ข้อ ๔ เมื่อกองทุนได้รับข้อมูลการนำส่งเงินสะสม
เงินสมทบ และเงินชดเชยเพื่อเข้าบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกจากส่วนราชการผู้เบิก
ให้หน่วยงานของกองทุนดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑)
ตรวจสอบข้อมูลและจำนวนเงินของสมาชิกแต่ละรายที่ส่วนราชการผู้เบิกนำส่งให้แก่กองทุนในเดือนปัจจุบันเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดังต่อไปนี้
(ก)
นำส่งเงินเข้ากองทุนเกินหรือต่ำกว่าเดือนที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ
(ข) ขาดการนำส่งเงินเข้ากองทุน หรือ
(ค) มีข้อมูลอื่นใดที่ผิดปกติ
(๒)
ตรวจสอบข้อมูลและจำนวนเงินของสมาชิกแต่ละรายที่ส่วนราชการผู้เบิกนำส่งให้แก่กองทุนว่ามีการนำส่งเงินเข้ากองทุนซ้ำภายในเดือนเดียวกันหรือไม่
(๓)
ตรวจสอบความถูกต้องในการคำนวณเงินนำส่งกรณีสมาชิกพ้นสมาชิกภาพที่ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุนของส่วนราชการผู้เบิกก่อนการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(ก) กรณีสมาชิกลาออกจากราชการ ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันก่อนวันถึงกำหนดลาออก
แต่ถ้าถึงกำหนดลาออกแล้วยังไม่ได้รับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออก
และสมาชิกผู้นั้นยังคงรับราชการต่อมา
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันรับทราบหรือควรได้รับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออก
(ข) กรณีสมาชิกถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันก่อนวันที่ระบุในคำสั่งให้ออก
ปลดออก หรือไล่ออก แต่ถ้ายังไม่ได้รับทราบคำสั่ง
และสมาชิกผู้นั้นยังคงรับราชการต่อมา
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันรับทราบหรือควรได้รับทราบคำสั่งให้ออก
ปลดออก หรือไล่ออก
(ค) กรณีสมาชิกพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุตามกฎหมาย
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันสิ้นปีงบประมาณ
เว้นแต่กรณีที่ได้รับการต่อเวลาราชการ
จะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันครบการต่อเวลาราชการ
(ง) กรณีสมาชิกโอนไปเป็นข้าราชการประเภทอื่นที่มิใช่ข้าราชการตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๙
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันก่อนวันที่โอนไปเป็นข้าราชการประเภทอื่นตามที่ระบุในคำสั่งของส่วนราชการเจ้าสังกัด
(จ) กรณีสมาชิกถึงแก่ความตายในระหว่างรับราชการ
ส่วนราชการผู้เบิกจะต้องคำนวณเงินนำส่งจนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย