法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช 2473

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ภาพยนตร์

พุทธศักราช ๒๔๗๓

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มี

พระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ

ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า

โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควรควบคุมการทำและฉายภาพยนตร์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ เป็นต้นไป

*[รก. ๒๔๗๓/-/๑๙๔/๒๑ กันยายน ๒๔๗๓]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“เสนาบดี” หมายความว่า

เสนาบดีผู้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราช

บัญญัตินี้

“ฉาย” หมายความว่า

ฉายโดยใช้เครื่องฉายภาพยนตร์หรือเครื่องอย่างอื่น

ทำนองเดียวกัน

“สถานที่มหรสพ” หมายความว่า สถานที่ใด ๆ ซึ่งฉายภาพยนตร์ให้คนดูโดยไม่เก็บหรือเก็บเงินค่าดู

โดยเชิญหรือไม่เชิญก็ตาม

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ท่านห้ามมิให้ทำหรือฉายหรือแสดง ณ สถานที่มหรสพซึ่งภาพยนตร์

หรือประกาศกอบด้วยลักษณะฝ่าฝืนหรืออาจฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย

หรือศีลธรรมอันดี ถึงแม้เพียงว่าการทำ การฉาย หรือการแสดงภาพยนตร์ หรือประกาศนั้น

ๆ น่าจะมีผลเช่นว่านั้น ท่านก็ห้ามดุจกัน

ภาพยนตร์หรือประกาศที่ทำในพระราชอาณาจักร ถ้ามีลักษณะหรืออาจมีผล

เช่นที่ว่านี้ไซร้

ท่านห้ามมิให้นำหรือส่งออกนอกพระราชอาณาจักร

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ภายในบังคับมาตรา ๑๙

แห่งพระราชบัญญัตินี้นอกจากที่ได้รับ

ใบอนุญาตก่อนแล้ว ท่านห้ามมิให้

(๑) ฉายภาพยนตร์ ณ สถานที่มหรสพ

(๒) นำหรือส่งภาพยนตร์ซึ่งทำในพระราชอาณาจักรออกนอกพระราชอาณา

จักร

(๓) ประกาศด้วยภาพหรือรูปถ่ายแสดงเรื่องของภาพยนตร์ จะติดประกาศ

นั้น ๆ ไว้ในที่เปิดเผย หรือแจกหรือสำแดงด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม

มาตรา ๖

มาตรา ๖ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

เสนาบดีมีอำนาจ

ตั้งนายตรวจ เจ้าพนักงานผู้พิจารณา และสภาพิจารณาภาพยนตร์

สภาพิจารณาภาพยนตร์นั้นให้มีเจ้าพนักงานกระทรวงมหาดไทยและ

เจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลใด

ซึ่งเสนาบดีเห็นสมควรตั้งเป็นกรรมการ

ท่านว่าในการประชุมของสภาพิจารณาภาพยนตร์นั้น ต้องมีกรรมการสามคน

อย่างน้อยคนหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทรวงมหาดไทยจึงเป็นองค์ประชุมได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗

เมื่อนายตรวจเห็นว่าภาพยนตร์ใดมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้มีอำนาจ

(๑) ห้ามมิให้ทำภาพยนตร์นั้นต่อไป

(๒) ยึดภาพยนตร์ที่ทำเสร็จแล้วหรือที่ยังไม่เสร็จ และส่งภาพยนตร์นั้น ๆ แก่

เจ้าพนักงานผู้พิจารณาขอให้พิจารณา

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณา พิจารณาภาพยนตร์และประกาศซึ่งกล่าว

ในมาตรา ๕ และ ๗

ตามลำดับวันที่ขอมาและต้องให้คำวินิจฉัยภายในกำหนดสามวัน นับแต่วันที่

ได้รับคำขอเป็นต้นไป

ถ้ามีพฤติการณ์พิเศษ เจ้าพนักงานผู้พิจารณาจะพิจารณาและให้คำวินิจฉัย

ภายในสามวันที่กล่าวแล้วนั้นไม่ได้ไซร้

ท่านให้มีอำนาจยืดเวลาออกไปอีกได้ไม่เกินสิบห้าวัน และให้รายงานการยืดเวลาต่อเสนาบดีทันที

มาตรา ๙

มาตรา ๙

การพิจารณาตามความในมาตรา ๘ นั้น ให้เจ้าพนักงานพิจารณา

ในสถานที่ของผู้ขอใบอนุญาต หรือในสถานที่ซึ่งเสนาบดีจัดไว้

แล้วแต่เจ้าพนักงานผู้พิจารณา

จะเห็นสมควร

เวลาพิจารณา ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในสถานที่นั้น เว้นแต่ตัวเจ้าพนักงาน

ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานเชิญมาช่วยพิจารณา

ผู้ขอใบอนุญาตและคนรับใช้ของผู้ขอ

ใบอนุญาต

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณามีอำนาจ

(๑) สั่งคืนภาพยนตร์ที่นายตรวจยึดไว้ให้แก่ผู้ทำ หรือออกใบอนุญาตให้ตามที่

ขอไว้ เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์

หรือประกาศนั้นไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๔ ในกรณีเช่นนี้

ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณาประทับตราไว้ที่ภาพยนตร์หรือที่ประกาศนั้นเป็นสำคัญ

(๒) สั่งยืนตามคำสั่งของนายตรวจที่ให้ยึดภาพยนตร์นั้น หรือยกคำร้องขอใบ

อนุญาตเสีย

เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์หรือประกาศนั้นมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๔

ถ้าเจ้าพนักงานผู้พิจารณาเห็นว่าภาพยนตร์บางตอนมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบท

บัญญัติมาตรา ๔ และตอนนั้น ๆ

ได้ถูกลบหรือตัดออกตามคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้พิจารณาแล้ว

ไซร้

ท่านให้ถือว่าภาพยนตร์นั้นไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๔

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ในกรณีต่อไปนี้ ท่านว่าอุทธรณ์ไปยังสภาพิจารณาภาพยนตร์ได้

(๑) เมื่อนายตรวจสั่งห้ามมิให้ดำเนินการทำภาพยนตร์ใดต่อไป

(๒) เมื่อนายตรวจยึดภาพยนตร์ไว้ และเจ้าพนักงานผู้พิจารณาสั่งยืนตามคำสั่ง

ของนายตรวจ

(๓) เมื่อพนักงานผู้พิจารณายกคำขอใบอนุญาตเพื่อฉายภาพยนตร์ หรือเพื่อนำ

หรือส่งภาพยนตร์ออกนอกพระราชอาณาจักร

หรือเพื่อสำแดงหรือแจกประกาศด้วยภาพหรือรูปถ่าย

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้สภาพิจารณาภาพยนตร์

มีอำนาจ

(๑) สั่งคืนภาพยนตร์ที่นายตรวจยึดไว้ให้แก่ผู้ทำ หรืออนุญาตให้ผู้ทำภาพยนตร์

ทำต่อไป

หรือสั่งเจ้าพนักงานผู้พิจารณาให้ออกใบอนุญาตตามที่ขอไว้ เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์หรือ

ประกาศนั้น ไม่มีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๔

(๒) สั่งยืนตามคำสั่งของนายตรวจที่ให้ยึดภาพยนตร์หรือให้หยุดการทำ

ภาพยนตร์

หรือสั่งยืนตามคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานผู้พิจารณาที่ยกคำขอใบอนุญาต และสั่งให้ยึด

ภาพยนตร์หรือประกาศที่มีคำร้องขอใบอนุญาตนั้นหรือสั่งให้ส่งกลับออกไป

เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์

หรือประกาศนั้นมีลักษณะฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๔

ท่านให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๐ วรรคสุดท้ายบังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

คำวินิจฉัยของสภาพิจารณาภาพยนตร์นั้นให้ถือว่าเด็ดขาดถึงที่สุด

เว้นแต่คำวินิจฉัยให้ยึดภาพยนตร์ที่ทำในพระราชอาณาจักรนั้น

ท่านว่าผู้ทำหรือผู้ขอใบอนุญาตมี

สิทธินำคดีสู่ศาลหลวงได้ภายในหกเดือน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของสภาเป็นต้นไป ถ้าไม่

นำคดีสู่ศาลภายในกำหนดไซร้ ท่านให้ทำลายภาพยนตร์นั้นเสีย

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

การเก็บรักษาหรือฉายภาพยนตร์ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่นั้น

ท่านว่าอยู่ในความเสี่ยงภัยของเจ้าของหรือผู้ขอใบอนุญาต

และให้เจ้าของหรือผู้ขอใบอนุญาต

ออกค่าใช้จ่ายด้วย

ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นแก่ภาพยนตร์ ท่านว่าเจ้าหน้าที่หรือรัฐบาลของพระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่มีความรับผิด

เว้นแต่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของเจ้าหน้าที่จะได้จงใจทำให้

เกิดการเสียหายนั้นขึ้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ การออกใบอนุญาตให้นั้น

ท่านว่าไม่ปลดเปลื้องผู้ถือใบอนุญาต

ให้พ้นจากความผิดในทางแพ่งหรือทางอาชญา

อันเกิดจากการฉายภาพยนตร์นอกจากในส่วน

ความผิดที่กล่าวไว้ในมาตรา ๔

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

เสนาบดีมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งออกตามความในพระราช

บัญญัตินี้ได้ ตามแต่จะเห็นควร

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจใบอนุญาตให้ฉายภาพยนตร์

ถ้าและไม่มีใบอนุญาตให้ตรวจในขณะนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งหยุดการฉายต่อไปได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

เพื่อรักษาการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่า

เจ้าพนักงานปกครองท้องที่ตั้งแต่ชั้นนายอำเภอขึ้นไป

นายตำรวจตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรี

ขึ้นไป นายตรวจ เจ้าพนักงานผู้พิจารณา

และกรรมการสภาพิจารณาภาพยนตร์ มีสิทธิเข้าไป

ในสถานที่มหรสพซึ่งกำลังฉายภาพยนตร์ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ในกรณีต่อไปนี้

ท่านว่าไม่ต้องมีใบอนุญาต

(๑) กรมใดในรัฐบาลฉายภาพยนตร์เพื่อการศึกษา หรือสาธารณประโยชน์อย่าง

อื่น

หรือกรมใดในรัฐบาลส่งภาพยนตร์ซึ่งทำในพระราชอาณาจักรออกนอกพระราชอาณาจักร

(๒) ฉายให้ญาติมิตรดูเป็นการส่วนตัว หรือภายในสมาคมหรือสโมสร ซึ่งภาพ

ยนตร์อันได้ทำขึ้นมิได้หวังผลในทางค้า หรือนำหรือส่งภาพยนตร์ที่ทำในพระราชอาณาจักรอันมี

ลักษณะเช่นว่านี้ออกนอกพระราชอาณาจักร

ในกรณีที่กล่าวในอนุมาตรา ๒ นี้ ถ้าปรากฏว่าภาพยนตร์นั้นมีลักษณะฝ่าฝืน

ต่อบทบัญญัติมาตรา ๔

นายตรวจมีอำนาจยึดภาพยนตร์นั้นได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราช

บัญญัตินี้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ภายในบังคับมาตรา ๒๑

และ ๒๒ ผู้ใดบังอาจทำ ฉาย นำ หรือ

ส่งออกนอกพระราชอาณาจักรซึ่งภาพยนตร์ หรือสำแดง ประกาศ

อันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทแห่ง

พระราชบัญญัตินี้

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้ใดทำการฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้บังอาจฉาย หรือ

นำหรือส่งออกนอกพระราชอาณาจักรซึ่งภาพยนตร์

หรือสำแดงประกาศอันได้ขอใบอนุญาต

แล้ว และเจ้าพนักงานไม่ยอมออกใบอนุญาตให้

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุก

ไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้ใดทำการฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้บังอาจขัดคำสั่ง

อันชอบด้วยกฎหมายที่นายตรวจได้สั่งโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๗ ท่านว่าผู้นั้น

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

ปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไป

ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎเสนาบดี

กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการออก

ใบอนุญาตและการประทับตราและว่าด้วยกิจการอื่น ๆ

เพื่อปฏิบัติการตามบทแห่งพระราช

บัญญัตินี้

กฎเสนาบดีนี้ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ประกาศมา ณ วันที่ ๒๐ กันยายน

พุทธศักราช ๒๔๗๓ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาล

ปัจจุบัน

ภคินี/แก้ไข

๒๕/๒/๒๕๔๕

A+B(C)

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช 2473 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_420f3bc053a64193

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com