กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
พ.ศ. ๒๕๒๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้มีภูมิลำเนาในต่างประเทศซึ่งมีสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยประสงค์จะพาหรือจัดส่งเด็กออกไปนอกราชอาณาจักร
เพื่อวัตถุประสงค์ให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารเกี่ยวกับผู้ขอ ดังต่อไปนี้
(๑) ใบรับรองแพทย์ซึ่งแสดงว่ามีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์
(๒) เอกสารรับรองการสมรส
(๓) เอกสารรับรองการทำงานและรายได้
(๔) เอกสารรับรองการเงิน
(๕) เอกสารรับรองทรัพย์สิน
(๖) เอกสารรับรองความเหมาะสมทั่วไปจากผู้อ้างอิง
อย่างน้อยสองคน
(๗) รูปถ่ายของผู้ขอและคู่สมรส ขนาด ๔.๕ x
๖ เซนติเมตรคนละสี่รูป
(๘) เอกสารจากหน่วยราชการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นอนุญาตให้เด็กเข้าประเทศได้
เอกสารทุกฉบับจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของ
ประเทศไทยในประเทศนั้น หรือส่งมาโดยวิธีการทางการทูต
ข้อ ๒
การยื่นคำขอตามข้อ ๑ ให้ยื่นผ่านส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา
หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศและต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หนังสือรับรองจากส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาหน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ
รับรองว่าผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีความเหมาะสมที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
(๒)
หนังสือรับรองจากส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา
หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ
รับรองต่ออธิบดีว่าจะทำการควบคุมการทดลองเลี้ยงดูและส่งรายงานผลของการทดลองเลี้ยงดูให้อธิบดีทราบไม่เกินสองเดือนต่อครั้ง
เป็นระยะเวลาอย่างน้อยหกเดือน และ
(๓) รายงานการศึกษาสภาพครอบครัวของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา
หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมาย
หรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ
ข้อ ๓
ผู้ขอจะยื่นคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ครั้งละหนึ่งคน เว้นแต่เป็น
ญาติกับเด็กนั้น เด็กนั้นเป็นฝาแฝด
หรือเด็กนั้นเป็นบุตรของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ ๔
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารตามข้อ ๑ และข้อ ๒ และพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี และมีอายุแก่กว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยสิบห้าปี
(๒) ต้องมีคู่สมรส
เว้นแต่ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้มีสัญชาติไทย
(๓) ต้องไม่มีบุตรเกินหนึ่งคน
ไม่ว่าจะเป็นบุตรบุญธรรมหรือไม่ เว้นแต่ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้มีสัญชาติไทย
หรือผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมขอรับเด็ก ซึ่งเป็นบุตรของคู่สมรสที่มีสัญชาติไทย
(๔) ต้องเป็นครอบครัวซึ่งมีความเหมาะสมและมีเหตุผลอันสมควรที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามที่ปรากฏในรายละเอียดของรายงานการศึกษาสภาพครอบครัว
(๕) ต้องเป็นผู้ที่สามารถรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา
ข้อ ๕
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
เหตุผลและความจำเป็นของบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและตัวเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว
เห็นว่าสามารถที่จะมอบเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรมแก่ผู้นั้นได้
และการเป็นบุตรบุญธรรมนั้นจะเป็นผลดีต่อสวัสดิภาพทางร่างกายและจิตใจของเด็กทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ให้ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนำเรื่องเสนอคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพิจารณาก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้นำเด็กออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อทดลองเลี้ยงดู
ข้อ ๖
ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและคู่สมรสต้องมารับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูด้วยตนเอง
ในกรณีที่คู่สมรสไม่สามารถจะมาได้ ต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๓
พลเอก เล็ก แนวมาลี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (บธ. ๔)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดพาหรือจัดส่งเด็กออกไปนอกราชอาณาจักร
เพื่อวัตถุประสงค์ให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พัชรี/ผู้จัดทำ
๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓
กวินธาดา/ตรวจ
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๖/๑๘ มกราคม ๒๕๒๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).