มาตรา ๕
ให้มีคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วยรัฐมนตรี
หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ
ปลัด
กระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
อธิบดีกรมการปกครอง
อธิบดีกรมการฝึกหัดครู อธิบดีกรมวิชาการ
อธิบดีกรมสามัญศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการ
ศึกษาแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาเอกชน เลขาธิการ
ก.ค. ผู้อำนวยการสำนักงบ
ประมาณหรือผู้แทน
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนหกคน ข้าราชการครูผู้ได้รับเลือก
ตั้งเป็นผู้แทนข้าราชการครูจำนวนสิบสองคนเป็นกรรมการ
และเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นรอง
ประธานกรรมการ
การเลือกตั้งผู้แทนข้าราชการครูตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะ
กรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติกำหนด
มาตรา ๖
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายการประถมศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาและ
แผนการศึกษาแห่งชาติ
(๒) กำหนดแผนพัฒนาการประถมศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษา
แห่งชาติและแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(๓) พิจารณางบประมาณและจัดสรรเงินงบประมาณและเงินอื่นที่นำมาใช้เพื่อ
การจัดการประถมศึกษา
(๔) กำหนดมาตรฐานด้านวิชาการ อาคารสถานที่ และค่าใช้จ่ายของโรงเรียน
(๕) เสนอแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติต่อรัฐมนตรี
และให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด
และผู้อำนวยการการ
ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
(๖) แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการในคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด
และคณะกรรมการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
(๗) พิจารณายับยั้งและสั่งแก้ไขการกระทำของคณะกรรมการการประถมศึกษา
จังหวัด และคณะกรรมการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ตามมาตรา
๑๗ (๓) หรือ (๔)
(๘) ให้ความเห็นแก่รัฐมนตรีในการออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราช
บัญญัตินี้
(๙) ให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีเกี่ยวกับการประถมศึกษา
(๑๐) ออกระเบียบและปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
อาจมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเป็นผู้ปฏิบัติหรือเตรียมข้อเสนอให้
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติพิจารณาดำเนินการต่อไปได้
มาตรา ๗
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งและกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นผู้
แทนข้าราชการครู มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี
แต่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจะเป็น
กรรมการได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
มาตรา ๘
นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗ กรรมการซึ่งคณะ
รัฐมนตรีแต่งตั้งและกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนข้าราชการครูพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้สามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำ
คุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) คณะรัฐมนตรีให้ออก สำหรับกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
(๗) พ้นจากการเป็นข้าราชการครู สำหรับกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทน
ข้าราชการครู
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็น
กรรมการแทน
หรือให้มีการเลือกตั้งข้าราชการครูเป็นกรรมการแทน แล้วแต่กรณี เว้นแต่วาระการ
ดำรงตำแหน่งของกรรมการจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน
และให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
มาตรา ๙
ในการประชุมของคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ถ้า
ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่
ประชุม
ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้
กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๑๐
การประชุมคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติต้องมี
กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลง
คะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๑
การประชุมคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ถ้ามีการ
พิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ
ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
มาตรา ๑๒ บุคคลใดจะเป็นกรรมการในคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่ง
ชาติ คณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด
คณะกรรมการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
คณะกรรมการการประถมศึกษาอำเภอ
หรือคณะกรรมการการประถมศึกษากิ่งอำเภอ ในขณะเดียวกันได้เพียงตำแหน่งเดียว
มาตรา ๑๓
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติจะตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติมอบ
หมายก็ได้
ให้นำมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะ
อนุกรรมการตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
มาตรา ๑๔
ให้มีสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ มีอำนาจ
และหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
(๒) ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติมอบหมาย
(๓) จัดทำนโยบายการประถมศึกษาและแผนพัฒนาการประถมศึกษาเสนอต่อ
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
(๔) จัดทำงบประมาณและจัดสรรเงินงบประมาณและเงินอื่นที่นำมาใช้เพื่อการ
จัดการประถมศึกษาเสนอต่อคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
(๕) จัดทำมาตรฐานด้านวิชาการ อาคารสถานที่ และค่าใช้จ่ายของโรงเรียน
เสนอต่อคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
(๖) เสนอแต่งตั้งผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด และผู้อำนวยการการ
ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร
ต่อคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
(๗) ติดตามและประเมินผลการจัดการประถมศึกษา และรายงานให้คณะ
กรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติทราบ
(๘) รวบรวมข้อมูล วิจัย และส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับการประถมศึกษา
(๙) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
มาตรา ๑๕
ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ มีหน้าที่
บังคับบัญชา ควบคุม
และดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่ง
ชาติ
คณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).