我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือรายชื่อของบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก และหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีตรวจสอบติดตาม พ.ศ. 2560

子法規・公布 2017-01-25・全 8 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดประเภทหรือรายชื่อของบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก และหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีตรวจสอบติดตาม พ.ศ. ๒๕๖๐[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้เป็นหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๓ (๒) (๑) ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (๒) รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยกฎหมายเฉพาะ หรือจัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัท (๓) องค์การมหาชนที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา (๔) หน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้งโดยเฉพาะ

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นิติบุคคลดังต่อไปนี้ เป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๑๓ (๒) (๑) วัด มัสยิด หรือศาสนสถานอื่น (๒) สภากาชาดไทย (๓) มูลนิธิ หรือสมาคม ตามรายชื่อที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ (๔) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บุคคลหรือองค์การระหว่างประเทศดังต่อไปนี้เป็นบุคคลหรือองค์การระหว่างประเทศตามมาตรา ๑๓ (๓) (๑) องค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญขององค์การ หรือทบวงการดังกล่าว ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศไทย ในเมื่อประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้นตามอนุสัญญาหรือความตกลง (๒) สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล บุคคลในคณะทูต บุคคลในคณะกงสุล และบุคคลที่ถือว่าอยู่ในคณะทูตตามความตกลง ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบติดตามการรับและการใช้มรดกของมูลนิธิหรือสมาคมตามข้อ ๓ (๓) ให้มูลนิธิหรือสมาคมนำส่งเอกสารดังต่อไปนี้แก่เจ้าพนักงานประเมิน (๑) สำเนาพินัยกรรม เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรับโอนทรัพย์สินอันเป็นมรดกตามพินัยกรรมและหนังสือแจ้งผลการประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับถัดจากวันที่ได้รับมรดก (๒) ข้อบังคับ รายงานการประชุมใหญ่ งบการเงิน และบัญชีรายได้รายจ่าย ที่ผ่านการรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมทั้งรายงานการดำเนินงานขององค์การหรือสถานสาธารณกุศลของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับถัดจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นเวลาเก้ารอบระยะเวลาบัญชีนับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับมรดก การนำส่งเอกสารตาม (๑) และ (๒) ให้นำส่ง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่องค์การหรือสถานสาธารณกุศลนั้นตั้งอยู่ และให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่ส่งเอกสารทั้งหมดให้เจ้าพนักงานประเมินภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่ได้รับเอกสารดังกล่าว

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบติดตามการรับและการใช้มรดกของมูลนิธิ หรือสมาคมตามข้อ ๓ (๓) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในมาตรา ๑๓ (๒) โดยให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรับโอนทรัพย์สินอันเป็นมรดกตามพินัยกรรม และยังไม่มีประกาศเพิกถอนมูลนิธิหรือสมาคมในขณะที่ได้รับมรดกจากการเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล (๒) ตรวจสอบรายงานการประชุมใหญ่ งบการเงิน และบัญชีรายได้รายจ่าย และรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิหรือสมาคมว่ามีการใช้ทรัพย์สินที่ได้รับมรดกเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจ้ามรดกหรือไม่ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่นำมาบันทึกบัญชีรายได้หรือรายจ่ายถูกต้องหรือไม่การดำเนินงานตรงตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การหรือสถานสาธารณกุศลหรือไม่ มีการดำเนินงานในลักษณะเป็นทางค้าหรือหากำไรหรือไม่ มีการใช้ชื่อองค์การหรือสถานสาธารณกุศลเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ โดยพิจารณาจากการจดทะเบียน ระเบียบ ข้อบังคับ ตราสาร หนังสือแจ้งผลการประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีผลการตรวจสอบติดตามตามข้อ ๖ มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้มูลนิธิหรือสมาคมต้องเสียภาษีการรับมรดกตามมาตรา ๑๒ (๑) ไม่มีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินอันเป็นมรดกตามพินัยกรรมและหนังสือแจ้งผลการประกาศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลให้ตรวจสอบ หรือผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรับโอนทรัพย์สินที่ได้รับมรดกปรากฏว่า ไม่มีการดำเนินการรับโอนทรัพย์สินที่ได้รับมรดกถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เจ้ามรดกกำหนด หรือในขณะที่มูลนิธิหรือสมาคมได้รับมรดกมีการเพิกถอนการประกาศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลแล้ว (๒) ไม่มีข้อบังคับ รายงานการประชุมใหญ่ งบการเงิน บัญชีรายได้รายจ่าย และรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิหรือสมาคมให้ตรวจสอบ หรือการดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้รับมรดกไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เจ้ามรดกกำหนด หรือการดำเนินงานของมูลนิธิหรือสมาคมปรากฏว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การหรือสถานสาธารณกุศล เป็นการดำเนินงานในลักษณะเป็นทางค้าหรือหากำไร มีการใช้ชื่อองค์การหรือสถานสาธารณกุศลเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว หรือมีการบันทึกบัญชีรายได้หรือรายจ่ายไม่ตรงกับเอกสารหลักฐาน ให้เจ้าพนักงานประเมินแจ้งผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้มูลนิธิหรือสมาคมรับทราบและมูลนิธิหรือสมาคมนั้นต้องรับผิดในการเสียภาษีการรับมรดก พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๙ (๑) และมาตรา ๓๑ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือรายชื่อของบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีตรวจสอบติดตาม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ พรวิภา/ปริยานุช/จัดทำ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๐ ปริญสินีย์/ตรวจ ๑ มีนาคม ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๘/๒๕ มกราคม ๒๕๖๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查