法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลกระทุ่มแบน เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2497

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
81
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติ

เทศบัญญัติ

ของเทศบาลตำบลกระทุ่มแบน

เรื่อง

ควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช

๒๔๙๗

โดยอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช ๒๔๗๐ เทศบาลตำบลกระทุ่มแบน ตราเทศบัญญัติไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาเทศบาลตำบลกระทุ่มแบน

และโดยอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “เทศบัญญัติ

เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๙๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตควบคุมการก่อสร้างอาคารตามพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙ ในเขตเทศบาลตำบลกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๔๙๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๑]

ให้ใช้เทศบัญญัตินี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

วิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้

(๑) “อาคารที่พักอาศัย”

หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง แพ ซึ่งโดยปกติบุคคลอาศัยทั้งกลางวันและกลางคืน

(๒) “อาคารพาณิชย์”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์แห่งการค้า

หรือโรงงานที่ใช้เครื่องจักรซึ่งเทียบได้ไม่เกิน ๕ แรงม้า

หรืออาคารที่ก่อสร้างห่างแนวทางสาธารณะหรือทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะไม่เกิน ๑๔

เมตร ซึ่งอาจใช้เป็นอาคารเพื่อประโยชน์แห่งการค้าได้

(๓) “ห้องแถว”

หมายความว่า อาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์

ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้อง

และประกอบด้วยวัตถุอันมิใช่วัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๔) “ตึกแถว” หมายความว่า

อาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์

ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้องและประกอบด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๕) “โรงงานอุตสาหกรรม”

หมายความว่า โรงงานสำหรับประกอบการอุตสาหกรรม

โดยอาศัยเครื่องจักรซึ่งเทียบได้เกินกว่า ๕ แรงม้า เป็นปัจจัย

(๖) “อาคารสาธารณะ”

หมายความว่า โรงมหรสพ หอประชุม โรงเรียน

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นที่ชุมนุมชนได้ทั่วไป เช่น โรงแรม ภัตตาคาร

หรือโรงพยาบาล เป็นต้น

(๗) “อาคารเลี้ยงสัตว์”

หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ พักอาศัย

(๘) “อาคารชั่วคราว”

หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างซึ่งคณะเทศมนตรีพิจารณา

เห็นว่าเพื่อใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว และมีกำหนดเวลาที่จะรื้อถอน

(๙) “อาคารพิเศษ”

หมายความถึง อาคารดังต่อไปนี้

ก. โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หรือหอประชุม

ข. อู่เรือ คานเรือ หรือท่าเรือ สำหรับเรือขนาดใหญ่เกินกว่า

๑๐๐ ตัน และโป๊ะ (ท่าเรือ)

ค. อาคารสูงกว่า ๑๕ เมตร

หรือสะพานในที่ซึ่งติดต่อกับทางสาธารณะ มีความยาวช่วงหนึ่งเกิน ๑๐ เมตร

หรืออาคารที่มีคานหรือโครงหลังคา ช่วงหนึ่งยาวเกิน ๑๐ เมตร

(๑๐) “ผู้ออกแบบ”

หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการคำนวณเขียนแบบและกำหนดรายการเพื่อใช้ในการก่อสร้าง

(๑๑) “นายงาน”

หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ควบคุมการปลูกสร้างให้ผู้ได้รับอนุญาต

(๑๒) “นายช่าง”

หมายความว่า นายช่างตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

(๑๓) “แผนผัง”

หมายความว่า แผนที่แสดงลักษณะที่ดินบริเวณปลูกสร้างอาคารและที่ดินติดต่อ

(๑๔) “แบบก่อสร้าง”

หมายความว่า แบบเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกสร้างตัวอาคาร

(๑๕) “รายการ”

หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวแก่การปลูกสร้างตามแนวของแบบก่อสร้างนั้น

(๑๖) “รายคำนวณ”

หมายความว่า รายละเอียดแสดงวิธีการคิดกำลังต้านทานของส่วนอาคารตามที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง

(๑๗) “แบบสังเขป”

หมายความว่า แบบชนิดซึ่งเขียนไว้พอเป็นประมาณ

(๑๘) “แผนอาคาร”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนราบของอาคาร

(๑๙) “รูปด้าน”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอกของอาคาร

(๒๐) “รูปตัด”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในอาคาร

(๒๑) “พื้นอาคาร”

หมายความว่า

เนื้อที่ส่วนราบของอาคารซึ่งอยู่ภายในขอบเขตของคานหรือรอดที่รับพื้นนั้น

(๒๒) “ฝา”

หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นแบ่งพื้นอาคารให้เป็นห้องๆ

(๒๓) “ผนัง”

หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นด้านนอกของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยจากกัน

(๒๔) “ผนังกันไฟ”

หมายความว่า ผนังซึ่งทำด้วยวัตถุทนไฟและไม่มีช่องที่จะให้ไฟผ่านได้

(๒๕) “รากฐาน”

หมายความว่า ส่วนรับน้ำหนักของอาคารนับจากใต้พื้นชั้นล่างลงไปจนถึงที่ฝังอยู่ในดิน

(๒๖) “เสาเข็ม”

หมายความว่า เสาที่ตอกฝังลงในดินเพื่อช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร

(๒๗) “ช่วงบันได”

หมายความว่า ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อกันโดยตลอด

(๒๘) “ลูกตั้ง”

หมายความว่า ระยะตั้งของขั้นบันได

(๒๙) “ลูกนอน”

หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันได

(๓๐) “บ่อตรวจระบาย”

หมายความว่า ส่วนที่เปิดได้ของท่อระบายซึ่งกำหนดไว้ใช้ในการชำระล้างท่อ

(๓๑) “บ่อพักขยะ”

หมายความว่า ส่วนของทางระบายน้ำที่กำหนดกั้นขยะให้หยุดระบายไปด้วยกับน้ำ

(๓๒) “อุปกรณ์อนามัย”

หมายความว่า เครื่องประกอบอันใช้ประโยชน์ในการสุขาภิบาลของอาคาร

(๓๓) “บ่ออาจม”

หมายความว่า บ่อพักอุจจาระหรือสิ่งโสโครกอันไม่มีวิธีการระบายออกไปตามสภาพปกติ

(๓๔) “ลิฟต์”

หมายความว่า เครื่องสำหรับใช้บรรทุกบุคคลหรือของขึ้นลงระหว่างพื้นต่างๆ ของอาคาร

(๓๕) “ท่อเอกประปา”

หมายความว่า ท่อน้ำประปาในทางสาธารณะซึ่งเป็นสมบัติของการประปา

(๓๖) “วัตถุทนไฟ”

หมายความว่า วัตถุก่อสร้างซึ่งไม่เป็นเชื้อเพลิง

(๓๗) “วัตถุถาวร”

หมายความว่า วัตถุทนไฟซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้ง่ายโดยน้ำ ไฟ หรือดินฟ้าอากาศ

(๓๘) “อิฐธรรมดา”

หมายความว่า ดินชนิดที่ปั้นขึ้นเป็นแท่งโดยไม่ใช้เครื่องจักรและเผาไฟสุกแล้ว

(๓๙) “อิฐอัด”

หมายความว่า อิฐชนิดซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้เครื่องอัดให้เนื้อแน่นก่อนเผา

(๔๐) “คอนกรีต”

หมายความว่า วัตถุซึ่งประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของซีเมนต์ ทราย และหินหรือกรวด น้ำ

(๔๑) “คอนกรีตเสริมเหล็ก”

หมายความว่า คอนกรีตซึ่งมีเหล็กฝังภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้นกว่าปกติ

(๔๒) “เหล็กหล่อ”

หมายความว่า เหล็กซึ่งถลุงมาจากแร่เหล็กอันจะใช้เชื่อมหรือชุบไม่ได้ผล

(๔๓) “เหล็กล้วน”

หมายความว่า เหล็กที่มีธาตุอื่นเจือปนน้อยที่สุดและจะใช้ชุบไม่ได้ผล

(๔๔) “เหล็กถ่าน”

หมายความว่า เหล็กซึ่งมีธาตุถ่านผสมทำให้เหนียวกว่าปกติอันจะใช้ชุบได้ผล

(๔๕) “เหล็กเสริม”

หมายความว่า เหล็กถ่านที่ใช้สำหรับฝังในเนื้อคอนกรีตเพื่อเพิ่มกำลังขึ้น

(๔๖) “ไม้อ่อน”

หมายความว่า ไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่คงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์

โดยปราศจากวัตถุป้องกัน เช่น ไม้ยางหรือไม้ตะแบก

(๔๗) “ไม้แก่น”

หมายความว่า ไม้เนื้อแข็งซึ่งทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ได้ดีตามสภาพอันสมควร

เช่น ไม้เต็งรัง ตะเคียนทอง เคี่ยม

(๔๘) “ปูนขาว”

หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากหินธาตุปูนหรือเปลือกหอย

(๔๙) “ซีเมนต์”

หมายความว่า

วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากแร่ธาตุปูนและธาตุดินผสมกันตามส่วนกำหนด

(๕๐) “ทราย”

หมายความว่า ก้อนหินเมล็ดเล็กละเอียดเกิดตามธรรมชาติซึ่งมีขนาดโตไม่เกิน ๓

มิลลิเมตร

(๕๑) “กรวด”

หมายความว่า ก้อนหินเกิดตามธรรมชาติขนาดโตเกินกว่า ๓ มิลลิเมตร

(๕๒) “ดินดาน”

หมายความว่า หินชนิดที่มีเนื้อเปื่อยไม่แน่นเป็นก้อนแกร่ง

(๕๓) “หินปูน”

หมายความว่า หินธาตุปูนซึ่งมีเนื้อแน่นแกร่งเป็นก้อนปึก

(๕๔) “หินทราย”

หมายความว่า หินประกอบด้วยเมล็ดทรายและประสานด้วยวัตถุอื่นเป็นก้อนปึก

(๕๕) “หินอัคนี”

หมายความว่า หินที่มีเนื้อแข็งแกร่งเป็นก้อนปึกโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นประสาน

(๕๖) “แรงประลัย”

หมายความว่า แรงขนาดที่จะทำให้วัตถุแตกแยกออกจากกันเป็นส่วน

(๕๗) “แรงดึง”

หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุแยกออกห่างจากกัน

(๕๘) “แรงอัด”

หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุทลายเข้าหากัน

(๕๙) “แรงเฉือน”

หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุขาดออกจากกันดุจกรรไกรตัด

(๖๐) “ส่วนปลอดภัย”

หมายความว่า อัตราส่วนที่ใช้ทอนแรงประลัยลงให้ถึงขนาดที่จะใช้ได้ปลอดภัย

(๖๑) “น้ำหนักบรรทุก”

หมายความว่า น้ำหนักที่จะกำหนดว่าจะมาเพิ่มขึ้นบนอาคาร

นอกจากน้ำหนักของตัวอาคารนั้นเอง

(๖๒) “ส่วนลาด”

หมายความว่า ส่วนระยะตั้งเทียบกับส่วนระยะยาว

(๖๓) “ทางระบายน้ำสาธารณะ”

หมายความว่า ช่องน้ำไหลตามทางสาธารณะ ซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายน้ำออกจากอาคารได้

(๖๔) “ทางสาธารณะ”

หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้

(๖๕) “ระดับถนน”

หมายความว่า ความสูงของยอดถนนจากที่ดินใกล้ชิดเทียบกับระดับน้ำทะเล

(๖๖) “แนวถนน”

หมายความว่า แนวเขตที่กำหนดไว้ให้เป็นทางสาธารณะ

(๖๗) “ถนนสาธารณะ”

หมายความว่า ทางสาธารณะที่รถเดินผ่านได้

การอนุญาตปลูกสร้าง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามความในมาตรา

๗ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ยื่นคำขอต่อคณะเทศมนตรีตามแบบ “อ. ๑”

ท้ายเทศบัญญัติ พร้อมด้วยแผนผังแบบก่อสร้างและรายการอย่างละ ๓ ชุด

ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารจะต้องเป็นเจ้าของอาคารที่จะปลูกสร้างขึ้นหรือเป็นตัวแทนของผู้นั้น

ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การขอใบอนุญาตชั่วคราวตามความในมาตรา ๙

วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัติ นอกจากจะแสดงความประสงค์ในคำขออนุญาตแล้ว

ให้ผู้ขออนุญาตกำหนดขั้นของงานและระยะเวลาสำเร็จในแผนผังแบบก่อสร้าง

และรายการไว้ให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารตามความในมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ทำตามแบบ “อ. ๒”

ท้ายเทศบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คำสั่งของคณะเทศมนตรีให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง

แบบก่อสร้างหรือรายการตามความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ทำตามแบบ “อ. ๓”

ท้ายเทศบัญญัตินี้ และให้จัดส่งให้ผู้ขออนุญาตโดยให้ลงชื่อรับเป็นหลักฐานไว้

แต่ถ้าส่งให้ไม่ได้ก็ให้ประกาศไว้ให้ทราบที่ป้ายโฆษณาของสำนักงานเทศบาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สำหรับอาคารตามความในมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติ ให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างแจ้งให้คณะเทศมนตรีทราบเป็นหนังสือก่อนกำหนด

ก่อสร้างอย่างน้อยเป็นเวลา ๓๐ วัน พร้อมด้วยแผนผังและแบบก่อสร้าง ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ถ้าคณะเทศมนตรีมีข้อแก้ไขสำหรับอาคารตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ

ก็ไห้มีหนังสือแจ้งเหตุผลให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างทราบภายในกำหนด ๑๕

วัน นับจากเวลาที่ได้รับแจ้งความนั้น

แผนผัง

แบบก่อสร้าง และรายการ

แผนผัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แผนผังให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน

๑,๐๐๐ แสดงขอบเขตที่ดินและบริเวณติดต่อและแสดงขอบนอกของอาคารที่มีอยู่แล้วกับอาคารที่ขออนุญาตปลูกสร้างใหม่ด้วยลักษณะและเครื่องหมายต่างกันให้ชัดเจน

พร้อมด้วยเครื่องหมายทิศอันถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในแผนผังให้แสดงทางสาธารณะที่ติดต่อกับที่ดินปลูกสร้างโดยบริบูรณ์

กับทางระบายน้ำออกจากอาคารที่ปลูกสร้างนั้น จนถึงทางระบายน้ำสาธารณะ และตามแนวทางระบายน้ำนั้น

ให้แสดงเครื่องหมายชี้ทางน้ำไหลพร้อมด้วยส่วนลาด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในแผนผังให้แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคาร

และให้แสดงการสัมพันธ์กับระดับถนนสาธารณะหรือระดับพื้นดินตรงที่ปลูกสร้างในแผนผังนั้น

แบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ แบบก่อสร้างให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๑๐๐ แสดงแผนรากฐานของอาคารและชั้นต่างๆ

ของอาคารรูปด้านและรูปตัดเนื่องกันไม่ต่ำกว่า ๒ ด้าน

รูปรายละเอียดส่วนสำคัญขนาดและเครื่องหมายวัตถุประกอบแผนอาคารชัดเจนพอที่จะคิดรายการและสอบรายคำนวณได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ แบบก่อสร้างอาคารสาธารณะ และอาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป

ให้แสดงรายคำนวณกำลังของส่วนสำคัญต่างๆ ของอาคารไว้โดยบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

แบบก่อสร้างสำหรับการปลูกสร้างอาคารโดยต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารที่มีอยู่แล้วตามความในมาตรา

๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ ให้แสดงแบบของส่วนเก่าและส่วนที่จะต่อเติมหรือดัดแปลงให้เห็นชัดเจนต่างกัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อาคารชั่วคราว

เพื่อประโยชน์ในการปลูกสร้างอาคารถาวรหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นก็ดี

จะต้องเสนอแบบก่อสร้างเป็นแบบสังเขปก็ได้ แบบอาคารประเภทนี้

ผู้รับอนุญาตจะต้องรื้อถอนไปให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดอายุหนังสืออนุญาตนั้น

หรือถ้ายังมีความจำเป็นจะต้องใช้อยู่ต่อไป ก็ขออนุญาตต่ออายุได้

รายการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

รายการให้แสดงลักษณะของวัตถุก่อสร้างอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคารโดยละเอียดชัดเจนพร้อมด้วยวิธีประกอบวัตถุต่างๆ นั้นเป็นหลักดำเนินการไว้ด้วย

ทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก

และหน่วยการคำนวณต่างๆ ของแผนผังและแบบก่อสร้างรายการหรือรายคำนวณนั้น

ให้ใช้มาตราเมตริกอนุโลมตามกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในแผนผังแบบก่อสร้างและรายการนั้น

ให้ลงนามและแจ้งชื่อสำนักงานหรือที่อยู่ของผู้กำหนดแผนผังออกแบบก่อสร้างทำรายการและคิดรายคำนวณไว้ด้วย

พร้อมด้วยเครื่องหมายวิทยฐานะ (ถ้ามี) ว่าเป็นผู้สามารถสมควรทำการเหล่านั้นได้

ลักษณะอาคารต่างๆ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ อาคารพิเศษนั้น

นอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ ที่มีกำหนดควบคุมอยู่โดยเฉพาะแล้ว

ให้เสนอรายคำนวณอย่างละเอียดด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

อาคารที่พักอาศัยซึ่งมิได้ทำด้วยวัตถุถาวรหรือทนไฟเป็นส่วนใหญ่นั้น

จะปลูกสร้างเกินกว่าสอชั้นและมีครัวไฟอยู่ในอาคารนั้นไม่ได้

จะต้องมีครัวไฟอยู่นอกอาคารนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก เว้นแต่ที่ดินจะมีจำกัด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ อาคารที่พักอาศัยเกินกว่าสามชั้นต้องทำด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

นอกจากบันไดชุดหนึ่งตามปกติจะต้องมีทางลงหนีไฟอย่างน้อยอีกหนึ่งทาง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ห้องแถว ตึกแถว ให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๓๕๐

เซนติเมตร ระหว่างผนัง และต้องมีทางคนเข้าออกได้ทั้งข้างหน้ากับข้างหลัง

ถ้าปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแนวยาว ให้มีผนังกันไฟทุกระยะห้าห้องเป็นอย่างน้อย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ อาคารบ้านเรือนโรง

จะปลูกสร้างบนที่ดินซึ่งถมด้วยขยะมูลฝอยมิได้

เว้นแต่ขยะมูลฝอยนั้นจะได้กลายสภาพเป็นดินแล้ว

หรือได้ทับด้วยดินกระทุ้งแน่นไม่ต่ำกว่า ๓๐ เซนติเมตร

และมีลักษณะไม่เป็นอันตรายแก่อนามัยและมั่นคงพอควรแก่การปลูกสร้างแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ รั้วหรือกำแพงกั้นเขต ให้ทำให้สูงไม่เกิน

๓๐๐ เซนติเมตร เหนือระดับถนน

ประตูรั้วหรือกำแพงทางรถเข้าเมื่อมีคานบนให้วางท้องคานสูงตั้งแต่ ๓๐๐

เซนติเมตรขึ้นไปจากระดับถนน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ป้ายโฆษณาที่เป็นอาคารต้องติดตั้งโดยไม่บังช่องลมหน้าต่างหรือประตู

และต้องติดตั้งด้วยวัตถุติดต่ออันถาวร เพื่อป้องกันการหลุดออก

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

สะพานสำหรับรถข้ามได้ต้องมีช่องกว้างเป็นทางจราจรไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร

และลาดขึ้นลงไม่ชันกว่า ๑ ใน ๑๐ ถ้ามีหลังคาคลุม ต้องวางท้องคานบนสูงไม่ต่ำกว่า

๓๐๐ เซนติเมตร จากระดับพื้นสะพาน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การปลูกสร้างโดยต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารซึ่งจำต้องได้รับอนุญาตนั้น

มีกำหนดดังต่อไปนี้

ก. ขยายพื้นชั้นหนึ่งชั้นใดตั้งแต่ห้าตารางเมตรขึ้นไป

ข.

เปลี่ยนหลังคาหรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม

ค. เพิ่ม ลด จำนวนหรือเปลี่ยนเสา คานบันได และผนัง

ส่วนต่างๆ

ของอาคาร

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ห้องนอนหรือห้องใช้เป็นที่พักอาศัยในอาคารให้มีช่องประตูและหน้าต่างเป็นเนื้อที่รวมกันไม่น้อยกว่าส่วน

๑ ใน ๑๐

ของพื้นที่ของห้องนั้นโดยไม่รวมนับส่วนประตูหรือหน้าต่างอันติดต่อกับห้องอื่น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ห้องของอาคารซึ่งบุคคลเข้าไปได้

จะต้องมีช่องระบายลมให้เพียงพอในเมื่อได้ปิดประตูทั้งหมด วิธีระบายลมนั้น

ให้ทำตามแบบซึ่งเหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ช่องทางเดินภายในอาคารสำหรับบุคคลใช้สอยหรืออาศัย ให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า

๑๐๐ เซนติเมตร กับมิให้มีเสากีดกั้นให้ส่วนหนึ่งส่วนใดแคบกว่ากำหนด

ทั้งให้มีแสงสว่างธรรมชาติแลเห็นได้เวลากลางวันด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ยอดหน้าต่างและประตูของห้องนอนหรือห้องพักอาศัยให้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า

๒๐๐ เซนติเมตร

และบุคคลอยู่ในห้องต้องสามารถเปิดประตูหน้าต่างและออกจากห้องนั้นได้โดยมิจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดานยอดฝาหรือผนังสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องไม่ต่ำกว่า

๓๐๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ห้องแถว ตึกแถว

โรงรถหรือคอกสัตว์ที่มีห้องคนพักอาศัยอยู่ชั้นบน ระยะนั้นต้องไม่ต่ำกว่า ๓๕๐

เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

พื้นชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัยนั้นต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารอย่างน้อย

๗๕ เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน หรือวัตถุแข็งอย่างอื่นที่สร้างตัน

ต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารอย่างน้อย ๑๐ เซนติเมตร

และถ้าเป็นอาคารตั้งอยู่ริมทางสาธารณะ ต้องวัดความสูงจากระดับทางสาธารณะนั้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ห้ามมิให้มีประตูหน้าต่างหรือช่องลมจากครัวไฟเปิดเข้าสู่ห้องส้วมหรือห้องนอนของอาคารได้โดยตรง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

เตาไฟสำหรับการอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ชนิดเป็นเตาก่อหรือเตาเหล็ก

ให้ตั้งได้เฉพาะในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

เตาไฟและปล่องระบายควันไฟจะต้องทำมิให้ฝาหรือผนัง หรือหลังคารับความร้อนจัดได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

บันไดสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๓๐๐ เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๒๐ เซนติเมตร ลูกนอนไม่แคบกว่า

๒๒ เซนติเมตร ถ้าตอนใดที่ทำเลี้ยวมีบันไดเวียน

ส่วนแคบที่สุดของลูกนอนต้องไม่แคบกว่า ๑๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ บันไดอันเป็นประธานสำหรับอาคารสาธารณะ

โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารพาณิชย์ ต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๔๐๐ เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๑๙ เซนติเมตร

และลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๔ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ บันไดซึ่งมีช่วงระยะสูงกว่าที่กำหนดไว้

ให้ทำที่พักมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่าส่วนกว้างของบันไดนั้น

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ประตูสำหรับอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม

หรืออาคารพาณิชย์ ต้องมีธรณีประตูเสมอเรียบกับพื้นหรือไม่มีเลย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ วัตถุมุงหลังคาให้ทำด้วยวัตถุทนไฟ

แต่ทั้งนี้คณะเทศมนตรีอาจพิจารณาผ่อนผันให้ใช้วัตถุอื่นมุงได้เมื่อมีเหตุอันสมควร

สำหรับอาคารซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอาคารต่างครัวเรือนหรือเขตที่ดินหรือทางสาธารณะเกิน

๔๐ เมตร จึงจะใช้มุงด้วยวัตถุอื่นได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ลิฟต์สำหรับบุคคลใช้สอย

ให้ทำได้แต่ในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

และโดยเฉพาะส่วนต่อเนื่องกับลิฟต์นั้นต้องเป็นวัตถุทนไฟทั้งสิ้น

และลิฟต์นั้นจะต้องมีส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ำหนักที่กำหนดใช้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ส่วนรากฐานของอาคารซึ่งอยู่ใต้ดินต่อเนื่องกับทางสาธารณะเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะเทศมนตรีแล้ว

จะอยู่เหลื่อมทางสาธารณะเข้าไปได้ไม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร

แต่การเหลื่อมล้ำต้องไม่กีดขวางสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีอยู่ใต้ทางนั้น

และระดับของส่วนรากฐานที่ยื่นออกมาในทางสาธารณะจะต้องไม่สูงกว่าระดับที่คณะเทศมนตรีกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

รากฐานของอาคารจะต้องทำเป็นลักษณะถาวรมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวอาคารและน้ำหนักที่จะใช้บรรทุกได้โดยปลอดภัย

ในกรณีที่คณะเทศมนตรีเห็นว่าการกำหนดรากฐานยังไม่มั่นคงเพียงพอ

ก็ให้เรียกรายคำนวณจากเจ้าของอาคารเพื่อประกอบการพิจารณาได้

กำลังวัตถุและน้ำหนักบรรทุก

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงอัดของอาคารประกอบด้วยอิฐประสานด้วยปูนผสมส่วนต่างๆ

ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดอิฐ

ส่วนปูนขาว

ตามปริมาตร

ส่วนซีเมนต์

ตราช้าง

ตามปริมาตร

ส่วนทราย

ตามปริมาตร

กำลังอัดต่อ

๑ ตารางเซนติเมตร

ธรรมดา

กิโลกรัม

”

๓ ”

”

๔ ”

”

๕ ”

อัด

๔ ”

”

๖ ”

”

๘ ”

”

๑๐ ”

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ

ของส่วนอาคารซึ่งประกอบด้วยเหล็กต่างๆ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔

ของแรงประลัยแห่งวัตถุ และถ้าไม่มีเอกสารแสดงการทดลองโดยผู้ชำนาญ

ก็ให้ใช้แรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดเหล็ก

แรงดึงต่อ

ตารางเซนติเมตร

แรงอัดต่อ

ตารางเซนติเมตร

แรงเฉือนต่อ

ตารางเซนติเมตร

เหล็กหล่อ

๒๐๐

กิโลกรัม

๑,๒๐๐

กิโลกรัม

๒๐๐

กิโลกรัม

เหล็กล้วน

๗๐๐ ”

๗๐๐ ”

๖๐๐ ”

เหล็กถ่านอ่อน

๑,๐๐๐ ”

๑,๐๐๐ ”

๘๐๐ ”

เหล็กเสริม

คอนกรีต

๑,๒๐๐ ”

๑,๒๐๐ ”

๘๕๐ ”

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ

ของไม้ชนิดต่างๆ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๖

ของแรงประลัยแห่งวัตถุ แต่ไม่ให้ความแอ่นของไม้เกิน ๑/๒๐๐ ของช่วงคาน

ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น

ให้ใช้แรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดไม้

แรงดึงตามเสี้ยน

ต่อ ๑

ตาราง

เซนติเมตร

แรงอัดตามเสี้ยน

ต่อ ๑

ตาราง

เซนติเมตร

แรงอัดขวางเสี้ยน

ต่อ ๑

ตาราง

เซนติเมตร

แรงเฉือนตามเสี้ยนต่อ

๑ ตารางเซนติเมตร

ไม้อ่อน

๘๐

กิโลกรัม

๘๐

กิโลกรัม

๒๔

กิโลกรัม

กิโลกรัม

ไม้สัก

๙๐ ”

๙๐ ”

๒๗ ”

๑๐ ”

ไม้แข็ง

๑๐๐ ”

๑๐๐ ”

๓๐ ”

๑๕ ”

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงอัดของคอนกรีตธรรมดา ไม่มีเหล็กเสริมตามส่วนต่างๆ

นั้น ให้ใช้ส่วนปลอดภัยนั้น โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัย แห่งคอนกรีตภายในอายุ ๒๘ วัน

แต่ถ้าหากไม่มีเอกสารแสดงผลทดลองของผู้ชำนาญ ก็ให้ใช้อัตราแรงไม่เกินดังต่อไปนี้

ส่วนซีเมนต์ตามปริมาตร

ส่วนทรายตามปริมาตร

ส่วนหินตามปริมาตร

แรงอัดต่างๆ

กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร

แรงอัดสำหรับคาน

แรงอัดสำหรับเสา

แรงเฉือน

แรงยึด

๕๐

๔๐

๔๕

๓๖

๔.๕

๔๐

๓๒

๓๕

๒๘

๓.๕

๓๐

๒๔

๑๕

๑๒

๑.๕

ถ้าความยาวของเสามากกว่า ๑๒

เท่าของด้านที่แคบหรือของเส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter)

ให้ใช้ค่าในตารางข้างบนคูณด้วย (๑.๓๓ - )

หมายเหตุ ส. =

ยาวของเสา

บ. =

ด้านที่แคบของเสา

กฎนี้ให้ใช้ได้ทั้งเสาคอนกรีตและเสาไม้

81 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลกระทุ่มแบน เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2497 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_41c877865ab11fc4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com