法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

มาตราชั่งตวงวัด

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๕๗

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

เป็นปีที่ ๖๙

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “คณะกรรมการ” ระหว่างบทนิยามคำว่า “ผู้บรรจุ” และ “สำนักงานกลาง” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

““คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการชั่งตวงวัด”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และนายตรวจชั่งตวงวัด ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

ยกเว้นค่าธรรมเนียม กำหนดกิจการอื่นและออกประกาศตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๘ เครื่องชั่งและเครื่องตวงที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ได้แก่เครื่องชั่งและเครื่องตวงทุกชนิด

เว้นแต่เครื่องชั่งและเครื่องตวงที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดให้ยกเว้น

เครื่องวัดที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ได้แก่เครื่องวัดที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๐ ในการซื้อขายหรือจำหน่ายสินค้าใด ๆ ในท้องที่ใด

ถ้ารัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเห็นสมควรให้ใช้มาตราชั่งตวงวัดเฉพาะในระบบเมตริกตามมาตรา

๙ หรือให้กระทำโดยการชั่ง การตวง หรือการวัดอย่างใดอย่างหนึ่ง

ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนด

ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่ต้องใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบอื่นนอกจากที่กำหนดในมาตรา

๙ หรือในกรณีที่ต้องใช้เครื่องชั่งตวงวัดอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดในประกาศตามมาตรา

๑๖ สำหรับในทางวิชาชีพหรือในทางวิทยาศาสตร์ ให้ใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบนั้นหรือให้ใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นได้เมื่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายอนุญาต”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑/๑

คณะกรรมการชั่งตวงวัด มาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๑/๒ มาตรา ๑๑/๓ มาตรา ๑๑/๔ มาตรา ๑๑/๕

มาตรา ๑๑/๖

มาตรา ๑๑/๖ และมาตรา ๑๑/๗ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

“หมวด ๑/๑

คณะกรรมการชั่งตวงวัด

มาตรา ๑๑/๑

มาตรา ๑๑/๑ ให้มีคณะกรรมการชั่งตวงวัดประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผู้แทนสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินแปดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ด้านมาตรวิทยาหรือมีประสบการณ์ด้านการชั่ง

การตวง หรือการวัด เป็นกรรมการ

ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ

และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานกลางหนึ่งคนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง

อย่างน้อยต้องมีผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแห่งละหนึ่งคน

มาตรา ๑๑/๒

มาตรา ๑๑/๒ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกประกาศตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา

๑๖ มาตรา ๒๑/๑ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓

(๒)

กำหนดสถาบันหรือองค์การชั่งตวงวัดของรัฐบาลต่างประเทศหรือระหว่างประเทศที่ให้การรับรองเอกสารแสดงต้นแบบของเครื่องชั่งตวงวัดที่จะผลิตหรือนำเข้าตามมาตรา

๒๑/๑

(๓) เสนอแผนและมาตรการต่าง ๆ

เกี่ยวกับการส่งเสริมและการกำกับดูแลการชั่งตวงวัด

(๔) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้

(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๑/๓

มาตรา ๑๑/๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีแต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่

แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระหรือในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทนหรือซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว

มาตรา ๑๑/๔

มาตรา ๑๑/๔ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่

หรือหย่อนความสามารถ

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๑๑/๕

มาตรา ๑๑/๕ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมของคณะกรรมการ

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๑/๖

มาตรา ๑๑/๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้

ให้นำความในมาตรา ๑๑/๕

มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑/๗

มาตรา ๑๑/๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๑/๒

หรือมาตรา ๑๑/๖ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการอาจเชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง

คำอธิบายหรือความเห็นหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๖ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดชนิดและลักษณะของเครื่องชั่งตวงวัด

และรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องชั่งตวงวัด”

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของมาตรา ๑๗

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ผู้ได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจต้องเสียค่าธรรมเนียมหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจและค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๙/๑ มาตรา

๑๙/๒ และมาตรา ๑๙/๓ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

“มาตรา ๑๙/๑ ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดไม่ชำระค่าธรรมเนียมในการประกอบธุรกิจตามมาตรา

๑๗ ภายในเวลาที่กำหนด หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๔

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจได้ครั้งละไม่เกินสามสิบวันและจะต้องไม่เกินสองครั้งในเหตุอย่างเดียวกัน

ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจต้องหยุดประกอบธุรกิจตามหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจนั้น

และในระหว่างถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจจะขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้

มาตรา ๑๙/๒

มาตรา ๑๙/๒ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) ประกอบธุรกิจในระหว่างถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ

(๒) เคยถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๙/๑

มาแล้วสองครั้งและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจอีก

(๓) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๗ หรือ

(๔) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา ๗๒ มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๕/๑ มาตรา ๗๖ หรือมาตรา ๘๐

ผู้ถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจจะขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ

แต่ผู้ที่เคยถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจมาแล้วสองครั้งไม่ว่าด้วยเหตุใดจะขอรับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจอีกไม่ได้

มาตรา ๑๙/๓

มาตรา ๑๙/๓ ในการพิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา

๑๙/๑ หรือมาตรา ๑๙/๒

อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงและแสดงหลักฐานประกอบคำชี้แจงของตนตามสมควร

คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจให้ทำเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุเหตุผลในการออกคำสั่งและแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง

ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ

ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ

หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ

เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น

ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง

ถ้าไม่พบตัวผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบธุรกิจไม่ยอมรับคำสั่ง

ให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ

สถานประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจ

และให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจได้รับแจ้งคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกมาตรา ๒๐

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๑ ผู้ประกอบธุรกิจต้องประกอบกิจการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน”

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๑/๑

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

“มาตรา ๒๑/๑ ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าเครื่องชั่งตวงวัดเพื่อการใช้ในกิจการตามมาตรา

๒๕

ส่งเครื่องชั่งตวงวัดต้นแบบที่จะผลิตหรือนำเข้าพร้อมด้วยเอกสารประกอบหรือส่งเอกสารแสดงต้นแบบของเครื่องชั่งตวงวัดนั้นที่ได้รับการรับรองโดยสถาบันหรือองค์การชั่งตวงวัดของรัฐบาลต่างประเทศหรือระหว่างประเทศที่คณะกรรมการกำหนดต่อสำนักงานกลางเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบ

และเครื่องชั่งตวงวัดที่ผลิตหรือนำเข้านั้นจะต้องเป็นไปตามต้นแบบที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

การยื่นต้นแบบและการให้ความเห็นชอบต้นแบบของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด

โดยในประกาศดังกล่าวให้กำหนดเวลาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบไว้ด้วย”

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๖ ความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัดที่ใช้ในกิจการตามมาตรา

๒๕

ต้องอยู่ภายในอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องชั่งตวงวัดชนิดติดตรึงอยู่กับที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

และเป็นเครื่องชั่งตวงวัดที่มีการให้คำรับรองแล้วให้ผู้ครอบครองเครื่องชั่งตวงวัดมีหนังสือแจ้งต่อสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ติดตั้งเสร็จเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและให้คำรับรองใหม่”

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๐ การตรวจสอบเครื่องชั่งตวงวัด

ให้ดำเนินการโดยตรวจสอบเทียบกับแบบมาตราเมื่อตรวจสอบเห็นว่าถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวง และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำรับรอง

การให้คำรับรองให้กระทำโดยวิธีดังนี้

(๑)

ประทับหรือแสดงเครื่องหมายคำรับรองของสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาที่เครื่องชั่งตวงวัดทุกเครื่อง

(๒) นอกจากวิธีตาม (๑) อธิบดีอาจกำหนดให้มีหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองประจำเครื่องชั่งตวงวัดชนิดใดชนิดหนึ่งร่วมด้วยก็ได้

แต่ในกรณีเครื่องชั่งตวงวัดที่โดยสภาพไม่สามารถประทับหรือแสดงเครื่องหมายคำรับรองได้

หรือเมื่อประทับหรือแสดงเครื่องหมายคำรับรองแล้ว

จะทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องชั่งตวงวัดนั้น ให้ออกหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองแทน

หนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองจะทำเป็นแถบผนึกติดไว้ที่เครื่องชั่งตวงวัดก็ได้

และในกรณีเครื่องชั่งตวงวัดที่ใช้ด้วยกันเป็นชุดจะออกหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองรวมกันเป็นฉบับเดียวก็ได้

เครื่องหมายคำรับรองให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

และหนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด”

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๒ คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดมีสองอย่าง

คำรับรองสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดที่ยังไม่เคยให้คำรับรองมาก่อนให้เรียกว่าคำรับรองชั้นแรก

คำรับรองซ้ำภายหลังการให้คำรับรองชั้นแรกแล้วให้เรียกว่าคำรับรองชั้นหลัง

การให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังนั้น

ความเที่ยงของเครื่องชั่งตวงวัดต้องอยู่ภายในอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา ๒๖

รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดห้ามการให้คำรับรองชั้นหลังสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดชนิดใดก็ได้

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ คำรับรองสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดชนิดใดให้มีอายุเท่าใดให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด

ในการให้คำรับรอง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับหรือแสดงวันสิ้นอายุของคำรับรองไว้ที่เครื่องชั่งตวงวัดและที่หนังสือสำคัญแสดงการให้คำรับรองสำหรับเครื่องชั่งตวงวัดนั้น

ในกรณีที่คำรับรองที่ออกให้สำหรับเครื่องชั่งตวงวัดใดจะสิ้นอายุตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้ยื่นคำขอเพื่อการตรวจสอบและให้คำรับรองชั้นหลังแก่เครื่องชั่งตวงวัดดังกล่าวก่อนสิ้นอายุคำรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

โดยให้นับอายุของคำรับรองชั้นหลังต่อจากวันสิ้นอายุและเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ผู้ยื่นคำขอใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นได้ต่อไปจนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่ออกคำรับรองให้”

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๙

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าเครื่องชั่งตวงวัดใดที่ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรอง

เป็นเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง

หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าพอจะแก้ไขให้ถูกต้องได้ให้สั่งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องแล้วตรวจสอบใหม่

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเครื่องชั่งตวงวัดนั้น

หรือกระทำการอย่างใด ๆ

เพื่อมิให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นใช้ได้ต่อไปถ้าเครื่องชั่งตวงวัดนั้นมีเครื่องหมายคำรับรองประทับหรือแสดงอยู่แล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเครื่องหมายคำรับรองหรือประทับเครื่องหมายแสดงว่าคำรับรองเดิมใช้ไม่ได้แล้ว

เครื่องหมายแสดงว่าคำรับรองเดิมใช้ไม่ได้แล้ว

ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด”

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกมาตรา ๔๔

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา

๔๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขในการอนุญาตที่กำหนดในกฎกระทรวง

อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดครั้งละไม่เกินสามสิบวัน

และจะต้องไม่เกินสองครั้งในเหตุอย่างเดียวกัน

ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้น

และในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบและให้คำรับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนผลิตหรือซ่อมในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

(๒) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ มาแล้วสองครั้ง

และมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก

(๓) ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๙/๒ หรือ

(๔) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕/๑

มาตรา ๗๕/๑ มาตรา ๗๖ มาตรา ๗๗ มาตรา ๗๘ หรือมาตรา ๘๐

ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

แต่ผู้ที่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วสองครั้งไม่ว่าด้วยเหตุใดจะขอรับใบอนุญาตอีกไม่ได้

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ในการพิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา

๔๖ หรือมาตรา ๔๗ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้รับใบอนุญาตและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงและแสดงหลักฐานประกอบคำชี้แจงของตนตามสมควร

คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุเหตุผลในการออกคำสั่งและแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบโดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง

ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ

ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ

หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ

เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น

ในกรณีที่ได้แจ้งคำสั่งตามวรรคสองโดยวิธีให้บุคคลนำไปส่ง

ถ้าไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่ง

ให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ

สถานที่ผลิตหรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดของผู้รับใบอนุญาต

และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตได้รับแจ้งคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง”

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๗

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๗ ในกรณีที่นายตรวจชั่งตวงวัดตรวจพบเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวง

หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

หรือเครื่องชั่งตวงวัดมีความเที่ยงของเครื่องผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา

๒๖ นายตรวจชั่งตวงวัดมีอำนาจทำลายเครื่องหมายคำรับรองและทำเครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นจนกว่าจะได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องและนำไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำรับรองใหม่

หรือยึดเครื่องชั่งตวงวัดนั้นแล้วนำส่งสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขา

เครื่องชั่งตวงวัดที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง

หากไม่ปรากฏเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ขอรับคืนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึด

ให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นตกเป็นของกรมการค้าภายในและให้จัดการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

เครื่องชั่งตวงวัดที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง

หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองมาขอรับคืนภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ยึด ให้สำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาคืนเครื่องชั่งตวงวัดนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองเพื่อนำไปแก้ไขให้ถูกต้อง

ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด

แต่ถ้าสำนักงานกลางหรือสำนักงานสาขาพิจารณาเห็นว่า

เครื่องชั่งตวงวัดนั้นไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้หรือมีสภาพไม่สมควรจะใช้เป็นเครื่องชั่งตวงวัดต่อไป

ให้กระทำการอย่างใด ๆ เพื่อมิให้เครื่องชั่งตวงวัดนั้นใช้ได้ต่อไป

แล้วจึงคืนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง

เครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัด

ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด”

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๗/๑

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

“มาตรา ๕๗/๑ ห้ามผู้ใดถอน ทำลาย

หรือทำให้เสียหายซึ่งเครื่องหมายคำรับรองเครื่องหมายหรือสิ่งอื่นใดที่นายตรวจชั่งตวงวัดทำไว้เพื่อแสดงการยึดหรืออายัดตามมาตรา

๕๒ (๔) หรือเครื่องหมายห้ามใช้เครื่องชั่งตวงวัดตามมาตรา ๕๗

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

การอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด”

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา

๖๓ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

“การตรวจสอบความถูกต้องของการแสดงปริมาณของสินค้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด”

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๗/๑

การอุทธรณ์ มาตรา ๖๕/๑ มาตรา ๖๕/๒ มาตรา ๖๕/๓ มาตรา ๖๕/๔ และมาตรา ๖๕/๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒

“หมวด ๗/๑

การอุทธรณ์

มาตรา ๖๕/๑

มาตรา ๖๕/๑ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินห้าคน

ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ด้านมาตรวิทยาหรือด้านนิติศาสตร์

หรือมีประสบการณ์ด้านการชั่ง การตวง หรือการวัด

ให้กรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลือกกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานกลางคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

และอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ๖๕/๒

มาตรา ๖๕/๒ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๖๕/๔

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์

และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๕/๕

(๓)

มีหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์

มาตรา ๖๕/๓

มาตรา ๖๕/๓ ให้นำความในมาตรา ๑๑/๓ มาตรา ๑๑/๔ และมาตรา

๑๑/๕ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยอนุโลม

มาตรา ๖๕/๔

มาตรา ๖๕/๔ ผู้ได้รับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา

๑๗ วรรคสาม หรือมาตรา ๓๙ ผู้ได้รับคำสั่งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามมาตรา

๔๑ หรือมาตรา ๔๓ ผู้ได้รับคำสั่งของนายตรวจชั่งตวงวัดตามมาตรา ๕๗

ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๙/๑ หรือมาตรา

๑๙/๒ หรือผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ หรือมาตรา ๔๗

มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

มาตรา ๖๕/๕

มาตรา ๖๕/๕ หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์

และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกาศกำหนด

ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

แล้วแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด”

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๗

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖๗ ผู้ใดใช้มาตราชั่งตวงวัด

หรือทำการชั่งตวงวัดในการซื้อขายหรือจำหน่ายสินค้าโดยไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา

๑๐ หรือใช้มาตราชั่งตวงวัดในระบบอื่น

หรือใช้เครื่องชั่งตวงวัดอย่างอื่นสำหรับในทางวิชาชีพหรือในทางวิทยาศาสตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายตามมาตรา

๑๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท”

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๐

แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๗๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามมาตรา

๒๑ วรรคสอง หรือประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา

๗๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๗๕ ผู้ใดกระทำการใด ๆ

เพื่อให้เครื่องชั่งตวงวัดที่มีการให้คำรับรองตามมาตรา ๓๐ แสดงน้ำหนัก ปริมาตร

ปริมาณ หรือหน่วยใด ๆ

ผิดไปจากที่ได้รับการตรวจสอบความเที่ยงกับแบบมาตราเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามมาตรา

๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท”

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_425979ee069044ab

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com