附則
พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
มาตราชั่งตวงวัด
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๗
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
เป็นปีที่ ๖๙
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า คณะกรรมการ ระหว่างบทนิยามคำว่า ผู้บรรจุ และ สำนักงานกลาง ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการชั่งตวงวัด
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และนายตรวจชั่งตวงวัด ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
ยกเว้นค่าธรรมเนียม กำหนดกิจการอื่นและออกประกาศตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและประกาศนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด
พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘ เครื่องชั่งและเครื่องตวงที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ได้แก่เครื่องชั่งและเครื่องตวงทุกชนิด
เว้นแต่เครื่องชั่งและเครื่องตวงที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดให้ยกเว้น
เครื่องวัดที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ได้แก่เครื่องวัดที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๐ ในการซื้อขายหรือจำหน่ายสินค้าใด ๆ ในท้องที่ใด
ถ้ารัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเห็นสมควรให้ใช้มาตราชั่งตวงวัดเฉพาะในระบบเมตริกตามมาตรา
๙ หรือให้กระทำโดยการชั่ง การตวง หรือการวัดอย่างใดอย่างหนึ่ง
ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนด
ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๑ ในกรณีที่ต้องใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบอื่นนอกจากที่กำหนดในมาตรา
๙ หรือในกรณีที่ต้องใช้เครื่องชั่งตวงวัดอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดในประกาศตามมาตรา
๑๖ สำหรับในทางวิชาชีพหรือในทางวิทยาศาสตร์ ให้ใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบนั้นหรือให้ใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นได้เมื่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายอนุญาต
มาตรา ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑/๑
คณะกรรมการชั่งตวงวัด มาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ มาตรา ๑๑/๔ มาตรา ๑๑/๕
มาตรา ๑๑/๖ และมาตรา ๑๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
หมวด ๑/๑
คณะกรรมการชั่งตวงวัด
มาตรา ๑๑/๑ ให้มีคณะกรรมการชั่งตวงวัดประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผู้แทนสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินแปดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ด้านมาตรวิทยาหรือมีประสบการณ์ด้านการชั่ง
การตวง หรือการวัด เป็นกรรมการ
ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ
และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานกลางหนึ่งคนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง
อย่างน้อยต้องมีผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแห่งละหนึ่งคน
มาตรา ๑๑/๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกประกาศตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา
๑๖ มาตรา ๒๑/๑ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓
(๒)
กำหนดสถาบันหรือองค์การชั่งตวงวัดของรัฐบาลต่างประเทศหรือระหว่างประเทศที่ให้การรับรองเอกสารแสดงต้นแบบของเครื่องชั่งตวงวัดที่จะผลิตหรือนำเข้าตามมาตรา
๒๑/๑
(๓) เสนอแผนและมาตรการต่าง ๆ
เกี่ยวกับการส่งเสริมและการกำกับดูแลการชั่งตวงวัด
(๔) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๑๑/๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีแต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทนหรือซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว
มาตรา ๑๑/๔ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่
หรือหย่อนความสามารถ
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๑/๕ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมของคณะกรรมการ
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๑/๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
ให้นำความในมาตรา ๑๑/๕
มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑/๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๑/๒
หรือมาตรา ๑๑/๖ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการอาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง
คำอธิบายหรือความเห็นหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๖ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดชนิดและลักษณะของเครื่องชั่งตวงวัด
และรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องชั่งตวงวัด
มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของมาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ผู้ได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจต้องเสียค่าธรรมเนียมหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจและค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๙/๑ มาตรา
๑๙/๒ และมาตรา ๑๙/๓ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๙/๑ ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดไม่ชำระค่าธรรมเนียมในการประกอบธุรกิจตามมาตรา
๑๗ ภายในเวลาที่กำหนด หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๔
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจได้ครั้งละไม่เกินสามสิบวันและจะต้องไม่เกินสองครั้งในเหตุอย่างเดียวกัน
ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจต้องหยุดประกอบธุรกิจตามหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจนั้น
และในระหว่างถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจจะขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้
มาตรา ๑๙/๒ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้
(๑) ประกอบธุรกิจในระหว่างถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ
(๒) เคยถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๙/๑
มาแล้วสองครั้งและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจอีก
(๓) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๗ หรือ
(๔) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๔
มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๕/๑ มาตรา ๗๖ หรือมาตรา ๘๐
ผู้ถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจจะขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ
แต่ผู้ที่เคยถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจมาแล้วสองครั้งไม่ว่าด้วยเหตุใดจะขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจอีกไม่ได้
มาตรา ๑๙/๓ ในการพิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา
๑๙/๑ หรือมาตรา ๑๙/๒
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงและแสดงหลักฐานประกอบคำชี้แจงของตนตามสมควร
คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจให้ทำเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุเหตุผลในการออกคำสั่งและแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง
ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ
หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ
เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น
ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง
ถ้าไม่พบตัวผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบธุรกิจไม่ยอมรับคำสั่ง
ให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ
สถานประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจ
และให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจได้รับแจ้งคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง
มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๑ ผู้ประกอบธุรกิจต้องประกอบกิจการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน
มาตรา ๑๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๑/๑
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๒๑/๑ ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าเครื่องชั่งตวงวัดเพื่อการใช้ในกิจการตามมาตรา
๒๕
ส่งเครื่องชั่งตวงวัดต้นแบบที่จะผลิตหรือนำเข้าพร้อมด้วยเอกสารประกอบหรือส่งเอกสารแสดงต้นแบบของเครื่องชั่งตวงวัดนั้นที่ได้รับการรับรองโดยสถาบันหรือองค์การชั่งตวงวัดของรัฐบาลต่างประเทศหรือระหว่างประเทศที่คณะกรรมการกำหนดต่อสำนักงานกลางเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบ
และเครื่องชั่งตวงวัดที่ผลิตหรือนำเข้านั้นจะต้องเป็นไปตามต้นแบบที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว
การยื่นต้นแบบและการให้ความเห็นชอบต้นแบบของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด
โดยในประกาศดังกล่าวให้กำหนดเวลาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบไว้ด้วย
มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๖ ความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัดที่ใช้ในกิจการตามมาตรา
๒๕
ต้องอยู่ภายในอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๒๗ ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องชั่งตวงวัดชนิดติดตรึงอยู่กับที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
และเป็นเครื่องชั่งตวงวัดที่มีการให้คำรับรองแล้วให้ผู้ครอบครองเครื่องชั่งตวงวัดมีหนังสือแจ้งต่อสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ติดตั้งเสร็จเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและให้คำรับรองใหม่
มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๐ การตรวจสอบเครื่องชั่งตวงวัด
ให้ดำเนินการโดยตรวจสอบเทียบกับแบบมาตราเมื่อตรวจสอบเห็นว่าถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำรับรอง
การให้คำรับรองให้กระทำโดยวิธีดังนี้
(๑)
ประทับหรือแสดงเครื่องหมายคำรับรองของสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาที่เครื่องชั่งตวงวัดทุกเครื่อง
(๒) นอกจากวิธีตาม (๑) อธิบดีอาจกำหนดให้มีหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองประจำเครื่องชั่งตวงวัดชนิดใดชนิดหนึ่งร่วมด้วยก็ได้
แต่ในกรณีเครื่องชั่งตวงวัดที่โดยสภาพไม่สามารถประทับหรือแสดงเครื่องหมายคำรับรองได้
หรือเมื่อประทับหรือแสดงเครื่องหมายคำรับรองแล้ว
จะทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องชั่งตวงวัดนั้น ให้ออกหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองแทน
หนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองจะทำเป็นแถบผนึกติดไว้ที่เครื่องชั่งตวงวัดก็ได้
และในกรณีเครื่องชั่งตวงวัดที่ใช้ด้วยกันเป็นชุดจะออกหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองรวมกันเป็นฉบับเดียวก็ได้
เครื่องหมายคำรับรองให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
และหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๒ คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดมีสองอย่าง
คำรับรองสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดที่ยังไม่เคยให้คำรับรองมาก่อนให้เรียกว่าคำรับรองชั้นแรก
คำรับรองซ้ำภายหลังการให้คำรับรองชั้นแรกแล้วให้เรียกว่าคำรับรองชั้นหลัง
การให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังนั้น
ความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัดต้องอยู่ภายในอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา ๒๖
รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดห้ามการให้คำรับรองชั้นหลังสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดชนิดใดก็ได้
มาตรา ๓๓ คำรับรองสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดชนิดใดให้มีอายุเท่าใดให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด
ในการให้คำรับรอง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับหรือแสดงวันสิ้นอายุของคำรับรองไว้ที่เครื่องชั่งตวงวัดและที่หนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดนั้น
ในกรณีที่คำรับรองที่ออกให้สำหรับเครื่องชั่งตวงวัดใดจะสิ้นอายุตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้ยื่นคำขอเพื่อการตรวจสอบและให้คำรับรองชั้นหลังแก่เครื่องชั่งตวงวัดดังกล่าวก่อนสิ้นอายุคำรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
โดยให้นับอายุของคำรับรองชั้นหลังต่อจากวันสิ้นอายุและเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้ยื่นคำขอใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นได้ต่อไปจนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่ออกคำรับรองให้
มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๙
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าเครื่องชั่งตวงวัดใดที่ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง
เป็นเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง
หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าพอจะแก้ไขให้ถูกต้องได้ให้สั่งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องแล้วตรวจสอบใหม่
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเครื่องชั่งตวงวัดนั้น
หรือกระทำการอย่างใด ๆ
เพื่อมิให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นใช้ได้ต่อไปถ้าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นมีเครื่องหมายคำรับรองประทับหรือแสดงอยู่แล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเครื่องหมายคำรับรองหรือประทับเครื่องหมายแสดงว่าคำรับรองเดิมใช้ไม่ได้แล้ว
เครื่องหมายแสดงว่าคำรับรองเดิมใช้ไม่ได้แล้ว
ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกมาตรา ๔๔
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา
๔๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขในการอนุญาตที่กำหนดในกฎกระทรวง
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดครั้งละไม่เกินสามสิบวัน
และจะต้องไม่เกินสองครั้งในเหตุอย่างเดียวกัน
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้น
และในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้
มาตรา ๔๗ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้
(๑)
ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนผลิตหรือซ่อมในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๒) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ มาแล้วสองครั้ง
และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๓) ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๙/๒ หรือ
(๔) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕
มาตรา ๗๕/๑ มาตรา ๗๖ มาตรา ๗๗ มาตรา ๗๘ หรือมาตรา ๘๐
ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
แต่ผู้ที่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วสองครั้งไม่ว่าด้วยเหตุใดจะขอรับใบอนุญาตอีกไม่ได้
มาตรา ๔๘ ในการพิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา
๔๖ หรือมาตรา ๔๗ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้รับใบอนุญาตและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงและแสดงหลักฐานประกอบคำชี้แจงของตนตามสมควร
คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุเหตุผลในการออกคำสั่งและแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง
ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ
หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ
เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น
ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง
ถ้าไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่ง
ให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ
สถานที่ผลิตหรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดของผู้รับใบอนุญาต
และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตได้รับแจ้งคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง
มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกมาตรา ๔๙
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๒๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๗
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๕๗ ในกรณีที่นายตรวจชั่งตวงวัดตรวจพบเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวง
หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
หรือเครื่องชั่งตวงวัดมีความเที่ยงของเครื่องผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา
๒๖ นายตรวจชั่งตวงวัดมีอำนาจทำลายเครื่องหมายคำรับรองและทำเครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นจนกว่าจะได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องและนำไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองใหม่
หรือยึดเครื่องชั่งตวงวัดนั้นแล้วนำส่งสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขา
เครื่องชั่งตวงวัดที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง
หากไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ขอรับคืนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึด
ให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นตกเป็นของกรมการค้าภายในและให้จัดการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
เครื่องชั่งตวงวัดที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง
หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองมาขอรับคืนภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึด ให้สำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาคืนเครื่องชั่งตวงวัดนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองเพื่อนำไปแก้ไขให้ถูกต้อง
ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด
แต่ถ้าสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาพิจารณาเห็นว่า
เครื่องชั่งตวงวัดนั้นไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้หรือมีสภาพไม่สมควรจะใช้เป็นเครื่องชั่งตวงวัดต่อไป
ให้กระทำการอย่างใด ๆ เพื่อมิให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นใช้ได้ต่อไป
แล้วจึงคืนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
เครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัด
ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๒๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๗/๑
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๕๗/๑ ห้ามผู้ใดถอน ทำลาย
หรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องหมายคำรับรองเครื่องหมายหรือสิ่งอื่นใดที่นายตรวจชั่งตวงวัดทำไว้เพื่อแสดงการยึดหรืออายัดตามมาตรา
๕๒ (๔) หรือเครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัดตามมาตรา ๕๗
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
การอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๒๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา
๖๓ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
การตรวจสอบความถูกต้องของการแสดงปริมาณของสินค้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๒๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๗/๑
การอุทธรณ์ มาตรา ๖๕/๑ มาตรา ๖๕/๒ มาตรา ๖๕/๓ มาตรา ๖๕/๔ และมาตรา ๖๕/๕
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
หมวด ๗/๑
การอุทธรณ์
มาตรา ๖๕/๑ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินห้าคน
ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ด้านมาตรวิทยาหรือด้านนิติศาสตร์
หรือมีประสบการณ์ด้านการชั่ง การตวง หรือการวัด
ให้กรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลือกกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานกลางคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
และอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
มาตรา ๖๕/๒ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๖๕/๔
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์
และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๕/๕
(๓)
มีหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์
มาตรา ๖๕/๓ ให้นำความในมาตรา ๑๑/๓ มาตรา ๑๑/๔ และมาตรา
๑๑/๕ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยอนุโลม
มาตรา ๖๕/๔ ผู้ได้รับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๑๗ วรรคสาม หรือมาตรา ๓๙ ผู้ได้รับคำสั่งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามมาตรา
๔๑ หรือมาตรา ๔๓ ผู้ได้รับคำสั่งของนายตรวจชั่งตวงวัดตามมาตรา ๕๗
ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๙/๑ หรือมาตรา
๑๙/๒ หรือผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ หรือมาตรา ๔๗
มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
มาตรา ๖๕/๕ หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์
และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกาศกำหนด
ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
แล้วแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด
มาตรา ๒๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๗
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖๗ ผู้ใดใช้มาตราชั่งตวงวัด
หรือทำการชั่งตวงวัดในการซื้อขายหรือจำหน่ายสินค้าโดยไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา
๑๐ หรือใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบอื่น
หรือใช้เครื่องชั่งตวงวัดอย่างอื่นสำหรับในทางวิชาชีพหรือในทางวิทยาศาสตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายตามมาตรา
๑๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๒๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๐
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามมาตรา
๒๑ วรรคสอง หรือประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง
หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา
๗๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗๕ ผู้ใดกระทำการใด ๆ
เพื่อให้เครื่องชั่งตวงวัดที่มีการให้คำรับรองตามมาตรา ๓๐ แสดงน้ำหนัก ปริมาตร
ปริมาณ หรือหน่วยใด ๆ
ผิดไปจากที่ได้รับการตรวจสอบความเที่ยงกับแบบมาตราเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา
๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท
มาตรา ๒๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗๕/๑
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๗๕/๑ ผู้ใดแก้ไขหรือดัดแปลงส่วนประกอบของเครื่องชั่งตวงวัดหรือโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องชั่งตวงวัด
โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นที่คล้ายคลึงกันหรือกระทำด้วยวิธีการใด ๆ
เพื่อให้ความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัดผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา ๒๖
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินสองแสนแปดหมื่นบาท
มาตรา ๒๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๖
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗๖ ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้โดยรู้ว่าได้มีการกระทำแก่เครื่องชั่งตวงวัดอันเป็นความผิดตามมาตรา
๗๔ มาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๕/๑ ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕
หรือมาตรา ๗๕/๑ แล้วแต่กรณี
(๑)
ขายหรือจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อขายหรือจำหน่ายซึ่งเครื่องชั่งตวงวัดนั้น หรือ
(๒) ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งเครื่องชั่งตวงวัดนั้นในกิจการตามมาตรา
๒๕ วรรคหนึ่ง
มาตรา ๓๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๙ และมาตรา ๘๐
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗๙ ผู้ใดใช้หรือมีเครื่องชั่งตวงวัดไว้เพื่อใช้ในกิจการตามมาตรา
๒๕ วรรคหนึ่งโดยรู้ว่าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นมีความเที่ยงผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา
๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๘๐ ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๕๗/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) ถอน ทำลาย
หรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องหมายหรือสิ่งอื่นใดที่นายตรวจชั่งตวงวัดทำไว้เพื่อแสดงการยึดหรืออายัดตามมาตรา
๕๒ (๔)
(๒) ถอน ทำลาย หรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัดที่นายตรวจชั่งตวงวัดทำไว้ตามมาตรา
๕๗ วรรคหนึ่ง หรือ
(๓) ถอน ทำลาย หรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องหมายคำรับรอง
มาตรา ๓๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๒
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘๒ ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่นายตรวจชั่งตวงวัดซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ตามมาตรา
๕๘ หรือไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๕/๒ (๓)
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา ๓๒ ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด
พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา ๓๓ ให้ดำเนินการให้มีคณะกรรมการชั่งตวงวัดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด
พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๓๔ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา
๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
อุทธรณ์ที่ได้ยื่นและยังคงค้างพิจารณาอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งด้วย
โดยให้พิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
มาตรา ๓๕ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ
หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๓๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม
(๑)
หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ
(ก) การผลิต เครื่องชั่ง
ฉบับละ
๒๐,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ฉบับละ
๒๐,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ฉบับละ
๒๐,๐๐๐ บาท
(ข) การนำเข้า เครื่องชั่ง
ฉบับละ
๒๐,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ฉบับละ
๒๐,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ฉบับละ
๒๐,๐๐๐ บาท
(ค) การขาย เครื่องชั่ง
ฉบับละ
๓,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ฉบับละ
๓,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ฉบับละ
๓,๐๐๐ บาท
(ง) การซ่อม เครื่องชั่ง
ฉบับละ
๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ฉบับละ
๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ฉบับละ
๑๐,๐๐๐ บาท
(จ)
การให้บริการชั่ง ฉบับละ
๓,๐๐๐ บาท
(ฉ)
การให้บริการตวง ฉบับละ
๓,๐๐๐ บาท
(ช)
การให้บริการวัด ฉบับละ
๓,๐๐๐ บาท
(๒) การประกอบธุรกิจ
(ก) การผลิต เครื่องชั่ง
ปีละ
๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ปีละ
๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ปีละ
๑๐,๐๐๐ บาท
(ข) การนำเข้า เครื่องชั่ง
ปีละ
๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ปีละ
๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ปีละ
๑๐,๐๐๐ บาท
(ค) การซ่อม เครื่องชั่ง
ปีละ
๕,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง ปีละ
๕,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด ปีละ
๕,๐๐๐ บาท
/(ง)
(ง)
การให้บริการชั่ง ปีละ
๓,๐๐๐ บาท
(จ)
การให้บริการตวง ปีละ
๓,๐๐๐ บาท
(ฉ)
การให้บริการวัด ปีละ
๓,๐๐๐ บาท
(๓)
ใบอนุญาตให้ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อม
เป็นผู้ตรวจสอบและให้คำรับรอง
ปีละ
๕๐,๐๐๐ บาท
(๔)
การต่ออายุใบอนุญาต เท่ากับค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต
(๕)
การออกใบแทนหนังสือรับรอง
การประกอบธุรกิจ
ฉบับละ
๑,๐๐๐ บาท
(๖)
การออกใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ
๑,๐๐๐ บาท
(๗) การตรวจสอบและการให้คำรับรองชั้นแรก
เครื่องชั่ง
(ก)
เครื่องชั่ง
แสดงน้ำหนักไม่เกิน
๑๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๕๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๑๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๑,๐๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๑,๐๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๕,๐๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๑๐,๐๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๒๐,๐๐๐
บาท
(ข) ตุ้มน้ำหนักและตุ้มถ่วง
น้ำหนักไม่เกิน
๑๐ กิโลกรัม ตุ้มละ
๑๐๐
บาท
น้ำหนักเกิน ๑๐
กิโลกรัม ตุ้มละ
๒๐๐
บาท
/เครื่องตวง
เครื่องตวง
แสดงปริมาตรไม่เกิน
๑๐๐ ลิตร เครื่องละ
๕๐๐
บาท
แสดงปริมาตรเกิน
๑๐๐ ลิตร
แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ลิตร เครื่องละ
๑,๐๐๐
บาท
แสดงปริมาตรเกิน
๑,๐๐๐ ลิตร
ให้เรียกเก็บ ๑,๐๐๐ ลิตรแรก ๑,๐๐๐ บาท
๑,๐๐๐ ลิตรต่อไป ๑,๐๐๐ ลิตรละ ๕๐๐ บาท
เศษของ ๑,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเท่ากับ
๑,๐๐๐ ลิตร แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท
เครื่องวัด
(ก)
เครื่องวัดความยาว
แสดงความยาวไม่เกิน
๑๐ เมตร เครื่องละ
๑๐๐
บาท
แสดงความยาวเกิน
๑๐ เมตร เครื่องละ
๕๐๐
บาท
(ข)
เครื่องวัดปริมาตร เครื่องละ
๒๐,๐๐๐ บาท
(ค)
เครื่องวัดอย่างอื่น เครื่องละ
๒๐,๐๐๐ บาท
(๘) การตรวจสอบและการให้คำรับรองชั้นหลัง
ร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียมตาม (๗)
(๙)
การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองแต่ไม่มีการออกคำรับรองให้
(ก)
การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง ร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียม
ชั้นแรก ตาม
(๗)
(ข)
การตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง ร้อยละห้าสิบของค่าธรรมเนียม
ชั้นหลัง ตาม
(๘)
/(๑๐)
(๑๐)
การใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์
ในการตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง
เครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่
ไม่เกินอัตราค่าธรรมเนียมตาม (๗)
(๑๑)
การตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัด
เครื่องชั่ง
(ก)
เครื่องชั่ง
แสดงน้ำหนักไม่เกิน
๑๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๓,๐๐๐ บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๑๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๕,๐๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๑,๐๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๑๐,๐๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๒๐,๐๐๐
บาท
แสดงน้ำหนักเกิน
๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม เครื่องละ
๔๐,๐๐๐
บาท
(ข) ตุ้มน้ำหนัก
น้ำหนักไม่เกิน
๑ กิโลกรัม ตุ้มละ
๓,๐๐๐ บาท
น้ำหนักเกิน ๑
กิโลกรัม
แต่ไม่เกิน ๒๐
กิโลกรัม ตุ้มละ
๔,๐๐๐ บาท
น้ำหนักเกิน ๒๐
กิโลกรัม ตุ้มละ
๕,๐๐๐ บาท
เครื่องตวง
แสดงปริมาตรไม่เกิน
๕ ลิตร เครื่องละ
๓,๐๐๐ บาท
แสดงปริมาตรเกิน
๕ ลิตร
แต่ไม่เกิน ๒๐
ลิตร เครื่องละ
๔,๐๐๐ บาท
แสดงปริมาตรเกิน
๒๐ ลิตร
แต่ไม่เกิน ๑๐๐
ลิตร เครื่องละ
๕,๐๐๐ บาท
แสดงปริมาตรเกิน
๑๐๐ ลิตร เครื่องละ
๑๐,๐๐๐ บาท
/เครื่องวัด
เครื่องวัด
(ก)
เครื่องวัดความยาว
แสดงความยาวไม่เกิน
๑๐ เมตร เครื่องละ
๓,๐๐๐ บาท
แสดงความยาวเกิน
๑๐ เมตร เครื่องละ
๕,๐๐๐ บาท
(ข)
เครื่องวัดปริมาตร เครื่องละ
๔๐,๐๐๐ บาท
(ค)
เครื่องวัดอย่างอื่น เครื่องละ
๔๐,๐๐๐ บาท
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด
พ.ศ. ๒๕๔๒ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน
สมควรทบทวนและแก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพการณ์และความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชน
การยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลเครื่องชั่งตวงวัด การชั่งตวงวัด และสินค้าหีบห่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
และการเสริมสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเพื่อช่วยป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้บริการชั่งตวงวัด
อันเป็นประโยชน์โดยตรงในการคุ้มครองผู้บริโภค
รวมทั้งสมควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๕ มกราคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๑๐/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).