พระราชกฤษฎีกา
ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖
ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลพนมสารคาม
อำเภอพนมสารคาม
จังหวัดฉะเชิงเทรา
พ.ศ. ๒๕๐๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที่ ๑๗
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรควบคุมการก่อสร้างในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลพนมสารคาม
อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช ๒๔๗๖
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลพนมสารคาม
อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ. ๒๕๐๕
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
พ.ศ. ๒๕๐๕
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณตลาดท่าเกวียน
ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๐๕ สมควรควบคุมการก่อสร้างภายในบริเวณเขตเพลิงไหม้
เพื่อประโยชน์ในความมั่นคงแข็งแรง การอนามัย การป้องกันอัคคีภัย และการผังเมือง
ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยประกาศพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖
โชติกานต์/จัดทำ
๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๓ กันยายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๙/ตอนที่ ๗๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๓ สิงหาคม ๒๕๐๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).