ข้อ ๗ กรณีผลการตรวจสอบติดตามตามข้อ ๖ มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้มูลนิธิหรือสมาคมต้องเสียภาษีการรับมรดกตามมาตรา ๑๒
(๑) ไม่มีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินอันเป็นมรดกตามพินัยกรรมและหนังสือแจ้งผลการประกาศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลให้ตรวจสอบ หรือผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรับโอนทรัพย์สินที่ได้รับมรดกปรากฏว่า ไม่มีการดำเนินการรับโอนทรัพย์สินที่ได้รับมรดกถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เจ้ามรดกกำหนด หรือในขณะที่มูลนิธิหรือสมาคมได้รับมรดกมีการเพิกถอนการประกาศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลแล้ว
(๒) ไม่มีข้อบังคับ รายงานการประชุมใหญ่ งบการเงิน บัญชีรายได้รายจ่าย และรายงานการดำเนินงานของมูลนิธิหรือสมาคมให้ตรวจสอบ หรือการดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้รับมรดกไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เจ้ามรดกกำหนด หรือการดำเนินงานของมูลนิธิหรือสมาคมปรากฏว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การหรือสถานสาธารณกุศล เป็นการดำเนินงานในลักษณะเป็นทางค้าหรือหากำไร มีการใช้ชื่อองค์การหรือสถานสาธารณกุศลเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว หรือมีการบันทึกบัญชีรายได้หรือรายจ่ายไม่ตรงกับเอกสารหลักฐาน
ให้เจ้าพนักงานประเมินแจ้งผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้มูลนิธิหรือสมาคมรับทราบและมูลนิธิหรือสมาคมนั้นต้องรับผิดในการเสียภาษีการรับมรดก พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา ๒๙ (๑) และมาตรา ๓๑
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือรายชื่อของบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีตรวจสอบติดตาม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พรวิภา/ปริยานุช/จัดทำ
๒๖ มกราคม ๒๕๖๐
ปริญสินีย์/ตรวจ
๑ มีนาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๘/๒๕ มกราคม ๒๕๖๐