我的書籤免費註冊

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พ.ศ. 2550

公布 2007-06-11・全 13 條

อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พ.ศ. ๒๕๕๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง และมาตรา ๑๐ (๒) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ เทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง โดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง คณะกรรมการควบคุมอาคาร และโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาล ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พ.ศ. ๒๕๕๐”

ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ นอกจากที่บัญญัติไว้ในเทศบัญญัตินี้แล้ว การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารในพื้นที่ที่กำหนดในเทศบัญญัตินี้ยังคงต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎกระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วย

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้ “เขตเพลิงไหม้” หมายความว่า เขตเพลิงไหม้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้บังคับแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ ในท้องที่ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง “แปลงที่ดิน” หมายความว่า แปลงที่ดินที่ขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร “อาคารเพื่อนันทนาการ” หมายความว่า อาคารที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมในยามว่างเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินและผ่อนคลายความตึงเครียด โดยไม่รวมถึงอาคารโรงมหรสพ “องค์ประกอบและส่วนประดับทางสถาปัตยกรรม” หมายความว่า อุปกรณ์หรือสิ่งก่อสร้างที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร เกี่ยวข้องกับการประดับตกแต่งอาคาร และหมายรวมถึง ประตู ราวระเบียงกันสาด ช่องแสงและช่องลมเหนือประตูหรือหน้าต่าง “บ้านเดี่ยว” หมายความว่า อาคารที่ใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับครัวเรือนเดี่ยว เป็นอาคารเดี่ยวมีที่ถอยร่นระหว่างรั้ว หรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคาร “อาคารเดี่ยว” หมายความว่า อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัย หรือพาณิชย์ที่ “บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณที่กำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาได้ตามแนวทางการอนุรักษ์ให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทพาณิชยกรรมและอยู่อาศัยกึ่งพาณิชยกรรม ดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๓ศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ เส้นขนานระยะ ๘๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนไม่ปรากฏชื่อ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ ศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ ศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๒ เส้นขนานระยะ ๓๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า และเส้นขนานระยะ ๙๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร กับถนนศาลเจ้า เส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และศูนย์กลางถนนศาลเจ้า ทั้งนี้ยกเว้น บริเวณ ๒ บริเวณที่ ๓.๑ และบริเวณที่ ๓.๒ “บริเวณที่ ๒” หมายความว่า พื้นที่บริเวณที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ฟื้นฟูเพื่อการอนุรักษ์ให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัยกึ่งพาณิชยกรรม ดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ จดศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ ทิศตะวันออก จดศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ ทิศใต้ จดศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ๘.๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า ๑ เส้นขนานระยะ ๑๒ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และศูนย์กลางถนนศาลเจ้า ๑ ทิศตะวันตก จดศูนย์กลางถนนศาลเจ้า เส้นขนานระยะ ๙๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า เส้นขนานระยะ ๓๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ และศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๒ “บริเวณที่ ๓” หมายความว่า พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อการอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัย ดังต่อไปนี้ (ก) บริเวณที่ ๓.๑ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ ทิศใต้ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑ (ข) บริเวณที่ ๓.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๙๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ ทิศตะวันออก จดศูนย์กลางถนนศาลเจ้า ทิศใต้ จดศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารอื่นใด เว้นแต่ (ก) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว ตึกแถว (ข) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยกึ่งพาณิชยกรรมที่เป็นตึกแถว ประเภทร้านค้าขนาดย่อยที่เกี่ยวข้องกับการบริการชุมชน และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่รวมกันทุกชั้นไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (ค) อาคารที่ใช้ประกอบพาณิชยกรรมที่เป็นอาคารเดี่ยว ตึกแถว ประกอบกิจการประเภทร้านค้า และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่รวมกันภายในหลังเดียวกันทุกชั้นไม่เกิน ๖๐๐ ตารางเมตร (ง) อาคารเพื่อนันทนาการ (จ) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักไม่เกิน ๔๐ ห้อง (ฉ) อาคารที่ทำการของทางราชการ หรืออาคารที่ใช้เพื่อเป็นสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มิใช่โรงกำจัดขยะมูลฝอย หรือบริเวณกำจัดน้ำเสียรวม และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกัน ไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (ช) โรงงานจำพวกที่ ๑ ในลำดับที่ ๒ (๘) ๒ (๙) ๒ (๑๑) ๔ (๗) ๑๐ (๑) ๑๐ (๒) ๑๐ (๓) ๑๑ (๑) ๑๑ (๗) ๑๒ (๕) ๑๒ (๖) ๑๒ (๗) ๑๒ (๘) ๑๒ (๑๐) ๑๒ (๑๑) ๑๓ (๗) ๑๓ (๘) ๒๐ (๑) ๒๐ (๔) ๒๓ (๑) ๒๓ (๓) ๒๓ (๔) ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๘ (๑) ๒๘ (๒) ๓๓ ๓๕ ๓๖ (๓) ๔๑ (๑) ๔๗ (๓) ๔๗ (๔) ๖๙ ๗๐ ๗๑ ๗๒ ๘๒ ๘๓ ๘๔ (๑) ๘๔ (๒) ๘๔ (๓) ๘๕ ๘๖ ๘๗ ๙๑ (๑) ๙๓ ๙๔ ๙๖ และ ๙๘ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (ซ) หอเก็บน้ำ (ฌ) ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ป้าย เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ และป้ายชื่อหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑.๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้อาคารตาม (ก) ถึง (ซ) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) ความสูงอาคารไม่เกิน ๑๒.๐๐ เมตร และห้ามมิให้มีดาดฟ้า (๒) รูปทรงหลังคาของอาคารเป็นหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารอื่นใด เว้นแต่ (ก) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัย ประเภทตึกแถว (ข) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยกึ่งพาณิชยกรรมที่เป็น ตึกแถว ประเภทร้านค้าขนาดย่อยที่เกี่ยวข้องกับการบริการชุมชน และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่ประกอบการพาณิชย์รวมกันไม่เกิน ๖๐ ตารางเมตร ทั้งนี้ไม่รวมถึงร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้า (ค) อาคารที่ใช้ประกอบพาณิชยกรรม ที่เป็นอาคารเดี่ยว ตึกแถว ประกอบกิจการประเภทร้านค้า และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่รวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกัน ไม่เกิน ๓๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้ไม่รวมถึงร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้า (ง) อาคารเพื่อนันทนาการ (จ) ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งป้ายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ และป้ายชื่อหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑.๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้อาคารตาม (ก) (ข) และ (ค) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) ตึกแถวแต่ละคูหาต้องมีความกว้างโดยวัดระยะตั้งฉากจากแนวศูนย์กลางของเสาด้านหนึ่งไปยังแนวศูนย์กลางของเสาอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่าขนาดของอาคารบนแปลงที่ดินเดิมก่อนเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ (๒) ตึกแถวสร้างต่อเนื่องเป็นแถวเดียวกันได้ไม่เกิน ๒๒ คูหา ต้องมีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวนั้นกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร เป็นช่องตลอดความลึกของห้องแถว หรือตึกแถวเพื่อเชื่อมกับที่ว่างด้านหลังอาคาร (๓) ความสูงอาคารไม่เกิน ๘.๐๐ เมตร และห้ามมิให้มีดาดฟ้า (๔) รูปทรงหลังคาของอาคารเป็นหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา (๕) อาคารที่สร้างอยู่ริมทางสาธารณะ ต้องมีระเบียงชั้นสองยื่นออกมาด้านหน้าอาคาร หรือมีกันสาดคลุมทางเดินด้านหน้าอาคาร (๖) องค์ประกอบและส่วนประดับทางสถาปัตยกรรม กำหนดให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกลมกลืนกับอาคารเก่าที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นและคงเหลืออยู่ในบริเวณนี้ ในกรณีที่มีระเบียงยื่นออกมาจากตัวอาคาร วัสดุที่ใช้ต้องเป็นวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ ห้ามมิให้ใช้วัสดุซึ่งมีพื้นผิวมันวาว (๗) ห้องนอนภายในอาคารให้มีความกว้างด้านแคบที่สุดไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ ตารางเมตร (๘) ตึกแถวต้องมีที่ว่างด้านหลังอาคารกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร เพื่อใช้ติดต่อถึงกัน โดยมิให้มีส่วนใดของอาคารยื่นล้ำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับแนวผนังอาคารตั้งแต่ชั้น ๒ ขึ้นไป ให้ร่นแนวผนังด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย ๒.๐๐ เมตร (๙) ตึกแถวให้ถอยร่นแนวผนังด้านหน้าของอาคารห่างจากเขตที่ดิน ๑.๒๐ เมตร (๑๐) ตึกแถวที่มีระเบียงด้านหน้าอาคาร ต้องมีส่วนต่ำสุดของระเบียงสูงจากระดับทางเท้าไม่น้อยกว่า ๒.๗๐ เมตร ในกรณีที่มีกันสาดด้านหน้าอาคารต้องมีส่วนต่ำสุดของกันสาดสูงจากระดับทางเท้าไม่น้อยกว่า ๒.๓๐ เมตร (๑๑) ตึกแถวที่มีด้านข้างใกล้เขตที่ดินของผู้อื่น ให้สามารถก่อสร้างชิดเขตที่ดินของผู้อื่นได้ โดยต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านนั้นด้วย

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ภายในบริเวณที่ ๓ ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารอื่นใด เว้นแต่ (ก) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว (ข) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยกึ่งพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยว ตึกแถว ประกอบกิจการประเภทร้านค้าปลีก และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่รวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกันไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้ไม่รวมถึงร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้า (ค) อาคารเพื่อนันทนาการ ซุ้มขายอาหารที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ศาลา (ง) อาคารที่ทำการของทางราชการหรืออาคารที่ใช้ เพื่อเป็นสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มิใช่โรงกำจัดขยะมูลฝอย หรือบริเวณกำจัดน้ำเสียรวม โดยพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกัน ไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร (จ) หอเก็บน้ำ (ฉ) ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งป้ายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ และป้ายชื่อหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑.๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้อาคารตาม (ก) ถึง (จ) ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ความสูงอาคารไม่เกิน ๖.๐๐ เมตร และห้ามมิให้มีดาดฟ้า (๒) รูปทรงหลังคาของอาคารเป็นหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา (๓) อาคารที่สร้างอยู่ริมทางสาธารณะต้องมีระเบียงชั้นสองยื่นออกมาด้านหน้าอาคารหรือมีกันสาดคลุมทางเดินด้านหน้าอาคาร (๔) องค์ประกอบและส่วนประดับทางสถาปัตยกรรม กำหนดให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกลมกลืนกับอาคารเก่าที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นและคงเหลืออยู่ในบริเวณ ในกรณีที่มีระเบียงยื่นออกมาจากตัวอาคาร วัสดุที่ใช้ทำราวกันตกต้องเป็นวัสดุทนไฟ และผิวตกแต่งประดับด้วยไม้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๔ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ (๑) ห้ามมิให้กระทำการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือลักษณะภายนอกทางสถาปัตยกรรมของอาคาร หรือสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและความเชื่อชุมชน เว้นแต่มีความจำเป็นต้องซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหาย โดยต้องสร้างหรือซ่อมแซมให้เหมือนหรือคล้ายของเดิมมากที่สุด (๒) การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุดของอาคาร

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๔ ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ข้อ ๖ และ ข้อ ๗

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๔ ก่อนวันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะขัดต่อข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อเทศบัญญัตินี้ไม่ได้

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าโรงทองรักษาการตามเทศบัญญัตินี้ ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ วิชัย ลิมป์วัฒนะชัย นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าโรงทอง [เอกสารแนบท้าย] ๑. แผนที่ท้ายเทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พ.ศ. 2550 (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- หลักการและเหตุผล ในการประกาศใช้เทศบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณประสบอัคคีภัยในท้องที่ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นที่ตั้งชุมชนที่สำคัญทางการค้าของจังหวัดอ่างทองมาตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นย่านการค้าและย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย ประกอบกับรูปแบบการก่อสร้างอาคารที่เป็นมาตั้งแต่อดีตซึ่งมีลักษณะเฉพาะถิ่น เป็นอาคารชั้นเดียวหรือสองชั้น รูปแบบทางสถาปัตยกรรมศิลปะจีนผสมศิลปะไทยภาคกลาง อาคารสร้างบนแปลงที่ดินขนาดเล็ก หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา ประตูหน้าต่างด้านหน้าอาคารส่วนใหญ่เป็นบานลูกฟักไม้ ชั้นล่างมีประตูด้านหน้าเป็นไม้บานเฟี้ยมหรือแผ่นไม้ถอดออกได้ ส่วนใหญ่มีระเบียงลูกกรงไม้หรือกันสาดยื่นออกจากแนวพื้นชั้นสองของด้านหน้าอาคารองค์ประกอบและส่วนประดับด้านสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เป็นไม้และอาจแกะสลักหรือฉลุลายเป็นลวดลาย หรือสัญลักษณ์ตามศิลปะแบบจีนผสมศิลปะไทย ทำให้เกิดข้อจำกัดเรื่องขนาดแปลงที่ดินที่มีขนาดพื้นที่เล็กทั้งความกว้างและความลึกที่ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกความตามในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ นอกจากนั้นบริเวณต่อเนื่องกับเขตเพลิงไหม้ยังคงมีอาคารที่มีรูปลักษณ์สถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกัน แต่มีแนวโน้มการก่อสร้างอาคารสมัยใหม่เป็นอาคารขนาดใหญ่และสูง ไม่สอดคล้องและกลมกลืนกับอาคารที่มีคุณค่า สถาปัตยกรรมศิลปกรรมและวัฒนธรรม ภายในชุมชน สมควรกำหนดมาตรการควบคุมรูปแบบอาคารบางชนิดหรือบางประเภทเพื่อการอนุรักษ์ชุมชนบริเวณประสบอัคคีภัยและบริเวณต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องตราเทศบัญญัตินี้ โสรศ/ผู้จัดทำ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๗๑ ง/หน้า ๓๖/๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查