พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530
พระราชบัญญัติ · ประกาศ 11 พ.ย. 2530 (1987-11-11) · 65 มาตรา
แท็บใหม่ ↗พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ.
๒๕๓๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
เป็นปีที่
๔๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยมหิดล
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๓๐
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓
ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๑๒
(๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๘๓ ลงวันที่
๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
(๓) ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๑๙๗ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.
๒๕๑๕
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔
ให้มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.
๒๕๑๒ เป็นมหาวิทยาลัยมหิดลตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕
ในพระราชบัญญัตินี้
มหาวิทยาลัย หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหิดล
สภามหาวิทยาลัย หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยมหิดล
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้
หมวด
๑
บททั่วไป
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๗
ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษา
มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมการศึกษา
และวิจัยที่เป็นไปเพื่อสนองความต้องการของประเทศชาติ
ผลิตบุคคลากรที่มีความสามารถในวิชาชีพและเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม
ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๘
มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
(๑) สำนักงานอธิการบดี
(๒) บัณฑิตวิทยาลัย
(๓) คณะ
(๔) วิทยาลัย
(๕) สถาบัน
มหาวิทยาลัยอาจให้มีศูนย์ สำนัก
และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลัยอีกได้
สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกองและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
บัณฑิตวิทยาลัยและคณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานคณบดีโรงพยาบาล
ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง
วิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ
ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง
สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ
กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
สำนักงานคณบดี สำนักงานผู้อำนวยการ ภาควิชา กอง
และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง อาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นแผนก
และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าแผนก
โรงพยาบาลอาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นกอง แผนก
และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือแผนก
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๙
การจัดตั้ง การรวม การยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก
และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ทำเป็นพระราชกฤษฎีกา
การแบ่งส่วนราชการตามมาตรา ๘
ให้ทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๐
ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗
มหาวิทยาลัยอาจรับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบหรือเข้าร่วมในมหาวิทยาลัยได้
และมีอำนาจให้ปริญญาหรือวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบได้
การรับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบ
การยกเลิกการเข้าสมทบ การรับสถาบันดังกล่าวเข้าร่วมและการยกเลิกการเข้าร่วม
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
การควบคุมและการกำกับสถาบันสมทบและสถาบันร่วม
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๑[๒] นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน
มหาวิทยาลัยอาจมีรายได้ ดังนี้
(๑) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ
และค่าบริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
(๒) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
(๓) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง
ดูแล หรือใช้ประโยชน์
(๔) รายได้หรือผลประโยชน์อื่นๆ
ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการปกครอง ดูแล
บำรุงรักษา ใช้และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น
รายได้ของมหาวิทยาลัยรวมทั้งเบี้ยปรับที่เกิดจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
เว้นแต่เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อทรัพย์สินหรือสัญญาจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๑ ทวิ[๓]
บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัย
ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๒
บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการเพื่อประโยชน์และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้ให้กำหนดไว้และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
หมวด
๒
การดำเนินงาน
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๓
ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย
ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(๒) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย
ได้แก่ อธิการบดีโดยตำแหน่ง
(๓) ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง
(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดคน
โดยการเลือกตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสำนัก
และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยการเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำ
ผู้ได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี อีกจำนวนเจ็ดคน และ
(๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน
ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของนายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย
และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๔) และ (๕)
คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง
ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
โดยคำแนะนำของอธิการบดี
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๔
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี
และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอีกได้
กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) และ (๕)
มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๕
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) และ (๖)
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ถอดถอนเพราะขาดคุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย
หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
(๔) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา
๑๓ (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
และได้มีการเลือกตั้งหรือได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
กับยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง
ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
รวมทั้งได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๖
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย
และมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) วางนโยบายเกี่ยวกับการศึกษา
การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๓) พิจารณาการจัดตั้ง
การรวม และการยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัยสถาบัน ศูนย์ สำนัก
และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการตามมาตรา ๘
(๔) พิจารณาการรับสถาบันเข้าสมทบและเข้าร่วม
ตลอดจนการยกเลิกการเข้าสมทบและการเข้าร่วม
(๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการและหลักสูตรการศึกษา
ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด
(๖) อนุมัติให้ปริญญาและวุฒิบัตร
(๗) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี
คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ
และรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา
หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาและศาสตราจารย์เกียรติคุณ
(๘) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งและถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
และอธิการบดี
(๙) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๐) พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
(๑๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๑๒) พิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
๑๙ ให้รักษาราชการแทนอธิการบดีในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง
(๑๓) พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ
(๑๔) ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๗
การดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๘
ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย
ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย
และวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป
(๒) ควบคุมดูแลการบริหารงานด้านวิชาการ
ด้านการบริหารงานบุคคลด้านการเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๓) พัฒนามหาวิทยาลัย
(๔) เสนอแผนดำเนินงานและงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ตลอดจนรายงานเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(๕) ดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๑๙
อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือ
(๒) ได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด
หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้สอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
หรือ
(๓) เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี
หรือ
(๔) เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์
หรือศาสตราจารย์พิเศษ ของมหาวิทยาลัย
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๐
ให้มหาวิทยาลัยมีรองอธิการบดี
และอาจมีผู้ช่วยอธิการบดีเพื่อปฏิบัติราชการตามที่อธิการบดีจะมอบหมาย
รองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙
วรรคหนึ่ง และต้องเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย
โดยอธิการบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย
ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย
หรือสถานศึกษาชั้นสูงที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย โดยให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ
หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี
อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๑
ในกรณีที่อธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากอธิการบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่อธิการบดีไม่ได้มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา
๑๙ วรรคหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๒
ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยประกอบด้วยสมาชิกซึ่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่อธิการบดีและหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีจะมอบหมาย
จำนวนสมาชิก หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง
และการดำเนินงานของสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๓
ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย
โดยให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด
หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๔
ให้บัณฑิตวิทยาลัยมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย
รองคณบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง
โดยคณบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย
เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ
หรือการปฏิบัติราชการที่คณบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี
คณบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองคณบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๕
ในกรณีที่คณบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองคณบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน
ถ้ามีรองคณบดีหลายคน
ให้รองคณบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากคณบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่คณบดีไม่ได้มอบหมายให้อธิการบดีแต่งตั้งรองคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง
คนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่คณบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง
คนหนึ่งรักษาราชการแทนคณบดี จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณบดีใหม่
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๖
ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ดังนี้
(๑) คณะกรรมการนโยบาย
ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธานกรรมการ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นรองประธานกรรมการ
คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ซึ่งดำเนินการบัณฑิตศึกษา เป็นกรรมการ
คณะกรรมการนโยบาย มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(ก) วางนโยบายและแผนงานบัณฑิตวิทยาลัยให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
(ข) ประสานงานระหว่างส่วนราชการ
ที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษา
(๒) คณะกรรมการดำเนินการ
ประกอบด้วย คณบดี บัณฑิตวิทยาลัยเป็นประธานกรรมการ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
และคณาจารย์หรือข้าราชการประจำของส่วนราชการที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษาเป็นกรรมการ
จำนวนและการได้มาซึ่งกรรมการจากคณาจารย์หรือข้าราชการประจำ
วาระการดำรงตำแหน่ง รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
คณะกรรมการดำเนินการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(ก) ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
(ข) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี
(ค) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของบัณฑิตวิทยาลัย
เกี่ยวกับงานบัณฑิตศึกษาโดยไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของมหาวิทยาลัย
(ง) พิจารณาเสนอเปิด
หรือยุบโครงการบัณฑิตศึกษา
หลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัย ต่อสภามหาวิทยาลัย
(จ) พิจารณาดำเนินการวัดผล
และประเมินผลบัณฑิตศึกษา
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๗
ในคณะ
ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของคณะ
คณะอาจมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๘
การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของคณบดีและรองคณบดีตามมาตรา ๒๗
ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทนการรักษาราชการแทนและการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน
ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๙
ในคณะ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย
(๑) คณบดีเป็นประธานกรรมการ
(๒) รองคณบดีเป็นกรรมการ
(๓) หัวหน้าภาควิชา
และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ถ้ามี
เป็นกรรมการ
ในกรณีที่ไม่มีการแบ่งภาควิชาหรือมีไม่ถึงสี่ภาควิชา
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณาจารย์ประจำในคณะนั้นเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนสี่คน
(๔) กรรมการประเภทคณาจารย์ประจำจำนวนไม่เกินสี่คน
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งตาม
(๓) จำนวนการได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำ
และวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการดังกล่าวตาม (๔)
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๐
คณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี
(๒) วางนโยบายและแผนงานของคณะให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
(๓) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของคณะเกี่ยวกับงานของคณะโดยไม่ขัดต่อระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๔) พิจารณาเสนอเปิดหรือยุบโครงการศึกษาหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของคณะต่อสภามหาวิทยาลัย
(๕) พิจารณาดำเนินการวัดผลและประเมินผลการศึกษาของคณะ
การดำเนินงานของคณะกรรมการประจำคณะ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๑ ในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของวิทยาลัย
สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นนั้น
วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจมีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าส่วนราชการเพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการ
หรือหัวหน้าส่วนราชการตามที่ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการจะมอบหมาย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๒
การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ
หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชตามมาตรา ๓๑ ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน
การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔
และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๓
การดำเนินงานในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
ที่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๔
ในโรงพยาบาล
ให้มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชา
และรับผิดชอบในการบริหารงานของโรงพยาบาล
และอาจมีรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะมอบหมาย
การแต่งตั้ง คุณสมบัติ
วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการโรงพยาบาล และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามวรรคหนึ่ง
ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน
ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นรองคณบดีโดยตำแหน่ง
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๕
ในภาควิชา ให้มีหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของภาควิชา
และอาจมีรองหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่ง
เพื่อปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าภาควิชาตามที่หัวหน้าภาควิชาจะมอบหมาย
การแต่งตั้ง คุณสมบัติ
วาระการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าภาควิชาและรองหัวหน้าภาควิชาตามวรรคหนึ่ง
ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน
ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๖
เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในบัณฑิตวิทยาลัยคณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์
สำนัก โรงพยาบาล ภาควิชา และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
หรือภาควิชา อำนาจในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ
หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้นหรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น
มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น
อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา
และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
หรือภาควิชาปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะในส่วนราชการนั้นก็ได้
ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่อธิการบดีกำหนด
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๗
ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนและผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๒๐ วรรคห้า มาตรา ๒๑
บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๒๔ วรรคสี่ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง
มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง
หรือมติของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ
หรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใด ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทน
หรือผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการ หรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น
ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการแทนหรือรักษาราชการแทนด้วยแล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๘
ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี
ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา
รองหัวหน้าภาควิชา
หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชาต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
และจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้
เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๓๔
ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว
จะรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าวอีกตำแหน่งหนึ่งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือน
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๓๙
วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา
และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๐
การพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดี รองอธิการบดีผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี
ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา
หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
หรือภาควิชา นอกจากที่ได้บัญญัติไว้แล้ว ให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมวด
๓
ตำแหน่งทางวิชาการ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๑
คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังนี้
(๑) ศาสตราจารย์
(๒) รองศาสตราจารย์
(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
(๔) อาจารย์
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง
และการเข้าดำรงตำแหน่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๒
สภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งผู้ซึ่งมีความสามารถและชำนาญพิเศษและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นศาสตราจารย์พิเศษในสาขาวิชาที่ผู้นั้นมีความสามารถและชำนาญพิเศษได้
หลักเกณฑ์ในการเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๓
ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ
และความชำนาญเป็นพิเศษและพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด
สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณในสาขาวิชาที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศก็ได้
คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ
ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๔
อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษผู้ช่วยศาสตรจารย์พิเศษและอาจารย์พิเศษได้ตามคำแนะนำของคณบดี
ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งรองศาสตราจารย์พิเศษ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
หมวด
๔
ปริญญา
วุฒิบัตร และเครื่องหมายวิทยฐานะ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๕
ปริญญามีสามระดับ คือ
เอก
เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ
ด.
โท
เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ
ม.
ตรี
เรียกว่า บัณฑิต
ใช้อักษรย่อ บ.
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๖
มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย
การกำหนดระดับปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๗
สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตได้รับปริญญาเกียรตินิยมได้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๘
สภามหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีวุฒิบัตร หรือเข็มเครื่องหมายของมหาวิทยาลัยได้โดยออกเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๔๙
มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นว่าทรงคุณวุฒิสมควรแก่ปริญญานั้น
ประเภทและระดับของปริญญา
วิธีการพิจารณาและการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๐
มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย
และครุยประจำตำแหน่งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย
และอาจกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับปริญญาและวุฒิบัตรได้
การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท
และส่วนประกอบของครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
โอกาสและเงื่อนไขในการใช้ครุยประจำตำแหน่ง
ครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๑
การกำหนดให้มีเครื่องแบบ เครื่องหมาย และเครื่องแต่งกายของนักศึกษา
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด
๕
บทกำหนดโทษ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๒
ผู้ใดใช้ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ เข็มเครื่องหมาย
เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มีสิทธิที่จะใช้หรือแสดงด้วยประการใดๆ
ว่าตนมีปริญญาหรือวุฒิบัตรของมหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มี
ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีวิทยฐานะเช่นนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๓
ให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งต่างๆ
ของมหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มีสถานภาพดังต่อไปนี้
(๑) อธิการบดีและคณบดีดำรงตำแหน่งต่อไปให้ครบวาระการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๑๒
(๒) รองอธิการบดีและรองคณบดีดำรงตำแหน่งต่อไปชั่วระยะเวลาที่อธิการบดีหรือคณบดียังดำรงตำแหน่งอยู่ตาม(๑)
(๓) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่ามีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนักและหัวหน้าภาควิชา
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ครบสี่ปี ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
(๕) ผู้อำนวยการสถาบันและหัวหน้าภาควิชา
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
ซึ่งดำรงตำแหน่งครบสี่ปีแล้ว
ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบันและหัวหน้าภาควิชา
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา
แล้วแต่กรณีตามพระราชบัญญัตินี้
(๖) ผู้อำนวยการสถาบันซึ่งขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
(๗) ศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ เป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ต่อไป ตามพระราชบัญญัตินี้
(๘) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ
ศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ
และอาจารย์พิเศษต่อไป ตามพระราชบัญญัตินี้
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๔
ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ
รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าภาควิชาผู้ใดดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ผู้นั้นเลือกดำรงตำแหน่งได้เพียงตำแหน่งเดียวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๕
การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๓ (๔)
และผู้ดำรงตำแหน่งที่ว่างเนื่องจากมาตรา ๕๔ ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๖
ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
คงทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัย
และกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่อไปจนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
และมีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัตินี้
ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๗
ให้คณะกรรมการประจำคณะที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนครบวาระการดำรงตำแหน่ง
และให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำตามมาตรา ๒๙ (๔)
ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๘
ให้คณะกรรมการประจำสถาบันที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าสภามหาวิทยาลัยจะได้ออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการดำเนินงานในสถาบัน
ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕๙
การนับวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการและหัวหน้าภาควิชา
ให้นับวันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้เป็นวาระแรก
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๖๐
ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกา ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
ระเบียบหรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ ให้นำพระราชกฤษฎีกา
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ระเบียบ
หรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี
ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิชัย
รัตตกุล
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒
ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลาเกินสิบปีแล้ว
และในขณะนี้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก
สมควรปรับปรุงโครงสร้างและระบบการบริหารมหาวิทยาลัยเพื่อให้การบริหารการศึกษามีความคล่องตัวและเหมาะสมกับสภาพการณ์
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
อัมพิกา/แก้ไข
๙/๑/๔๕
A+B(C)
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล
(ฉบับที่๒) พ.ศ.๒๕๔๑[๔]
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๕
บทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๑ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
แท็บใหม่ ↗มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มหาวิทยาลัยสามารถนำรายได้ของมหาวิทยาลัยไปใช้ในกิจการของมหาวิทยาลัยได้
โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
และให้มหาวิทยาลัยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยโดยไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ
เพื่อความคล่องตัวในการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยและการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของมหาวิทยาลัยหรือที่มหาวิทยาลัยปกครอง
ดูแล หรือใช้ประโยชน์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
อัมพิกา/แก้ไข
๙/๑/๔๕
A+B(C)
พชร
/พรพิมล จัดทำ
๘/๐๓/๔๖
สัญชัย/ปรับปรุง
๒๕
สิงหาคม ๒๕๔๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๑๐๔/ตอนที่ ๒๒๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๑พฤศจิกายน ๒๕๓๐
[๒] มาตรา ๑๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๓] มาตรา ๑๑ ทวิ
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๑๑๕/ตอนที่ ๖ ก/หน้า ๑๕/๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).