๓) กองทัพอากาศ

(๔) ส่วนราชการอื่น ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กองทัพบก

มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพบกและป้องกันราชอาณา

จักร มีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ กองทัพเรือ

มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือและป้องกัน

ราชอาณาจักร

มีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ กองทัพอากาศ

มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพอากาศและป้องกัน

ราชอาณาจักร

มีผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้กองบัญชาการทหารสูงสุด

กองทัพบก กองทัพเรือและ

กองทัพอากาศ เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

การแบ่งส่วนราชการกระทรวงกลาโหมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา

และการแบ่งส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุดตามที่กำหนดไว้ใน (๑) (๒) และ (๓)

ของมาตรา ๑๓ ออกเป็นส่วนราชการส่วนใหญ่ถัดลงไปและการกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ

นั้น ๆ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

การแบ่งส่วนราชการอื่น นอกจากที่กล่าวไว้ในวรรคก่อน และการกำหนด

หน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ

ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙* ให้มี “สภากลาโหม” ประกอบด้วยสมาชิก ดังต่อไปนี้

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

(๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

(๓) ปลัดกระทรวงกลาโหม

(๔) รองปลัดกระทรวงกลาโหม

(๕) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

(๖) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

(๗) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด

(๘) เสนาธิการทหาร

(๙) รองเสนาธิการทหาร

(๑๐) ผู้บัญชาการทหารบก

(๑๑) รองผู้บัญชาการทหารบก

(๑๒) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

(๑๓) เสนาธิการทหารบก

(๑๔) ผู้บัญชาการทหารเรือ

(๑๕) รองผู้บัญชาการทหารเรือ

(๑๖) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ

(๑๗) เสนาธิการทหารเรือ

(๑๘) ผู้บัญชาการทหารอากาศ

(๑๙) รองผู้บัญชาการทหารอากาศ

(๒๐) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

(๒๑) เสนาธิการทหารอากาศ

(๒๒) นายทหารยศชั้นนายพลขึ้นไป ผู้เคยดำรงตำแหน่งหรือมีความดี

ความชอบในราชการทหารมาแล้ว

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะได้แต่งตั้งจำนวน

ไม่เกินสามนาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเชิญบุคคลอื่นเข้าชี้แจงต่อสภากลาโหม

เฉพาะเรื่องใดก็ได้

*[มาตรา ๑๙

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบข้าราชการกระทรวง

กลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐* ในสภากลาโหม ให้

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

(๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน

(๓) ผู้ดำรงตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

กลาโหมกำหนด เป็นเลขาธิการและรองเลขาธิการ

*[มาตรา ๒๐

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบข้าราชการกระทรวง

กลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ สภากลาโหมเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ในเรื่องต่อไปนี้

(๑) นโยบายการทหารทั่วไป

(๒) นโยบายการระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือราชการทหาร

(๓) นโยบายการปกครองและการบังคับบัญชาภายในกระทรวงกลาโหม

(๔) การพิจารณางบประมาณการทหาร และการแบ่งสรรงบประมาณของ

กระทรวงกลาโหม

(๕) การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการทหาร

(๖) กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปรึกษา

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒*

*[มาตรา ๒๒

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบข้าราชการกระทรวง

กลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจกำหนดพื้นที่บริเวณใด

บริเวณหนึ่งเป็นยุทธบริเวณและ/หรือเขตภายในได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

เมื่อปรากฏว่าจะมีการรบหรือสถานะสงครามหรือได้ประกาศ

ใช้กฎอัยการศึก

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจกำหนดส่วนราชการในกระทรวง

กลาโหม และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตลอดจนกำหนดอำนาจและหน้าที่ของส่วนราชการและเจ้าหน้าที่

นั้น ๆ ขึ้นใหม่ได้ตามความเหมาะสม

เมื่อหมดภาวะการรบหรือสถานะสงคราม หรือเลิกใช้กฎอัยการศึกแล้วแต่

กรณี

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาสั่งเลิกส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ

ที่ได้กำหนดและแต่งตั้งขึ้นตามความในมาตรานี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราช

บัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ส. ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

ปรับปรุงอำนาจและหน้าที่

ของกระทรวงกลาโหมลงไปให้แน่ชัด

และจัดระเบียบการให้กำลังทหารให้เหมาะสมกับ

เหตุการณ์ของโลก

พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๐๗

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกระทรวงกลาโหม

ได้ตั้งตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพิ่มขึ้น

และเห็นสมควรให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดนี้เป็นสมาชิกสภากลาโหมด้วยแต่ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบ

ราชการกระทรวงกลาโหมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้มิได้มีระบุไว้ให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เป็นสมาชิกสภากลาโหมได้จึงจำต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการ

กระทรวงกลาโหมเสียใหม่

*[รก. ๒๕๐๗/๓๘/๒๘๒/๒๘ เมษายน ๒๕๐๗]

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๕๗ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน

พุทธศักราช ๒๕๑๕

โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นสมควรให้ผู้บังคับบัญชาทหารไม่ว่าจะเป็น

ชั้นใด ซึ่งรองลงมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

มอบอำนาจในการปฏิบัติราชการ หรือ

การดำเนินการตามกฎหมายใด ๆ ให้ผู้บังคับบัญชาทหารตำแหน่งอื่น

ทำการแทนในนามของ

ผู้บังคับบัญชาทหารผู้มอบอำนาจได้

เพื่อให้การปฏิบัติราชการของกระทรวงกลาโหมเป็นผลดี

ยิ่งขึ้น

[รก. ๒๕๑๕/๘๙/๘พ/๖ มิถุนายน ๒๕๑๕]

พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๑๙

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันนี้ ในการทำ

การรบหรือการสงคราม

มิได้มีการใช้กำลังทหารของต่างประเทศเข้าทำการรบหรือการสงคราม

รุกรานกันโดยเปิดเผยตามแบบธรรมเนียมของการสงครามแต่อย่างเดียวอย่างแต่ก่อน

แต่จะ

กระทำการโดยอาศัยการแทรกซึม การบ่อนทำลายและการก่อความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น

ในบ้านเมือง

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม

เสียใหม่ให้สอดคล้องกับวิธีการทำการรบและการสงครามในปัจจุบัน

เพื่อให้กระทรวงกลาโหม

สามารถดำเนินการป้องกันภัยอันเกิดจากการรุกรานของต่างประเทศได้โดยมีประสิทธิภาพ

ยิ่งขึ้น

และโดยที่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.

๒๕๐๓

เกี่ยวกับการรักษาราชการแทนและการมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ยังไม่เหมาะสม

ตลอดจนขณะนี้ได้มีการยกเลิกตำแหน่งรัฐมนตรีสั่งราชการไปแล้ว

แต่บทบัญญัติบางมาตรา

แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๐๓

ยังได้อ้างถึงอยู่ สมควร

แก้ไขให้เหมาะสม

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก. ๒๕๑๙/๑๕๖/๒๒พ/๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙]

ดวงใจ/แก้ไข

๑๘ ก.พ. ๔๕

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 (Update ณ วันที่ 24/12/2519) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3fe5ac1a2561f6bd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com