กฎกระทรวง
กำหนดจำนวน หลักเกณฑ์
และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสาน
ความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
พ.ศ.
๒๕๔๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๘ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
คณะกรรมการ
หมายความว่า
คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
กรรมการ
หมายความว่า กรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
องค์กรเอกชน
หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
และมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ทั้งนี้ ต้องดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี
ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการมีจำนวนยี่สิบเอ็ดคน
ประกอบด้วย
(๑)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
(๒)
กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนเก้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เลขาธิการสภาการศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
(๓)
กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนสองคน
(๔)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนแปดคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ
ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านการศึกษานอกระบบ ด้านการศึกษาตามอัธยาศัย
ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี ด้านสื่อการศึกษา ด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา
ด้านอุตสาหกรรม ด้านธุรกิจและบริการ ด้านการศึกษาเพื่อคนพิการ
ด้านการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ด้านการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
ด้านการบริหารการศึกษา ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ด้านการกีฬา
และด้านการศึกษาเอกชนด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน
(๕)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๓ กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔)
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑)
มีสัญชาติไทย
(๒)
มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
(๓)
เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญอันเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย
(๔)
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖)
ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๗)
ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘)
ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่หรือผู้มีตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง
ข้อ ๔ การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๓)
และ (๔) มีหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ
๒ (๓) ให้องค์กรเอกชนเสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ
๓ แห่งละหนึ่งคน จากนั้นให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือสองเท่าของจำนวนกรรมการที่กำหนดตามข้อ
๒ (๓)
(๒) การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ
๒ (๔) ให้กรรมการโดยตำแหน่งเสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ
๓ เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการที่กำหนดตามข้อ ๒ (๔)
เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกกรรมการตาม
(๑) และ (๒) เสร็จสิ้นแล้วให้นำรายชื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเลือกให้เหลือเท่ากับจำนวนกรรมการที่กำหนดตามข้อ
๒ (๓) หรือ (๔) แล้วแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ข้อ ๕ รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินการตามข้อ ๔
ให้เป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๖ กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔)
มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
กรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓
(๔)
คณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามมีมติให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย
บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
ข้อ ๘ ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๒ (๓) หรือ (๔)
พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการสรรหา เลือก
และแต่งตั้งกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง
เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง
ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน
อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้ดำเนินการสรรหา เลือก
และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระ
และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการสรรหา เลือก
และแต่งตั้งกรรมการตามข้อ ๒ (๓) และ (๔)
ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ.
๒๕๔๘
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๗
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวน หลักเกณฑ์
และวิธีการได้มาของคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในสำนักงานปลัดกระทรวง
เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๓๐ มกราคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๑๗/๑๖ มีนาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).