มาตรา ๖ ให้จัดตั้งการทางพิเศษขึ้นเรียกว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เรียกโดยย่อว่า กทพ.
และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า EXPRESSWAY AUTHORITY OF THAILAND เรียกโดยย่อว่า EXAT และให้มีตราเครื่องหมายของ กทพ.
รูปลักษณะของตราเครื่องหมายตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๗
ห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยหรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลหรืออ่านว่า
ทางพิเศษ หรือ ทางด่วน ประกอบในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย
ใบแจ้งความหรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจอันอาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นกิจการของ
กทพ. เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กทพ.
มาตรา ๘ ให้ กทพ. เป็นนิติบุคคล
มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑)
สร้างหรือจัดให้มีทางพิเศษด้วยวิธีใด ๆ ตลอดจนบำรุงและรักษาทางพิเศษ
(๒)
ดำเนินงานหรือธุรกิจเกี่ยวกับทางพิเศษ และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับทางพิเศษ หรือที่เป็นประโยชน์แก่
กทพ.
มาตรา ๙ ให้ กทพ. มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร
หรือจังหวัดอื่นตามความเหมาะสม และจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ
ที่อื่นใดก็ได้
แต่การตั้งสำนักงานสาขาภายนอกราชอาณาจักรต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน
มาตรา ๑๐ ให้ กทพ. มีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา
๘ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑)
ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ
(๒)
ก่อตั้งสิทธิหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร
(๓)
เรียกเก็บค่าผ่านทางพิเศษ หรือค่าบริการอื่น ตลอดจนค่าธรรมเนียมการใช้ทรัพย์สิน
การให้บริการและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในเขตทางพิเศษ
(๔)
กำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้และการรักษาทางพิเศษตลอดจนการใช้และการรักษาทรัพย์สิน
การให้บริการ และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในเขตทางพิเศษ
(๕)
กู้หรือยืมเงินภายในและภายนอกราชอาณาจักร
(๖)
ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการของ กทพ.
(๗)
จัดตั้งหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของ
กทพ.
(๘)
ลงทุนหรือเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่นเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของ
กทพ.
(๙)
ให้สัมปทานในการสร้างหรือขยายทางพิเศษ ต่ออายุสัมปทาน โอนสัมปทาน
หรือเพิกถอนสัมปทาน
(๑๐)
ว่าจ้างหรือมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดประกอบกิจการส่วนหนึ่งส่วนใดของ กทพ.
แต่ถ้ากิจการนั้นมีรัฐวิสาหกิจใดมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ และคณะกรรมการเห็นว่ารัฐวิสาหกิจนั้นสามารถจะดำเนินการให้บังเกิดผลและมีประสิทธิภาพได้
ให้ กทพ. ว่าจ้างหรือมอบให้รัฐวิสาหกิจนั้นเป็นผู้ประกอบกิจการก่อนผู้อื่น
(๑๑)
ทำการค้าและให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องใช้เกี่ยวกับทางพิเศษ
(๑๒)
ให้เช่าหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ กทพ. ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ กทพ.
โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะควบคู่ไปด้วย
(๑๓)
วางแผน สำรวจ และออกแบบเกี่ยวกับการสร้างหรือขยายทางพิเศษ
(๑๔)
กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของ
กทพ.
มาตรา ๑๑ ทุนของ กทพ. ประกอบด้วย
(๑)
เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๖๔
(๒)
เงินที่รัฐบาลจัดสรรเพิ่มเติมให้เป็นคราว ๆ เพื่อดำเนินงานหรือขยายกิจการ
(๓)
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๔)
เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่รับโอนจากทางราชการ องค์การของรัฐ
หรือที่ได้รับจากรัฐบาลต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่างประเทศ
เมื่อได้หักหนี้สินออกแล้ว
มาตรา ๑๒ เงินสำรองของ กทพ.
ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อขยายกิจการ
เงินสำรองเพื่อการไถ่ถอนหนี้ และเงินสำรองอื่น ๆ
ตามความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
เงินสำรองจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๓ ทรัพย์สินของ กทพ.
ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
คณะกรรมการและผู้ว่าการ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).