มาตรา ๖ ให้จัดตั้งการยางขึ้นเรียกว่า การยางแห่งประเทศไทย เรียกโดยย่อว่า กยท. และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Rubber Authority of Thailand เรียกโดยย่อว่า RAOT และให้มีตราเครื่องหมายของ กยท.
รูปลักษณะของตราเครื่องหมายตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๗ ให้ กยท. เป็นนิติบุคคล
มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียงและจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น
ณ ที่อื่นใดภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรก็ได้
แต่การตั้งสำนักงานสาขาภายนอกราชอาณาจักรต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๘ ให้ กยท. มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑)
เป็นองค์กรกลางรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจรบริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินของกองทุน
ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพารา
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา
และเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับยางพารา
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง
สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ด้านวิชาการ การเงิน การผลิต
การแปรรูป การอุตสาหกรรม การตลาด การประกอบธุรกิจ
และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
(๔) ดำเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ
(๕) ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทนและการปลูกใหม่
มาตรา ๙ ให้ กยท. มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ
ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ ดังต่อไปนี้
(๑)
ส่งเสริมและสนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตและระบบตลาดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง
(๒) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา
(๓)
ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง
เพื่อลงทุนดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยางพาราตามที่คณะกรรมการกำหนด
(๔) ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตยางพาราและองค์การระหว่างประเทศเกี่ยวกับยางพารา
(๕)
ส่งเสริมและจัดให้มีการพัฒนาบุคลากรและการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพารา
(๖)
ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ กยท.
ตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๐ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘
และอำนาจกระทำกิจการตามมาตรา ๙ ให้ กยท. มีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ
(๒) ก่อตั้งสิทธิหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร
(๓) ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ
กยท.
(๔)
เข้าร่วมกิจการหรือเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ
กยท.
(๕)
กู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ กยท.
(๖)
จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา
(๗) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน
หรือค่าบริการในการดำเนินการ
(๘)
กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ กยท.
การเข้าร่วมกิจการหรือการเข้าร่วมทุนตาม (๔)
และการกู้ยืมหรือการให้กู้ยืมเงินตาม (๕) ที่มีวงเงินไม่เกินห้าสิบล้านบาท
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๑ ทุนของ กยท. ประกอบด้วย
(๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาเป็นทุนประเดิมตามมาตรา ๖๗ มาตรา
๖๘ และมาตรา ๗๐ เฉพาะที่ไม่ได้โอนเป็นของกองทุนตามมาตรา ๔๔
(๒) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้หรือเป็นของ กยท.
มาตรา ๑๒ กยท. อาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
(๑) ทุนตามมาตรา ๑๑
(๒) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเป็นคราว ๆ
เพื่อดำเนินกิจการหรือขยายกิจการตามความเหมาะสม
(๓) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชนหรือองค์กรอื่น
รวมทั้งจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ
(๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ
หรือรายได้จากการดำเนินการหรือการลงทุน
(๕) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของ กยท.
มาตรา ๑๓ รายได้ที่ กยท. ได้รับจากการดำเนินงานให้ตกเป็นของ
กยท. สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินกิจการ ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา
เงินสำรองตามมาตรา ๑๔ โบนัสหรือเงินรางวัลตามมาตรา ๓๔ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนบำเหน็จหรือกองทุนสงเคราะห์และการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของพนักงาน
ลูกจ้าง และครอบครัวตามมาตรา ๕๔
และเงินลงทุนตามงบลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๕๕ ตลอดจนค่าภาระต่าง ๆ
ที่เหมาะสม ตามที่คณะกรรมการกำหนด
รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่ง ๆ
เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายและค่าภาระดังกล่าวในวรรคหนึ่งแล้วเหลือเท่าใดให้ กยท.
นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ในกรณีที่รายได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายและค่าภาระดังกล่าวในวรรคหนึ่งนอกจากเงินสำรองตามมาตรา
๑๔ และเงินโบนัสหรือเงินรางวัลตามมาตรา ๓๔ และ กยท. ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้
รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่ กยท. เท่าจำนวนที่ขาด
มาตรา ๑๔ เงินสำรองของ กยท. ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดาที่ตั้งไว้เผื่อขาดเงินสำรองเพื่อการไถ่ถอนหนี้
และเงินสำรองอื่น ๆ ตามความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
เงินสำรองธรรมดาจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของคณะกรรมการ
มาตรา ๑๕ ทรัพย์สินของ กยท.
และกองทุนไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
มาตรา ๑๖ ให้อสังหาริมทรัพย์ที่ กยท.
ได้มาจากการให้หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของ กยท. เป็นกรรมสิทธิ์ของ กยท.
ให้ กยท. มีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ จำหน่าย
และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของ กยท.
คณะกรรมการและผู้ว่าการ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).