法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๕๖

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

เป็นปีที่ ๖๘

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” หมายความว่า

ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

ดังต่อไปนี้

(๑) การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ

(๒) การจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

(๓) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีทุพพลภาพ

(๔) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่กรรม

(๕) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร

(๖) สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๖

มาตรา ๖ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน

ดังต่อไปนี้

(๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

(๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๓) เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

(๔)

เงินที่โอนมาจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๔๓

(๕) เงินและทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน

(๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค

(๗) ดอกผลของเงินกองทุน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ รายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ประกอบด้วย

(๑) ประธานรัฐสภา เป็นประธานกรรมการ

(๒) รองประธานรัฐสภา เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่

ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการสภาผู้แทนราษฎร

ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภา ปลัดกระทรวงการคลังและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

(๔) กรรมการจำนวนสิบสามคนซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามมติของแต่ละสภา

ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนห้าคนตามจำนวนหรือสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง

สมาชิกวุฒิสภาจำนวนสามคน ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสามคน และผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวนสองคน

กรณีรองประธานรัฐสภาตาม (๒)

เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภาตาม (๓)

ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

ให้ประธานวุฒิสภามอบหมายให้รองประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภาคนใดคนหนึ่ง

เป็นกรรมการโดยตำแหน่งตาม (๓)

ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมการและเลขานุการ

และเลขาธิการวุฒิสภาเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือเมื่อวาระของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง

ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาใหม่

แล้วแต่กรณี

มาตรา ๙

มาตรา ๙ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๘ (๔)

มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้

แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

ในกรณีที่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๘ (๔)

พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้มีการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง

เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน

และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง

หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินการต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๘ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓)

คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

(๔) สิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก

(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๖) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๗) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุน

(๒) กำหนดแนวทางการบริหารและการจ่ายเงินของกองทุน

(๓) ระดมการจัดหาทุน

(๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน

การอนุมัติการเบิกจ่ายเงินและการยกเลิกการจ่ายเงิน การบริหาร การจัดหาผลประโยชน์

และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน

(๕) วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

(๖)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ

ประธานอนุกรรมการ กรรมการ อนุกรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ

ได้รับเบี้ยประชุมตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) บริหารกองทุนตามระเบียบและมติของคณะกรรมการ

(๒) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ

(๓) จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุน

(๔) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ

(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

การดำเนินการของกองทุน

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ สมาชิกรัฐสภาซึ่งได้ส่งเงินเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และจำนวนอัตราเงินทุนเลี้ยงชีพอันจะพึงได้รับจากกองทุนนั้น

ให้นำระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งการเป็นสมาชิกรัฐสภาของผู้นั้นมาคิดคำนวณด้วย

สมาชิกรัฐสภาที่จะมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง

จะต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

หรือเป็นบุคคลที่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามีสิทธิขอรับเงินเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจากกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ในกรณีผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรม

ให้บุคคลตามลำดับดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิขอรับเงินจากกองทุนก่อนหลัง

(๑)

บุคคลที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาได้แสดงเจตนาเป็นหนังสือให้เป็นผู้มีสิทธิขอรับเงินจากกองทุน

(๒) คู่สมรส

(๓) บุตร

(๔) บิดามารดา

การขอรับเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีสิทธิขอรับเงินยื่นคำขอต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรม

ทั้งนี้

ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ การจ่ายเงินจากกองทุนเพราะเหตุทุพพลภาพให้จ่ายให้แก่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเพราะป่วยเจ็บทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ทั้งนี้

หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนในกรณีการให้การศึกษาบุตรสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้เพียงคนที่หนึ่งและคนที่สอง

ทั้งนี้

ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น

ในกรณีที่บิดาและมารดาเป็นผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

ให้บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนในกรณีการให้การศึกษาบุตรเพียงฝ่ายเดียว

เว้นแต่เมื่อมีการจดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่และบุตรอยู่ในความอุปการะของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาฝ่ายใด

ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาฝ่ายนั้นเป็นผู้มีสิทธิได้รับ

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินในกรณีการให้การศึกษาบุตร

ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ การจ่ายเงินจากกองทุนในกรณีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น

ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

การบัญชีและการตรวจสอบ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปี

ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของกองทุนให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรอง

เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบบัญชีตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอรายงานผลการสอบบัญชีดังกล่าวต่อคณะกรรมการและสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

เพื่อทราบต่อไป

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ

โดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้โอนบรรดากิจการ เงิน สิทธิ

และหนี้สินของกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๔๓ ไปเป็นของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ

และกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้

จนกว่าจะมีประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ

และกรรมการซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามมาตรา ๘ (๔)

ซึ่งต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๔๓ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาก่อนวันที่ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ

ให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้บรรดาระเบียบและประกาศของกองทุนที่ออกตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้

ทั้งนี้

จนกว่าจะได้มีระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ยิ่งลักษณ์

ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย

ทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีภารกิจในด้านการตรากฎหมาย

การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้ความเห็นชอบในเรื่องต่าง ๆ

ตลอดจนให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

ของประชาชนรวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ดังนั้น

เพื่อตอบแทนคุณงามความดีและความเสียสละแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาซึ่งสมาชิกภาพได้สิ้นสุดลงสมควรให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓ พฤษภาคม

๒๕๕๖

ชาญ/ผู้ตรวจ

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๑/๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_472a2520bc2aa5f4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com