ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีส่วนราชการส่งเงินเข้ากองทุนเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด
พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวปฏิบัติกรณีส่วนราชการส่งเงินเข้ากองทุนเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับข้อ ๗ ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการถอนคืนเงินหรือการนำส่งเงินเพิ่ม
กรณีส่วนราชการนำส่งเงินสะสม เงินสมทบ
และเงินชดเชยของสมาชิกเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด พ.ศ. ๒๕๕๔
เลขาธิการจึงออกระเบียบดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยแนวปฏิบัติกรณีส่วนราชการส่งเงินเข้ากองทุนเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด
พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
หน่วยงานของกองทุน หมายความว่า
หน่วยงานของกองทุนซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินสะสม เงินสมทบ
และเงินชดเชยเพื่อเข้าบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิก
และการจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิรับเงินจากกองทุน
ข้อ ๔ เมื่อกองทุนได้รับข้อมูลการนำส่งเงินสะสม
เงินสมทบ และเงินชดเชยเพื่อเข้าบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกจากส่วนราชการผู้เบิก
ให้หน่วยงานของกองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑)
ตรวจสอบข้อมูลและจำนวนเงินของสมาชิกแต่ละรายที่ส่วนราชการผู้เบิกนำส่งให้แก่กองทุนในเดือนปัจจุบันเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดังต่อไปนี้
(ก)
นำส่งเงินเข้ากองทุนเกินหรือต่ำกว่าเดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ
(ข) ขาดการนำส่งเงินเข้ากองทุน หรือ
(ค) มีข้อมูลอื่นใดที่ผิดปกติ
(๒)
ตรวจสอบข้อมูลและจำนวนเงินของสมาชิกแต่ละรายที่ส่วนราชการผู้เบิกนำส่งให้แก่กองทุนว่ามีการนำส่งเงินเข้ากองทุนซ้ำภายในเดือนเดียวกันหรือไม่
(๓)
ตรวจสอบความถูกต้องในการคำนวณเงินนำส่งกรณีสมาชิกพ้นสมาชิกภาพที่ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุนของส่วนราชการผู้เบิกก่อนการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(ก) กรณีสมาชิกลาออกจากราชการ ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันก่อนวันถึงกำหนดลาออก
แต่ถ้าถึงกำหนดลาออกแล้วยังไม่ได้รับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออก
และสมาชิกผู้นั้นยังคงรับราชการต่อมา
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันรับทราบหรือควรได้รับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออก
(ข) กรณีสมาชิกถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันก่อนวันที่ระบุในคำสั่งให้ออก
ปลดออก หรือไล่ออก แต่ถ้ายังไม่ได้รับทราบคำสั่ง
และสมาชิกผู้นั้นยังคงรับราชการต่อมา
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันรับทราบหรือควรได้รับทราบคำสั่งให้ออก
ปลดออก หรือไล่ออก
(ค) กรณีสมาชิกพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุตามกฎหมาย
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ
เว้นแต่กรณีที่ได้รับการต่อเวลาราชการ
จะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันครบการต่อเวลาราชการ
(ง) กรณีสมาชิกโอนไปเป็นข้าราชการประเภทอื่นที่มิใช่ข้าราชการตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๙
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันก่อนวันที่โอนไปเป็นข้าราชการประเภทอื่นตามที่ระบุในคำสั่งของส่วนราชการเจ้าสังกัด
(จ) กรณีสมาชิกถึงแก่ความตายในระหว่างรับราชการ
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย
ข้อ ๕ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงตามข้อ ๔ (๑)
หรือ (๒) ให้หน่วยงานของกองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑)
ประสานงานกับส่วนราชการผู้เบิกทางโทรศัพท์เพื่อสอบทานความถูกต้องของข้อมูลและจำนวนเงินนำส่งของสมาชิก
หากส่วนราชการผู้เบิกยืนยันความถูกต้องแล้ว ให้บันทึกไว้ในระบบงานของกองทุน หรือ
(๒) มีหนังสือถึงส่วนราชการผู้เบิกในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตาม
(๑) ได้
หรือในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งทางโทรศัพท์ว่าข้อมูลหรือจำนวนเงินนำส่งของสมาชิกไม่ถูกต้อง
เพื่อให้ส่วนราชการผู้เบิกสอบทานความถูกต้อง
หรือดำเนินการแก้ไขข้อมูลและจำนวนเงินนำส่งของสมาชิก
โดยมีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการให้กองทุนทราบด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งให้กองทุนทราบว่าข้อมูลหรือจำนวนเงินนำส่งของสมาชิกเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนด
หรือในกรณีที่หน่วยงานของกองทุนตรวจพบว่าส่วนราชการผู้เบิกคำนวณเงินนำส่งของสมาชิกเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ
๔ (๓) ให้หน่วยงานของกองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑)
ปรับปรุงข้อมูลเงินนำส่งเฉพาะจำนวนที่ส่วนราชการผู้เบิกนำส่งเกินออกจากบัญชีสมาชิกรายบุคคลไปเข้าบัญชีเงินรอถอนคืนของกองทุนตามแผนการลงทุนของสมาชิกรายนั้น
(๒)
มีหนังสือแจ้งให้ส่วนราชการผู้เบิกตรวจสอบและขอถอนคืนเงินเฉพาะจำนวนที่นำส่งเกิน
ข้อ ๗ ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกไม่แจ้งผลการตรวจสอบหรือไม่ยื่นคำขอถอนคืนเงินจากกองทุนตามข้อ
๖ (๒) ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกองทุน ให้หน่วยงานของกองทุนคืนเงินนำส่งเกินที่ปรากฏในบัญชีเงินรอถอนคืนของกองทุนให้แก่ส่วนราชการผู้เบิกโดยวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของส่วนราชการผู้เบิก หรือ
(๒) ออกเช็คขีดคร่อมในนามส่วนราชการผู้เบิก
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้มีหนังสือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับรายการเงินนำส่งเกินของสมาชิกและการคืนเงินตาม (๑)
หรือ (๒) ให้ส่วนราชการผู้เบิกทราบด้วย
ข้อ ๘ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
โสภาวดี
เลิศมนัสชัย
เลขาธิการคณะกรรมการ
กบข.
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๓๗/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).