พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๓ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ศาลแขวงเชียงใหม่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีเขตอำนาจในอำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอเชียงดาว
อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอดอยหล่อ อำเภอพร้าว อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอแม่วาง อำเภอแม่ออน อำเภอเวียงแหง
อำเภอสะเมิง อำเภอสันกำแพง อำเภอสันทราย อำเภอสันป่าตอง อำเภอสารภี
และอำเภอหางดง
มาตรา ๔ บรรดาคดีของท้องที่อำเภอจอมทองและอำเภอฮอด
ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแขวงเชียงใหม่ในวันเปิดทำการศาลจังหวัดฮอด
ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแขวงเชียงใหม่
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลแขวงเชียงใหม่มีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน
แล้วแต่กรณี ในวันเปิดทำการศาลจังหวัดฮอด ให้ศาลแขวงเชียงใหม่มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
มาตรา ๕ บรรดาคดีของท้องที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา
ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ
ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดเชียงใหม่
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน
แล้วแต่กรณี ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
มาตรา ๖ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากเมื่อได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดฮอดแล้ว
ศาลแขวงเชียงใหม่ และศาลจังหวัดฮอดจะมีเขตอำนาจทับซ้อนกันในบางท้องที่ คือ
อำเภอจอมทองและอำเภอฮอด
สมควรตัดท้องที่ที่ทับซ้อนกันออกจากเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่ โดยให้คดีที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอจอมทองและอำเภอฮอดอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดฮอดเพียงแห่งเดียว
เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในเรื่องเขตอำนาจศาลและได้รับความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี
ประกอบกับในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ในเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่
กล่าวคือ มีการยกฐานะกิ่งอำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง ขึ้นเป็นอำเภอดอยหล่อ
ยกฐานะกิ่งอำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตองขึ้นเป็นอำเภอแม่วาง ยกฐานะกิ่งอำเภอแม่ออน
อำเภอสันกำแพง ขึ้นเป็นอำเภอแม่ออน และยกฐานะกิ่งอำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว
ขึ้นเป็นอำเภอเวียงแหง สมควรเพิ่มท้องที่อำเภอดอยหล่อ อำเภอแม่วาง อำเภอแม่ออน
และอำเภอเวียงแหงในเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่
เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องที่ดังกล่าว
อีกทั้งสมควรขยายเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่ให้ครอบคลุมท้องที่อำเภอกัลยาณิวัฒนาด้วย
เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ เมษายน ๒๕๕๘
นุสรา/ผู้ตรวจ
๑๖ เมษายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๒๓/๑๐ เมษายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).