เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง
เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด
หรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง
อำเภอวิเศษชัยชาญ
จังหวัดอ่างทอง
พ.ศ.
๒๕๕๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง และมาตรา ๑๐
(๒) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และมาตรา ๖๐
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่
๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ เทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง โดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง
ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง คณะกรรมการควบคุมอาคาร
และโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาล ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๒[๑]
เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ นอกจากที่บัญญัติไว้ในเทศบัญญัตินี้แล้ว
การก่อสร้าง ดัดแปลง
หรือเปลี่ยนการใช้อาคารในพื้นที่ที่กำหนดในเทศบัญญัตินี้ยังคงต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎกระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วย
ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้
เขตเพลิงไหม้ หมายความว่า
เขตเพลิงไหม้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้บังคับแผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้
ในท้องที่ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
แปลงที่ดิน หมายความว่า
แปลงที่ดินที่ขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร
อาคารเพื่อนันทนาการ หมายความว่า
อาคารที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมในยามว่างเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินและผ่อนคลายความตึงเครียด
โดยไม่รวมถึงอาคารโรงมหรสพ
องค์ประกอบและส่วนประดับทางสถาปัตยกรรม
หมายความว่า อุปกรณ์หรือสิ่งก่อสร้างที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร
เกี่ยวข้องกับการประดับตกแต่งอาคาร และหมายรวมถึง ประตู ราวระเบียงกันสาด
ช่องแสงและช่องลมเหนือประตูหรือหน้าต่าง
บ้านเดี่ยว หมายความว่า
อาคารที่ใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับครัวเรือนเดี่ยว
เป็นอาคารเดี่ยวมีที่ถอยร่นระหว่างรั้ว หรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคาร
อาคารเดี่ยว หมายความว่า
อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัย หรือพาณิชย์ที่
บริเวณที่ ๑ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณที่กำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาได้ตามแนวทางการอนุรักษ์ให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทพาณิชยกรรมและอยู่อาศัยกึ่งพาณิชยกรรม
ดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร
กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ
๓ศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
เส้นขนานระยะ ๘๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร
กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร
กับศูนย์กลางถนนไม่ปรากฏชื่อ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
ศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ ศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๒ เส้นขนานระยะ ๓๐
เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า
และเส้นขนานระยะ ๙๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร กับถนนศาลเจ้า
เส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และศูนย์กลางถนนศาลเจ้า
ทั้งนี้ยกเว้น บริเวณ ๒ บริเวณที่ ๓.๑
และบริเวณที่ ๓.๒
บริเวณที่ ๒ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ฟื้นฟูเพื่อการอนุรักษ์ให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัยกึ่งพาณิชยกรรม
ดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ จดศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑
ทิศตะวันออก จดศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร
กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
ทิศใต้ จดศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ๘.๕๐
เมตร กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า ๑ เส้นขนานระยะ ๑๒ เมตร
กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และศูนย์กลางถนนศาลเจ้า ๑
ทิศตะวันตก จดศูนย์กลางถนนศาลเจ้า เส้นขนานระยะ
๙๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑ เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร
กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า เส้นขนานระยะ ๓๐ เมตร กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑
และศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๒
บริเวณที่ ๓ หมายความว่า
พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อการอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัย
ดังต่อไปนี้
(ก) บริเวณที่ ๓.๑
ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร
กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร
กับถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
ทิศใต้ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร
กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑/๑
(ข) บริเวณที่ ๓.๒
ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๙๐ เมตร
กับศูนย์กลางถนนแขวงเมืองวิเศษ ๑
ทิศตะวันออก จดศูนย์กลางถนนศาลเจ้า
ทิศใต้ จดศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๕ เมตร
กับศูนย์กลางถนนศาลเจ้า
ข้อ ๕ ภายในบริเวณที่ ๑
ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารอื่นใด เว้นแต่
(ก) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว
บ้านแฝด บ้านแถว ตึกแถว
(ข)
อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยกึ่งพาณิชยกรรมที่เป็นตึกแถว ประเภทร้านค้าขนาดย่อยที่เกี่ยวข้องกับการบริการชุมชน
และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่รวมกันทุกชั้นไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร
(ค)
อาคารที่ใช้ประกอบพาณิชยกรรมที่เป็นอาคารเดี่ยว ตึกแถว ประกอบกิจการประเภทร้านค้า และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยพื้นที่รวมกันภายในหลังเดียวกันทุกชั้นไม่เกิน ๖๐๐ ตารางเมตร
(ง) อาคารเพื่อนันทนาการ
(จ)
โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักไม่เกิน ๔๐ ห้อง
(ฉ) อาคารที่ทำการของทางราชการ
หรืออาคารที่ใช้เพื่อเป็นสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มิใช่โรงกำจัดขยะมูลฝอย
หรือบริเวณกำจัดน้ำเสียรวม และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกัน ไม่เกิน
๒๐๐ ตารางเมตร
(ช) โรงงานจำพวกที่ ๑ ในลำดับที่ ๒ (๘) ๒ (๙) ๒
(๑๑) ๔ (๗) ๑๐ (๑) ๑๐ (๒) ๑๐ (๓) ๑๑ (๑) ๑๑ (๗) ๑๒ (๕) ๑๒ (๖) ๑๒ (๗) ๑๒ (๘) ๑๒
(๑๐) ๑๒ (๑๑) ๑๓ (๗) ๑๓ (๘) ๒๐ (๑) ๒๐ (๔) ๒๓ (๑) ๒๓ (๓) ๒๓ (๔) ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๘ (๑)
๒๘ (๒) ๓๓ ๓๕ ๓๖ (๓) ๔๑ (๑) ๔๗ (๓) ๔๗ (๔) ๖๙ ๗๐ ๗๑ ๗๒ ๘๒ ๘๓ ๘๔ (๑) ๘๔ (๒) ๘๔ (๓)
๘๕ ๘๖ ๘๗ ๙๑ (๑) ๙๓ ๙๔ ๙๖ และ ๙๘ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(ซ) หอเก็บน้ำ
(ฌ) ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ
ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ป้าย เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ
และป้ายชื่อหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑.๐๐ ตารางเมตร
ทั้งนี้อาคารตาม (ก) ถึง (ซ)
ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) ความสูงอาคารไม่เกิน ๑๒.๐๐ เมตร
และห้ามมิให้มีดาดฟ้า
(๒)
รูปทรงหลังคาของอาคารเป็นหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา
ข้อ ๖ ภายในบริเวณที่ ๒
ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารอื่นใด เว้นแต่
(ก) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัย ประเภทตึกแถว
(ข)
อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยกึ่งพาณิชยกรรมที่เป็น ตึกแถว
ประเภทร้านค้าขนาดย่อยที่เกี่ยวข้องกับการบริการชุมชน
และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยพื้นที่ประกอบการพาณิชย์รวมกันไม่เกิน ๖๐
ตารางเมตร ทั้งนี้ไม่รวมถึงร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้า
(ค) อาคารที่ใช้ประกอบพาณิชยกรรม
ที่เป็นอาคารเดี่ยว ตึกแถว ประกอบกิจการประเภทร้านค้า และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยพื้นที่รวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกัน ไม่เกิน ๓๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้ไม่รวมถึงร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้า
(ง) อาคารเพื่อนันทนาการ
(จ) ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ
ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งป้ายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ
และป้ายชื่อหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑.๐๐ ตารางเมตร
ทั้งนี้อาคารตาม (ก) (ข) และ (ค)
ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑)
ตึกแถวแต่ละคูหาต้องมีความกว้างโดยวัดระยะตั้งฉากจากแนวศูนย์กลางของเสาด้านหนึ่งไปยังแนวศูนย์กลางของเสาอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่าขนาดของอาคารบนแปลงที่ดินเดิมก่อนเพลิงไหม้
เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
(๒)
ตึกแถวสร้างต่อเนื่องเป็นแถวเดียวกันได้ไม่เกิน ๒๒ คูหา
ต้องมีที่ว่างระหว่างแถวด้านข้างของห้องแถวหรือตึกแถวนั้นกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๕๐
เมตร เป็นช่องตลอดความลึกของห้องแถว หรือตึกแถวเพื่อเชื่อมกับที่ว่างด้านหลังอาคาร
(๓) ความสูงอาคารไม่เกิน ๘.๐๐ เมตร
และห้ามมิให้มีดาดฟ้า
(๔)
รูปทรงหลังคาของอาคารเป็นหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา
(๕) อาคารที่สร้างอยู่ริมทางสาธารณะ
ต้องมีระเบียงชั้นสองยื่นออกมาด้านหน้าอาคาร หรือมีกันสาดคลุมทางเดินด้านหน้าอาคาร
(๖) องค์ประกอบและส่วนประดับทางสถาปัตยกรรม
กำหนดให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกลมกลืนกับอาคารเก่าที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นและคงเหลืออยู่ในบริเวณนี้
ในกรณีที่มีระเบียงยื่นออกมาจากตัวอาคาร วัสดุที่ใช้ต้องเป็นวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่
ห้ามมิให้ใช้วัสดุซึ่งมีพื้นผิวมันวาว
(๗)
ห้องนอนภายในอาคารให้มีความกว้างด้านแคบที่สุดไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร
และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ ตารางเมตร
(๘)
ตึกแถวต้องมีที่ว่างด้านหลังอาคารกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร เพื่อใช้ติดต่อถึงกัน
โดยมิให้มีส่วนใดของอาคารยื่นล้ำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับแนวผนังอาคารตั้งแต่ชั้น
๒ ขึ้นไป ให้ร่นแนวผนังด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย ๒.๐๐ เมตร
(๙)
ตึกแถวให้ถอยร่นแนวผนังด้านหน้าของอาคารห่างจากเขตที่ดิน ๑.๒๐ เมตร
(๑๐) ตึกแถวที่มีระเบียงด้านหน้าอาคาร
ต้องมีส่วนต่ำสุดของระเบียงสูงจากระดับทางเท้าไม่น้อยกว่า ๒.๗๐ เมตร
ในกรณีที่มีกันสาดด้านหน้าอาคารต้องมีส่วนต่ำสุดของกันสาดสูงจากระดับทางเท้าไม่น้อยกว่า
๒.๓๐ เมตร
(๑๑) ตึกแถวที่มีด้านข้างใกล้เขตที่ดินของผู้อื่น
ให้สามารถก่อสร้างชิดเขตที่ดินของผู้อื่นได้ โดยต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านนั้นด้วย
ข้อ ๗ ภายในบริเวณที่ ๓
ห้ามมิให้บุคคลใดก่อสร้างอาคารอื่นใด เว้นแต่
(ก) อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว
บ้านแฝด บ้านแถว
(ข)
อาคารที่ใช้เพื่อการพักอาศัยกึ่งพาณิชยกรรมประเภทอาคารเดี่ยว ตึกแถว ประกอบกิจการประเภทร้านค้าปลีก
และบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยพื้นที่รวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกันไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร
ทั้งนี้ไม่รวมถึงร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้า
(ค) อาคารเพื่อนันทนาการ
ซุ้มขายอาหารที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ศาลา
(ง) อาคารที่ทำการของทางราชการหรืออาคารที่ใช้
เพื่อเป็นสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่มิใช่โรงกำจัดขยะมูลฝอย
หรือบริเวณกำจัดน้ำเสียรวม โดยพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นภายในหลังเดียวกัน ไม่เกิน
๒๐๐ ตารางเมตร
(จ) หอเก็บน้ำ
(ฉ) ป้ายชื่อถนน ตรอก ซอย ป้ายของทางราชการ
ป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งป้ายเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสถานประกอบการ
และป้ายชื่อหมู่บ้าน ที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑.๐๐ ตารางเมตร
ทั้งนี้อาคารตาม (ก) ถึง (จ)
ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ความสูงอาคารไม่เกิน ๖.๐๐ เมตร
และห้ามมิให้มีดาดฟ้า
(๒)
รูปทรงหลังคาของอาคารเป็นหลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา
(๓)
อาคารที่สร้างอยู่ริมทางสาธารณะต้องมีระเบียงชั้นสองยื่นออกมาด้านหน้าอาคารหรือมีกันสาดคลุมทางเดินด้านหน้าอาคาร
(๔) องค์ประกอบและส่วนประดับทางสถาปัตยกรรม
กำหนดให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกลมกลืนกับอาคารเก่าที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นและคงเหลืออยู่ในบริเวณ
ในกรณีที่มีระเบียงยื่นออกมาจากตัวอาคาร วัสดุที่ใช้ทำราวกันตกต้องเป็นวัสดุทนไฟ
และผิวตกแต่งประดับด้วยไม้
ข้อ ๘ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๔
ให้เป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้
(๑) ห้ามมิให้กระทำการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือลักษณะภายนอกทางสถาปัตยกรรมของอาคาร
หรือสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและความเชื่อชุมชน
เว้นแต่มีความจำเป็นต้องซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหาย
โดยต้องสร้างหรือซ่อมแซมให้เหมือนหรือคล้ายของเดิมมากที่สุด
(๒) การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุดของอาคาร
ข้อ ๙ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๔
ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ
ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ข้อ ๖ และ ข้อ
๗
ข้อ ๑๐ อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๔
ก่อนวันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะขัดต่อข้อ
๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗
ข้อ ๑๑ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้าง ดัดแปลง
หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อเทศบัญญัตินี้ไม่ได้
ข้อ ๑๒ ให้นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าโรงทองรักษาการตามเทศบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
วิชัย
ลิมป์วัฒนะชัย
นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าโรงทอง
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายเทศบัญญัติเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
พ.ศ. 2550
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- หลักการและเหตุผล ในการประกาศใช้เทศบัญญัติฉบับนี้
เนื่องจากพื้นที่บริเวณประสบอัคคีภัยในท้องที่ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ
จังหวัดอ่างทอง
เป็นที่ตั้งชุมชนที่สำคัญทางการค้าของจังหวัดอ่างทองมาตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ ๕
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นย่านการค้าและย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่
ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย
ประกอบกับรูปแบบการก่อสร้างอาคารที่เป็นมาตั้งแต่อดีตซึ่งมีลักษณะเฉพาะถิ่น
เป็นอาคารชั้นเดียวหรือสองชั้น รูปแบบทางสถาปัตยกรรมศิลปะจีนผสมศิลปะไทยภาคกลาง
อาคารสร้างบนแปลงที่ดินขนาดเล็ก หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยา
ประตูหน้าต่างด้านหน้าอาคารส่วนใหญ่เป็นบานลูกฟักไม้
ชั้นล่างมีประตูด้านหน้าเป็นไม้บานเฟี้ยมหรือแผ่นไม้ถอดออกได้
ส่วนใหญ่มีระเบียงลูกกรงไม้หรือกันสาดยื่นออกจากแนวพื้นชั้นสองของด้านหน้าอาคารองค์ประกอบและส่วนประดับด้านสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เป็นไม้และอาจแกะสลักหรือฉลุลายเป็นลวดลาย
หรือสัญลักษณ์ตามศิลปะแบบจีนผสมศิลปะไทย
ทำให้เกิดข้อจำกัดเรื่องขนาดแปลงที่ดินที่มีขนาดพื้นที่เล็กทั้งความกว้างและความลึกที่ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกความตามในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
นอกจากนั้นบริเวณต่อเนื่องกับเขตเพลิงไหม้ยังคงมีอาคารที่มีรูปลักษณ์สถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกัน
แต่มีแนวโน้มการก่อสร้างอาคารสมัยใหม่เป็นอาคารขนาดใหญ่และสูง
ไม่สอดคล้องและกลมกลืนกับอาคารที่มีคุณค่า สถาปัตยกรรมศิลปกรรมและวัฒนธรรม ภายในชุมชน
สมควรกำหนดมาตรการควบคุมรูปแบบอาคารบางชนิดหรือบางประเภทเพื่อการอนุรักษ์ชุมชนบริเวณประสบอัคคีภัยและบริเวณต่อเนื่อง
จึงจำเป็นต้องตราเทศบัญญัตินี้
โสรศ/ผู้จัดทำ
๑๕
มิถุนายน ๒๕๕๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๗๑ ง/หน้า ๓๖/๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).