พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๕๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่
๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗
แห่งพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๗ ในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖
ให้เลขาธิการตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้า
(ก)
ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
(ข)
กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(ค)
ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ
ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๒)
ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า
(ก)
ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
(ข)
กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(ค)
ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ
ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๓) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า
(ก)
ผู้ขออนุญาตมีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า
และมีความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับสินค้าเกษตร
(ข) ในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล
จะต้องมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติตาม (ก) และคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล.
กำหนด
(๔)
ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตมีความประพฤติดี
และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(ข)
ผู้ขออนุญาตสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ
ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของมาตรา ๓๕
แห่งพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๒)
เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙
ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิเสรีภาพ
และความเสมอภาคบรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
แต่บทบัญญัติมาตรา ๒๗ และมาตรา ๓๕ (๒)
แห่งพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นบทบัญญัติที่เลือกปฏิบัติ
โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคมทั้งยังเป็นบทบัญญัติที่ปิดกั้นโอกาสของผู้เคยถูกจำคุกที่จะกลับตัวเป็นคนดีและประกอบการงานโดยสุจริตเกินความจำเป็น
สมควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับหลักการห้ามมิให้เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม
ที่เคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเพื่อให้บุคคลผู้เคยถูกจำคุกมีโอกาสกลับคืนสู่สังคมและประกอบการงานสุจริตได้
เว้นแต่ผู้เคยถูกจำคุกเกี่ยวกับทรัพย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๑๗
พฤษภาคม ๒๕๕๐
วศิน/แก้ไข
๒๐
มีนาคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๗/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).