法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2484

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าว

บางจำพวกในภาวะคับขัน

พุทธศักราช

๒๔๘๔

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่

๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

และวันที่

๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ.

พิชเยนทรโยธิน

ปรีดี

พนมยงค์

ตราไว้

ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔

เป็นปีที่

๘ ในรัชชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า

สมควรควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะคับขัน

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในภาวะคับขัน

พุทธศักราช ๒๔๘๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ในพระราชบัญญัตินี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

บุคคลซึ่งคณะกรรมการตามความในพระราชบัญญัตินี้ได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวก

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งนาย

และกรรมการไม่น้อยกว่าสี่นายแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเศรษฐกิจด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

เป็นองค์การเพื่อดำเนินการควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกตามบทพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕

เมื่อมีความจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงสาธารณะ

ความปลอดภัยและสงบสุขของประชาชน หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศหรือของคนไทย

ให้คณะกรรมการมีอำนาจเข้าควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวก

การเข้าควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวนั้น

ให้แจ้งให้คนต่างด้าวนั้นทราบเป็นหนังสือ

และให้มีประกาศปิดไว้ในที่เปิดเผยอันสมควร

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาว่ากิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวอันเป็นคนของประเทศใด

จำพวกใด หรือผู้ใดจะควรถูกควบคุมและจัดการเพียงไร

คนต่างด้าวนั้น นอกจากบุคคลธรรมดา

ให้หมายความรวมตลอดถึงมูลนิธิ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนและมิได้จดทะเบียน

และองค์การรูปอื่นใดแม้จะมิได้เป็นนิติบุคคล หรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย

แต่ได้กระทำการเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวนั้น

ในกรณีที่กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวที่ถูกควบคุมและจัดการเกี่ยวพันกับกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลใด

จะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวอื่นก็ตาม เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร ให้มีอำนาจควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นได้ด้วย

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ในการควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินนั้น ให้คณะกรรมการมีอำนาจ

๑.

เข้าดำเนินกิจการและเข้าครอบครองทรัพย์สินแทนคนต่างด้าว

จัดการเสมือนได้รับโอนกิจการหรือทรัพย์สินนั้นมาเป็นของตนเอง

๒. หยุดการดำเนินการกิจการนั้น

ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

หรือจำหน่ายสิ่งที่เห็นว่าค่าไม่คุ้มกับการใช้จ่ายในการรักษา

หรือเป็นสิ่งที่เก็บรักษาไว้ไม่ได้ หรือรักษาไว้ได้โดยยากโดยสภาพของสิ่งนั้น

๓. เลิกกิจการเพื่อชำระบัญชีหรือจัดการจำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมด

เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี

ในกรณีที่คนต่างด้าวมีหนี้สินล้นพ้นตัว

ให้คณะกรรมการมีอำนาจฟ้องขอให้คนต่างด้าวล้มละลายได้

๔. จ่ายเงินให้แก่คนต่างด้าวที่กิจการหรือทรัพย์สินถูกควบคุมและจัดการตามจำนวนพอควรแก่การครองชีพของคนต่างด้าวนั้นและครอบครัว

เป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้ผู้ที่กิจการหรือทรัพย์สินถูกควบคุมและจัดการ

มอบกิจการหรือทรัพย์สินพร้อมด้วยสมุดบัญชี ดวงตรา เอกสาร

และสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทันที

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ผู้ใดครอบครองทรัพย์สิน สมุดบัญชี ดวงตรา เอกสาร และสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวที่ถูกควบคุมและถูกจัดการ

มีหน้าที่ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยมิชักช้า

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

คนต่างด้าวซึ่งกิจการหรือทรัพย์สินหรือของนิติบุคคลที่ตนเป็นผู้แทนถูกควบคุมหรือจัดการต้องไปพบกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่ถูกเรียก

การย้ายถิ่นที่อยู่จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการแล้ว

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

เมื่อได้มีประกาศถึงการเข้าควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวผู้ใดแล้ว

นิติกรรมใดที่คนต่างด้าวผู้นั้นกระทำขึ้นโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ นอกจากสัญญาซื้อสิ่งจำเป็นเกี่ยวกับการครองชีพ

ให้ถือเป็นโมฆะ

การปฏิบัติตามนิติกรรมที่ได้กระทำขึ้นไว้ก่อนการควบคุมนั้นจะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อได้กระทำทางพนักงานเจ้าหน้าที่

ส่วนนิติกรรมซึ่งได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ ๘

ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ จนถึงวันประกาศให้ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สิน

ถ้ามิได้รับสัตยาบันจากพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนด ๓๐

วันนับแต่วันประกาศให้ถือเป็นโมฆะ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการควบคุมและจัดการ ตลอดจนเงินเดือน ค่าจ้าง

ค่าบำเหน็จกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้คิดจากทรัพย์สินของคนต่างด้าวนั้น

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ในกรณีที่ต้องเลิกกิจการและชำระบัญชี หรือจำหน่ายทรัพย์สิน

เมื่อได้หักค่าใช้จ่าย หนี้สิน ค่าบำเหน็จกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว

ถ้ามีเงินคงเหลือ ให้คณะกรรมการรวบรวมไว้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดในการเสียหายใด ๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติตามบทพระราชบัญญัตินี้

ผู้ที่กิจการหรือทรัพย์สินถูกควบคุมและจัดการ

จะเรียกค่าสินไหมทดแทนเนื่องในการที่คณะกรรมการได้ควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของตนไม่ได้

และไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่คณะกรรมการรวบรวมไว้ด้วย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการเท่าที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ให้กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกบุคคลใดมาสอบถามข้อความหรือให้ส่งทรัพย์สิน

ดวงตรา สมุดบัญชี เอกสาร

หรือสิ่งอื่นใดอันเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินซึ่งถูกควบคุมและจัดการนั้นและให้มีอำนาจเข้าตรวจค้นในเคหะสถานหรือที่ทำงานของบุคคลซึ่งสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกิจการ

หรือทรัพย์สินอันถูกควบคุมและจัดการนั้น

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ผู้ใดกระทำการช่วยเหลือด้วยประการใดแก่คนต่างด้าวเพื่อมิให้กิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวนั้นต้องถูกควบคุมและถูกจัดการ

หรือเพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการควบคุมและการจัดการกิจการหรือทรัพย์สินนั้นอย่างสมบูรณ์

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี

หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ผู้ใดขัดคำสั่งกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเรียกมาสอบถามหรือให้ส่งสิ่งใดตามมาตรา

๑๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี

หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๑๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี

หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

หรือจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเศรษฐกิจรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ป. พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

วศิน/แก้ไข

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/-/หน้า ๑๘๙๘/๒๖ ธันวาคม ๒๔๘๔

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมและจัดการกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2484 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_45d712abd59b91d3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com