พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดเกาะลอย
ตำบลเกาะพลับพลา
อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
ให้แก่กรมชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕
เป็นปีที่ ๖๗
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดเกาะลอย
ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ให้แก่กรมชลประทาน
เพื่อก่อสร้างคลองส่งน้ำสาย ๑๒ ซ้าย ๑ ขวา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดเกาะลอย ตำบลเกาะพลับพลา
อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๕
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดเกาะลอย
ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ดังต่อไปนี้ ให้แก่กรมชลประทาน
(๑) แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา
(๒) แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๙๓ ตารางวา
ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดเกาะลอย ตำบลเกาะพลับพลา
อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๕
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมชลประทานได้ก่อสร้างคลองส่งน้ำสาย ๑๒ ซ้าย ๑ ขวา
เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานตามโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่ามะกา ที่ตำบลเกาะพลับพลา
อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และได้ทำการสำรวจแล้วปรากฏว่า แนวเขตคลองส่งน้ำสายนี้
ตอน กม. ที่ ๗ + ๓๕๑ ถูกที่ธรณีสงฆ์ วัดเกาะลอย ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี
จังหวัดราชบุรี จำนวน ๒ แปลง แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน
เลขที่ ๗๐๑๙ และแปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๙๓ ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๗๐๖๕
รวมเนื้อที่ทั้งหมด ๑ ไร่ ๓ งาน ๙ ตารางวา
ซึ่งกรมชลประทานได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดเกาะลอยได้รับค่าผาติกรรมจากกรมชลประทานแล้ว
สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๖ พฤศจิกายน
๒๕๕๕
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๔ ธันวาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๑๐๙ ก/หน้า ๒๑/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).