กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
คุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๔) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
ผู้ฝึกอบรม หมายความว่า ผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานซึ่งได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรมจากอธิบดี
วิทยากร หมายความว่า ผู้ซึ่งให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้ปฏิบัติงาน และได้รับใบรับรองให้เป็นวิทยากรเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงจากอธิบดี
ผู้ปฏิบัติงาน หมายความว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามกฎกระทรวงนี้ และได้รับบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานจากอธิบดี
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
บททั่วไป
ข้อ ๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงาน
(๑) ถังขนส่งน้ำมัน
(๒) คลังน้ำมัน
(๓) สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม
(๔) สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ก
(๕) สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ข
(๖) สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ค ลักษณะที่สอง
(๗) สถานีบริการน้ำมัน ประเภท จ ลักษณะที่สอง
(๘) สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ฉ
(๙) ระบบการขนส่งนํ้ามันทางท่อ
(๑๐) ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๑๑) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๑๒) สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ
(๑๓) สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ
(๑๔) สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๑๕) สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม
(๑๖) สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง
(๑๗) สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง
(๑๘) ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ
(๑๙) ถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ
(๒๐) คลังก๊าซธรรมชาติ
(๒๑) สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ
(๒๒) สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ
(๒๓) ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
ข้อ ๔ การประกอบกิจการตามข้อ ๓ ต้องมีผู้ปฏิบัติงานตามจำนวนที่อธิบดีประกาศกำหนด
ผู้ฝึกอบรมและวิทยากร
ข้อ ๕ ผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรม ที่ประสงค์จะฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน ต้องได้รับใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรมจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
ประเภทใบรับรอง แบบคำขอใบรับรอง เอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอใบรับรองและแบบใบรับรอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๖ นิติบุคคลที่ประกอบกิจการฝึกอบรมที่จะขอใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท
(๒) มีสำนักงานที่มีที่ทำการแน่นอน
(๓) มีวิทยากรที่ปฏิบัติงานไม่ว่าจะปฏิบัติงานเป็นประจำหรือชั่วคราวเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน
(๔) เคยถูกเพิกถอนใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม เว้นแต่การถูกเพิกถอนได้พ้นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม
ข้อ ๗ ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรมให้มีอายุสามปี
การขอต่ออายุใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรม ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะผู้ฝึกอบรมจนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบรับรอง
แบบคำขอต่ออายุใบรับรอง และเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบรับรอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๘ ผู้ใดประสงค์จะเป็นวิทยากรต้องได้รับใบรับรองให้เป็นวิทยากรเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
ประเภทของวิทยากร แบบคำขอใบรับรอง เอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอใบรับรองและแบบใบรับรอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๙ ผู้ใดประสงค์จะขอรับใบรับรองเป็นวิทยากรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) มีความรู้และประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในประเภทที่ตนจะเป็นวิทยากร ไม่น้อยกว่าสองปี
(๓) เคยถูกเพิกถอนใบรับรองให้เป็นวิทยากร เว้นแต่การถูกเพิกถอนได้พ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบรับรองให้เป็นวิทยากร
ข้อ ๑๐ ใบรับรองให้เป็นวิทยากรให้มีอายุสามปี
การขอต่ออายุใบรับรองเป็นวิทยากรให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีภายในสามสิบวันก่อนวันที่ใบรับรองสิ้นอายุเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในฐานะวิทยากรจนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบรับรอง
แบบคำขอต่ออายุใบรับรอง และเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบรับรอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ใบรับรองให้เป็นผู้ฝึกอบรมหรือใบรับรองให้เป็นวิทยากรสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้ฝึกอบรมหรือวิทยากรยื่นคำขอรับใบแทนใบรับรองต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายดังกล่าว
แบบคำขอใบแทนใบรับรอง เอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอใบแทนใบรับรองและแบบใบแทนใบรับรอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๒ ผู้ฝึกอบรมหรือวิทยากรผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ หรือประกาศที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือตักเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๒) สั่งพักใช้ใบรับรอง
(๓) สั่งเพิกถอนใบรับรอง
การออกคำสั่งตาม (๒) และ (๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ผู้ปฏิบัติงานและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน
ข้อ ๑๓ ผู้ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการสถานีบริการน้ำมัน ประเภท ก สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ข สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมัน ประเภท จ ลักษณะที่สอง สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ สถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานประจำรถหรือสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าสามปีหรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ
ข้อ ๑๔ ผู้ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการคลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ฉ ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ลักษณะที่สาม ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ คลังก๊าซธรรมชาติ สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าสามปี หรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ
ข้อ ๑๕ ผู้ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการถังขนส่งน้ำมัน ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตนจะปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าสามปีหรือตามที่อธิบดีเห็นชอบ
ข้อ ๑๖ การจัดการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในกิจการควบคุมตามข้อ ๓ ต้องเป็นไปตามหลักสูตรการฝึกอบรมที่อธิบดีประกาศกำหนดและรับรอง
หลักสูตรการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่งอาจกำหนดให้แตกต่างกันตามลักษณะกิจการควบคุมตามข้อ ๓ หรือตามชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้ แต่ต้องกำหนดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ข้อ ๑๗ ผู้ฝึกอบรมต้องแจ้งอธิบดีทราบถึงการจัดฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มจัดฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน พร้อมด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) วัน เวลา และสถานที่ ที่จะทำการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน
(๒) รายละเอียดของหลักสูตรซึ่งจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน
(๓) บัญชีรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าหลักสูตรการฝึกอบรมที่ผู้ฝึกอบรมกำหนดขึ้นตามข้อ ๑๗ (๒) ไม่เป็นไปตามหลักสูตรที่อธิบดีรับรองตามข้อ ๑๖ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งยกเลิกการฝึกอบรม
บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน
ข้อ ๑๙ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๒๐ ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ประสงค์จะเป็นผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานจากอธิบดี และจะปฏิบัติงานได้เฉพาะในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ระบุไว้ในบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน
ประเภทของผู้ปฏิบัติงาน แบบคำขอรับบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน เอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอรับบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน และแบบบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๒๑ ให้ผู้ปฏิบัติงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด และต้องติดบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่แสดงให้บุคคลอื่นเห็นได้ชัดเจนตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน
ข้อ ๒๒ ผู้ปฏิบัติงานผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือประกาศที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานนั้น
การสั่งพักใช้หรือเพิกถอนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๒๓ บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานให้มีอายุห้าปี
ข้อ ๒๔ ผู้ปฏิบัติงานที่ประสงค์ขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงในด้านที่ตนจะขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี
การขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้ผู้ปฏิบัติงานยื่นคำขอต่ออธิบดีภายในหกสิบวันก่อนวันที่บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานจะสิ้นอายุ
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานประสงค์ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมตามข้อ ๓ ที่ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอยู่ด้วยยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานแทน ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมตามข้อ ๓ นำส่งคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานต่ออธิบดีภายในระยะเวลาตามวรรคสอง
แบบคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน และเอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ปฏิบัติงานจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงใหม่นั้นและผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่อธิบดีประกาศกำหนด จึงจะปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ระบุไว้ในบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานต่อไปได้
การให้ผู้ปฏิบัติงานเข้ารับการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับกับการต่ออายุบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานด้วย
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้ปฏิบัติงานยื่นคำขอรับใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานประสงค์ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมตามข้อ ๓ ที่ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอยู่ด้วยยื่นคำขอแทน ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมตามข้อ ๓ นำส่งคำขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานต่ออธิบดีภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
แบบคำขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน เอกสารหรือหลักฐานประกอบการยื่นคำขอใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน และแบบใบแทนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๒๗ บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานจะสิ้นสภาพต่อเมื่อ
(๑) ผู้ปฏิบัติงานตาย
(๒) บัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงานหมดอายุ
(๓) มีคำสั่งเพิกถอนบัตรประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน
ข้อ ๒๘ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมตามข้อ ๓ แจ้งอธิบดีทราบโดยไม่ชักช้า
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานย้ายไปปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งใหม่ที่ไม่ได้เป็นของเจ้าของเดียวกับกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเดิม หากเป็นกิจการลักษณะเดียวกัน หรือในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานลาออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ปฏิบัติงานต้องแจ้งให้อธิบดีทราบโดยไม่ชักช้า
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๙ เมื่อครบกำหนดสองปีนับแต่วันที่อธิบดีประกาศกำหนดตามข้อ ๔ ผู้ประกอบกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๓ ต้องดำเนินการให้มีผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านการฝึกอบรมตามที่กำหนด
ข้อ ๓๐ ผู้ที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานของกรมธุรกิจพลังงานที่จัดโดยผู้รับมอบหมายจากกรมธุรกิจพลังงานเกี่ยวกับด้านรถขนส่งน้ำมัน คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน หรือสถานีบริการน้ำมัน ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการถังขนส่งน้ำมัน คลังน้ำมันและสถานีบริการน้ำมัน ประเภท ฉ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันลักษณะที่สาม หรือสถานีบริการน้ำมัน ประเภท ก สถานีบริการน้ำมัน ประเภท ข สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง และสถานีบริการน้ำมัน ประเภท จ ลักษณะที่สอง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๓๑ พนักงานบรรจุก๊าซที่ได้รับบัตรประจำตัวพนักงานบรรจุก๊าซสำหรับยานพาหนะขนส่งก๊าซทางบก ลานบรรจุก๊าซ สถานีบรรจุก๊าซ ห้องบรรจุก๊าซ และสถานีบริการ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง แบบ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมพนักงานบรรจุก๊าซ การออกหนังสือรับรอง และบัตรประจำตัวพนักงานบรรจุก๊าซ ลงวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๓๒ ผู้ควบคุมดูแลการจำหน่ายก๊าซ หรือผู้ขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ได้รับบัตรประจำตัวตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการฝึกอบรมบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลร้านจำหน่ายก๊าซ โรงเก็บก๊าซ หรือการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. ๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๐ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย ลักษณะที่สอง และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง
ข้อ ๓๓ บุคลากรเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ได้รับบัตรประจำตัวตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การฝึกอบรมเรื่อง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว การระวังและการป้องกันอันตรายของบุคลากรเฉพาะที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะที่สาม
ข้อ ๓๔ ผู้ที่ผ่านการอบรมผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง คุณสมบัติและคุณวุฒิผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติของสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ลงวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ หรือผู้ปฏิบัติงานก๊าซธรรมชาติในสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง การออกใบรับรองวิทยากรฝึกอบรมและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานในกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติหรือสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๓๕ บัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติงานตามข้อ ๓๑ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔ ให้ถือว่าเป็นบัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงนี้ และให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะหมดอายุ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๔) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือความเสียหายหรืออันตรายที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม จากการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙
กัญฑรัตน์/ตรวจ
๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๓๘ ก/หน้า ๖๔/๒๙ เมษายน ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).