มาตรา 8 ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการการเมืองท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
`บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการการเมือง
(1) นายกรัฐมนตรี เดือนละ 13,900บาท
(2) รองนายกรัฐมนตรี เดือนละ 12,650บาท
(3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง หรือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เดือนละ 11,445บาท
(4) รัฐมนตรีว่าการทบวง หรือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เดือนละ 10,900บาท
(5) รัฐมนตรีช่วยว่าการทบวง หรือรัฐมนตรี
เดือนละ 10,380บาท
(6) ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีหรือที่ปรึกษารัฐมนตรี
เดือนละ7,260บาท
(7) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดือนละ 10,900บาท
(8) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดือนละ 10,380บาท
(9) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดือนละ 10,900บาท
(10) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
เดือนละ 10,380บาท
(11) เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง หรือเลขานุการประธานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี
เดือนละ6,150บาท
(12) โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดือนละ9,410บาท
(13) รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เดือนละ8,505บาท
(14) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวงผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาที่ปรึกษา
ของนายกรัฐมนตรี เดือนละ5,485บาท
(15) ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง
เดือนละ4,335บาท
(16) ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือประจำสำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เดือนละ4,335บาท
(17) เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เดือนละ5,485บาท
(18) ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เดือนละ4,335บาท'
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ธานินทร์ กรัยวิเชียร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีบทบัญญัติบางประการที่ยังไม่เหมาะสมกับกาลสมัย ฉะนั้น เพื่อประโยชน์ในหารบริหารราชการแผ่นดิน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสมควรกำหนดให้มีตำแหน่งเลขานุการ ประธานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และประจำสำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น และให้ผู้ดำรง ตำแหน่งดังกล่าวมีฐานะเป็นข้าราชการการเมืองด้วยจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น