法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช 2481

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมยาง

พุทธศักราช ๒๔๘๑

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔

สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ.เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่

๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๑

เป็นปีที่ ๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบ

คุมจำกัดยาง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามโครงการควบคุมยางระหว่างประเทศซึ่งรัฐบาลสยามได้

ตกลงเข้าร่วมเป็นภาคี

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม

ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมยางพุทธศักราช ๒๔๘๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๑/-/๗๓๗/๑๓ มกราคม ๒๔๘๑]

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมจำกัด

ยาง พุทธศักราช ๒๔๗๗ พระราชบัญญัติควบคุมจำกัดยาง (ฉบับที่

๒) พุทธศักราช ๒๔๗๙ และกฎ

กระทรวงกับประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น ๆ

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

(๑) “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตาม

พระราชบัญญัตินี้

(๒) “เจ้าพนักงานประจำท้องที่” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีจะได้

ประกาศตั้งในราชกิจจานุเบกษาให้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

และตามที่กำหนดไว้ในกฎ

กระทรวง

(๓) “ผู้ตรวจการยาง” หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีจะได้ตั้งขึ้นเพื่อทำ

การตรวจตราให้เป็นไปตามความในพระราชบัญญัตินี้

และตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

(๔) “กรรมการประเมิน” หมายความว่า กรรมการซึ่งรัฐมนตรีจะได้ประกาศตั้ง

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นครั้งคราวมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน

มีหน้าที่ประเมินจำนวนยางทำได้ตาม

หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

(๕) “ต้นยาง” หมายความว่า ต้นยางพารา (Hevea Braziliensis) หรือต้นยาง

ชนิดอื่นใด

ซึ่งรัฐมนตรีจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นคราว ๆ

(๖) “ยาง” หมายความว่า ยางที่ทำขึ้นจากใบ เปลือกหรือน้ำยาง

ของต้นยาง ไม่

ว่าเหลวหรือแข็ง จางหรือข้น

(๗) “สวนยาง” หมายความว่า

ที่ดินที่ได้ปลูกต้นยางมีลักษณะเป็นสวนยางซึ่ง

อยู่ในความครอบครองของเจ้าของสวนยางก่อนวันที่ ๑ กรกฎาคม

พุทธศักราช ๒๔๗๘ หรือสวน

ยางที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม

พุทธศักราช ๒๔๗๘

(๘) “สวนใหญ่” หมายความว่า สวนยางซึ่งได้รับการประเมินจำนวนยางทำได้

เป็นสวนใหญ่ตามกฎกระทรวง

(๙) “สวนเล็ก” หมายความว่า สวนยางซึ่งได้รับการประเมินจำนวนยางทำได้

เป็นสวนเล็กตามกฎกระทรวง

(๑๐) “การปลูกเสริม” หมายความว่า การปลูกต้นยางในสวนยางในเนื้อที่ไร่ใด

ไร่หนึ่งไม่เกินสิบสองต้น

(๑๑) “การปลูกแทน” หมายความว่า การปลูกต้นยางในสวนยางในเนื้อที่ไร่ใด

ไร่หนึ่งเกินกว่าสิบสองต้น

(๑๒) “การปลูกใหม่” หมายความว่า การปลูกต้นยางลงในที่ซึ่งไม่ใช่สวนยาง

ตามพระราชบัญญัตินี้

(๑๓) “เจ้าของสวนยาง” หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทำยาง

(๑๔) “ค้ายาง” หมายความว่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน

หรือจำหน่ายยางแก่กันโดย

ประการอื่น

(๑๕) “ผู้ค้ายาง” หมายความว่า ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการค้ายาง

(๑๖) “ผู้ส่งออก” หมายความว่า ผู้ที่ได้รับใบสุทธิยางหรือผู้ค้ายาง

ซึ่งได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานประจำท้องที่เป็นผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาเขต

(๑๗) “โรงรีดยาง” หมายความว่า โรงงานที่ทำเศษยาง (scrap rubber) หรือ

ยางก้อน (waste rubber) ให้เป็นยางแผ่น (crepe rubber)

(๑๘) “โรงรมยาง” หมายความว่า สถานที่ซึ่งใช้ในการรมยาง

(๑๙) “โควตา” หมายความว่า จำนวนส่วนจำกัดยางแห้งซึ่งรัฐมนตรีจะได้

ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้พึงทำได้ในสวนยางสวนหนึ่ง ๆ

เป็นส่วนร้อยของจำนวน

ยางทำได้

(๒๐) “ระยะเวลาโควตา” หมายความว่า กำหนดระยะเวลาซึ่งรัฐมนตรีจะได้

ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้พึงทำและจำหน่ายยางได้ตามโควตา

(๒๑) “จำนวนยางทำได้” หมายความว่า จำนวนยางแห้งของสวนยางสวน

หนึ่งๆ ที่พึงทำได้ในปีหนึ่ง ๆ

ตามที่กรรมการประเมินพิจารณาประเมินให้ตามหลักเกณฑ์ซึ่งกำหนด

ไว้ในกฎกระทรวง

(๒๒) “ใบสุทธิยาง” หมายความว่า เอกสารตามแบบพิมพ์ที่กำหนดให้ ซึ่งให้

อำนาจเจ้าของสวนใหญ่ทำยางและจำหน่ายยางได้ตามโควตาที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น

(๒๓) “ใบสำคัญจำหน่ายยาง” หมายความว่า เอกสารตามแบบพิมพ์ซึ่ง

รัฐมนตรีจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นคราว ๆ

สำหรับใช้กำกับไปกับยางในเมื่อมีการค้า

ยางระหว่างเจ้าของสวนใหญ่กับผู้ค้ายาง

หรือระหว่างผู้ค้ายางด้วยกัน

(๒๔) “ใบกำกับคูปอง” หมายความว่า เอกสารตามแบบพิมพ์ที่กำหนดให้ซึ่งให้

อำนาจเจ้าของสวนเล็กทำยางและจำหน่ายยางได้ตามโควตาที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น

(๒๕) “ใบคูปอง” หมายความว่า เอกสารตามแบบพิมพ์ซึ่งรัฐมนตรีจะได้

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นคราวๆ

สำหรับใช้กำกับไปกับยางในเมื่อมีการค้ายางระหว่าง

เจ้าของสวนเล็กกับผู้ค้ายาง

หรือระหว่างผู้ค้ายางด้วยกันตามจำนวนยางที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น

(๒๖) “ใบแสดงแหล่งกำเนิด” หมายความว่า เอกสารตามแบบพิมพ์ที่กำหนดให้

เพื่อแสดงชื่อประเทศ รัฐ หรืออาณาเขตซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของยางที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น

(๒๗) “แบบพิมพ์ที่กำหนดให้” หมายความว่า แบบพิมพ์ที่กำหนดให้โดย

กฎกระทรวง

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ในระหว่างที่ใช้พระราชบัญญัตินี้ การประเมินจำนวนยางทำได้ให้เจ้า

ของสวนยางก็ดี การทำยางหรือการค้ายางก็ดี การมียางไว้ในครอบครองก็ดี

การตั้งโรงรีดยางหรือ

โรงรมยางก็ดี การขนยางเคลื่อนที่

การนำยางเข้ามาหรือส่งยางออกนอกราชอาณาเขตก็ดี การปลูก

เสริม การปลูกแทน การปลูกใหม่ก็ดี

ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตามหลักเกณฑ์ และระเบียบการซึ่ง

จะได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ถ้าเจ้าของสวนยางเห็นว่า

การประเมินจำนวนยางทำได้ตามที่

กรรมการประเมินได้ประเมินให้นั้น

ยังมีเหตุผลอื่นใดซึ่งเจ้าของสวนยางควรจะได้รับเพิ่มตามหลัก

เกณฑ์ประเมินในกฎกระทรวง

ก็ชอบที่จะอุทธรณ์ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความการ

ประเมินนั้นเป็นต้นไป

การยื่นอุทธรณ์ให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานประจำท้องที่เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีโดยส่ง

ผ่านคณะกรมการจังหวัด

เมื่อรัฐมนตรีได้พิจารณามีคำสั่งประการใดแล้ว ให้มีผลในระยะเวลา

โควตานั้น และคำสั่งนั้นให้เป็นที่สุด

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ผู้ใดทำยาง ค้ายาง หรือมียางไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตก็ดี

หรือโดยใบอนุญาตนั้นถูกเพิกถอนหรือสิ้นอายุแล้วก็ดี

หรือในระหว่างใบอนุญาตถูกยึดก็ดี อันเป็น

การฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัตินี้ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

ห้าร้อยบาท

และยางที่เกิดขึ้นด้วยการกระทำผิดตามมาตรานี้จะริบเสียก็ได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ทำยางหรือให้ค้ายาง

ทำการค้ายางกับบุคคลอื่น

ซึ่งมิได้มีใบอนุญาตเป็นผู้ค้ายางก็ดี

หรือทำการค้ายางโดยมิได้ใช้ใบคูปองหรือใบสำคัญจำหน่าย

ยางควบกับยางที่ค้านั้นก็ดี

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เจ้าของสวนใหญ่ผู้ใดจำหน่ายยางเกินกว่าโควตาที่ระบุไว้ในใบสุทธิ

ยาง

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับเท่าราคายางที่ได้จำหน่ายเกินโควตาไป

ราคายางนี้ให้คิด

ตามราคาตลาด ณ สถานที่และในเวลาที่ปรากฏการกระทำผิด

ผู้ค้ายางผู้ใดจงใจค้ายางกับเจ้าของสวนใหญ่เกินโควตาตามความในวรรคก่อน

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับกึ่งอัตราโทษที่กำหนดไว้ในวรรคก่อน

จำนวนยางที่จำหน่ายเกินตามความในวรรคแรกนั้น รัฐมนตรีจะสั่งหักออกจาก

โควตาที่เจ้าของสวนใหญ่ได้รับในระยะเวลาโควตาใด ๆ ก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ เจ้าของสวนยางผู้ใด

ทำยางไม่ได้เต็มตามโควตาที่ตนได้รับอนุญาต

ในระยะโควตาใด หรือไม่ทำยางด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม

โควตาที่ไม่ได้ใช้นั้นให้เป็นพับไป

ในกรณีนี้ รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะสั่งลดโควตาที่จะอนุญาตให้ผู้นั้นได้รับในระยะ

เวลาโควตาใด ๆ ก็ได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ถ้า

(ก) เจ้าของสวนยางผู้ใดมียางไว้ในครอบครองเป็นจำนวนเกินกว่าสองเท่า

จำนวนถัวของโควตาในเดือนหนึ่ง ๆ ก็ดี

(ข) ผู้ค้ายางผู้ใดมียางไว้ในครอบครองในเขตอำเภอหนึ่ง ๆ เกินกว่า ๑,๒๐๐

กิโลกรัม โดยมิได้รับอนุญาตก็ดี

(ค) ผู้ค้ายางผู้ใดมียางไว้ในครอบครอง โดยมิได้มีใบสำคัญจำหน่ายยางหรือใบ

คูปองครบถ้วนตามจำนวนยางที่มีไว้ในครอบครองก็ดี

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท และจะริบยางที่มีอยู่เกิน

จำนวนนั้นเสียก็ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ผู้ค้ายางผู้ใดตั้งโรงรีดยางหรือโรงรมยางโดยมิได้รับอนุญาตอันเป็น

การฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

สองร้อยบาท

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ผู้รับใบอนุญาตให้ทำการใด ๆ ซึ่งออกให้ตามความในพระราช

บัญญัตินี้ จะตั้งตัวแทนไม่ได้

และใบอนุญาตของผู้นั้นจะโอนไปด้วยประการใด ๆ ไม่ได้ เว้นไว้แต่จะ

ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และระเบียบการซึ่งจะได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ผู้ใดนำยางเข้ามาหรือส่งยางออกนอกราชอาณาเขตโดยมิได้รับ

อนุญาตตามความในพระราชบัญญัตินี้

และไม่มีใบแสดงแหล่งกำเนิดของเจ้าหน้าที่แห่งประเทศ

รัฐหรืออาณาเขต ซึ่งจะได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำกับ

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

ห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ผู้ใดทำการปลูกใหม่โดยมิได้รับอนุญาตหรือโดยที่ใบอนุญาตนั้นถูก

เพิกถอนหรือสิ้นอายุ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

ต้นยางที่ปลูกใหม่โดย

การฝ่าฝืนนั้นให้ทำลายเสีย

และให้ผู้นั้นเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ บรรดาใบ ดอก เมล็ด ตา

กิ่ง รากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นยางซึ่ง

อาจใช้เพาะสืบพันธุ์ได้

ถ้าผู้ใดจะนำเข้ามาหรือส่งออกนอกราชอาณาเขตต้องได้รับอนุญาตเป็น

หนังสือจากเจ้าพนักงานประจำท้องที่ก่อนผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อย

บาทหรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ให้ผู้ตรวจการยางมีอำนาจเข้าไปในสวนยางเพื่อการรังวัดสำรวจ

เนื้อที่และจำนวนต้นยาง เพื่อตรวจการทำยาง

ตรวจสอบบัญชีเอกสารอันเกี่ยวกับยางของเจ้าของ

สวนยาง กับให้มีอำนาจเข้าไปในร้านค้ายาง

ในสถานที่ซึ่งใช้ในการเก็บ รีด รมยางและในยาน

พาหนะต่าง ๆ ในขณะที่ขนยาง เพื่อตรวจยางตรวจบัญชี

เอกสารอันเกี่ยวกับยาง

การเข้าตรวจสวนยางก็ดี ในร้านค้ายางก็ดี ในสถานที่ซึ่งใช้ในการเก็บรีด รมยาง

ก็ดี

ต้องเข้าตรวจระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกส่วนการตรวจยานพาหนะในขณะ

ที่ขนยางให้ตรวจได้ไม่ว่าในเวลาใด ๆ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

การกระทำหรือละเว้นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราช

บัญญัตินี้ ซึ่งได้จัดทำโดยตัวแทนหรือโดยลูกจ้างผู้ปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของตัวการหรือนาย

จ้างนั้น

หากตัวการหรือนายจ้างได้รู้หรือมีเหตุผลควรจะได้รู้ด้วยแล้ว

ให้ถือว่าตัวการหรือนายจ้าง

เป็นผู้กระทำผิดเสมือนได้กระทำหรือละเว้นกระทำการนั้นด้วยตนเอง

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

เจ้าของสวนยางหรือผู้ค้ายางผู้ใด ซึ่งได้รับอนุญาตให้กระทำการใด

ๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้

ฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือ

เงื่อนไขดังที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง

ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ อันว่าด้วยการให้มีสมุด

บัญชีเอกสาร หรือการกรอกและตรวจสอบข้อความในสมุดบัญชีเอกสารก็ดี

การให้ยื่นเรื่องราวหรือ

รายงานต่อเจ้าพนักงานประจำท้องที่ภายในกำหนดระยะเวลาใดเวลาหนึ่งก็ดี

ผู้นั้นมีความผิดต้อง

ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ภายในบังคับมาตรา ๓๗

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ

อาญา การกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้

ซึ่งมีบทกำหนดโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินสอง

ร้อยบาทนั้น ให้พนักงานสอบสวนตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๘

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา

ความอาญามีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ด้วย

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ภายในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีมีอำนาจสงวนส่วน

โควตาของประเทศไว้ได้ตามแต่จะเห็นสมควร

หรือจะอนุญาตให้บุคคลใดมียางไว้ในครอบครองเพื่อ

ประโยชน์ในการค้นคว้าหรือการอื่นใดเป็นพิเศษเฉพาะรายก็ได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการมีหน้าที่รักษาการให้เป็น

ไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจตั้งกรรมการประเมิน

พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการออก

กฎกระทรวงกำหนดส่วนเทียบของยางชนิดต่าง ๆ

กับยางแห้งกำหนดค่าธรรมเนียมในการออกใบ

กำกับคูปองและใบสุทธิยางคิดตามโควตาที่ระบุไว้ไม่เกินกิโลกรัมละหนึ่งสตางค์

และกำหนดค่า

ธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตต่าง ๆ ใบแทนใบอนุญาต

ค่าธรรมเนียมการโอน การขอตรวจและคัด

สำนวนเอกสาร

ตลอดจนค่าธรรมเนียมในการอุทธรณ์และค่าแบบพิมพ์ด้วยอย่างสูง แต่ละอย่างไม่

เกินหนึ่งร้อยบาทและออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการและมีอำนาจออกกฎ

กระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้

เพียงเท่าที่เกี่ยวกับระเบียบการศุลกากรควบคุมการส่งยางออกหรือ

นำเข้ามาในราชอาณาเขต

กฎกระทรวงตามที่กล่าวในสองวรรคต้นนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แล้ว ให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

(ตามมติคณะรัฐมนตรี)

ประดิษฐมนูธรรม

รัฐมนตรี

อัมพิกา/แก้ไข

๕/๓/๔๕

B+A (C)

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช 2481 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_471a57e058c8d53b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com