กฎ ก
กฎ
ก.ก.
ว่าด้วยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ์
ตัดเงินเดือน
หรือลดขั้นเงินเดือนข้าราชการครูกรุงเทพมหานคร
พ.ศ.
๒๕๕๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๒๑ (๒)
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบกับมาตรา ๑๐๐
วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
ก.ก. จึงออกกฎ ก.ก. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑]
กฎ ก.ก.
นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒
ผู้อำนวยการสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร
หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูกรุงเทพมหานครผู้กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงมีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์
หรือตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕ % และเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน
ข้อ ๓
ผู้อำนวยการเขต
ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ผู้อำนวยการกอง หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูกรุงเทพมหานครผู้กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ หรือตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕ %
และเป็นเวลาไม่เกินสองเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้น
ข้อ ๔
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูกรุงเทพมหานครผู้กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ หรือตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕ %
และเป็นเวลาไม่เกินสามเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้น
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
อารีย์
วงศ์อารยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ประธาน
ก.ก.
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ก. ฉบับนี้ คือ โดยที่ ก.ค.ศ. ได้ออกกฎ ก.ค.ศ.
ว่าด้วยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน พ.ศ. ๒๕๔๙
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ สิงหาคม๒๕๔๙ เป็นต้นไป แต่เนื่องจากกรุงเทพมหานครมิได้แบ่งเขตพื้นที่การศึกษา
จึงไม่มีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนั้น ข้อ ๓ ของกฎ ก.ค.ศ.
ดังกล่าว จึงไม่สามารถนำมาอนุโลมใช้บังคับแก่ข้าราชการครูกรุงเทพมหานครได้
จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ก.
ฉบับนี้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับการบริหารงานบุคคลของกรุงเทพมหานคร
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙
ตุลาคม ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้า ๑๕/๒๘ กันยายน ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).