法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
38
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ.

๒๕๓๐

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐

เป็นปีที่

๔๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยมหิดล

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. ๒๕๓๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. ๒๕๑๒

(๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๘๓ ลงวันที่

๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

(๓) ประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ ๑๙๗ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๑๕

บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.

๒๕๑๒ เป็นมหาวิทยาลัยมหิดลตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ในพระราชบัญญัตินี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหิดล

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยมหิดล

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

ให้ใช้บังคับได้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษา

มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมการศึกษา

และวิจัยที่เป็นไปเพื่อสนองความต้องการของประเทศชาติ

ผลิตบุคคลากรที่มีความสามารถในวิชาชีพและเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม

ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

มาตรา ๘

มาตรา ๘

มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการ ดังนี้

(๑) สำนักงานอธิการบดี

(๒) บัณฑิตวิทยาลัย

(๓) คณะ

(๔) วิทยาลัย

(๕) สถาบัน

มหาวิทยาลัยอาจให้มีศูนย์ สำนัก

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลัยอีกได้

สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกองและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง

บัณฑิตวิทยาลัยและคณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานคณบดีโรงพยาบาล

ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง

วิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ

ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง

สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ

กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง

สำนักงานคณบดี สำนักงานผู้อำนวยการ ภาควิชา กอง

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง อาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นแผนก

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าแผนก

โรงพยาบาลอาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นกอง แผนก

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือแผนก

มาตรา ๙

มาตรา ๙

การจัดตั้ง การรวม การยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ทำเป็นพระราชกฤษฎีกา

การแบ่งส่วนราชการตามมาตรา ๘

ให้ทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗

มหาวิทยาลัยอาจรับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบหรือเข้าร่วมในมหาวิทยาลัยได้

และมีอำนาจให้ปริญญาหรือวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบได้

การรับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบ

การยกเลิกการเข้าสมทบ การรับสถาบันดังกล่าวเข้าร่วมและการยกเลิกการเข้าร่วม

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยและทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

การควบคุมและการกำกับสถาบันสมทบและสถาบันร่วม

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑[๒] นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน

มหาวิทยาลัยอาจมีรายได้ ดังนี้

(๑) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ

และค่าบริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย

(๒) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย

(๓) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง

ดูแล หรือใช้ประโยชน์

(๔) รายได้หรือผลประโยชน์อื่นๆ

ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการปกครอง ดูแล

บำรุงรักษา ใช้และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น

รายได้ของมหาวิทยาลัยรวมทั้งเบี้ยปรับที่เกิดจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

เว้นแต่เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อทรัพย์สินหรือสัญญาจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ทวิ[๓]

บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัย

ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการเพื่อประโยชน์และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้ให้กำหนดไว้และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

หมวด

การดำเนินงาน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย

ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

(๒) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย

ได้แก่ อธิการบดีโดยตำแหน่ง

(๓) ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง

(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดคน

โดยการเลือกตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน

ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสำนัก

และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยการเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำ

ผู้ได้ทำการสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี อีกจำนวนเจ็ดคน และ

(๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน

ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของนายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย

และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๔) และ (๕)

คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง

ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย

โดยคำแนะนำของอธิการบดี

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี

และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอีกได้

กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) และ (๕)

มีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔

นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) และ (๖)

พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ถอดถอนเพราะขาดคุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย

หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

(๔) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น

ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา

๑๓ (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

และได้มีการเลือกตั้งหรือได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

กับยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่

ให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง

ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

รวมทั้งได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย

และมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) วางนโยบายเกี่ยวกับการศึกษา

การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๓) พิจารณาการจัดตั้ง

การรวม และการยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัยสถาบัน ศูนย์ สำนัก

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการตามมาตรา ๘

(๔) พิจารณาการรับสถาบันเข้าสมทบและเข้าร่วม

ตลอดจนการยกเลิกการเข้าสมทบและการเข้าร่วม

(๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการและหลักสูตรการศึกษา

ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด

(๖) อนุมัติให้ปริญญาและวุฒิบัตร

(๗) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี

คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ

และรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา

หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาและศาสตราจารย์เกียรติคุณ

(๘) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งและถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

และอธิการบดี

(๙) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ

(๑๐) พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๑๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

(๑๒) พิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา

๑๙ ให้รักษาราชการแทนอธิการบดีในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง

(๑๓) พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ

(๑๔) ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

การดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย

ให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย

ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย

และวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป

(๒) ควบคุมดูแลการบริหารงานด้านวิชาการ

ด้านการบริหารงานบุคคลด้านการเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

(๓) พัฒนามหาวิทยาลัย

(๔) เสนอแผนดำเนินงานและงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ตลอดจนรายงานเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) ดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

หรือ

(๒) ได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด

หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

และได้สอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี

หรือ

(๓) เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

หรือ

(๔) เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์

หรือศาสตราจารย์พิเศษ ของมหาวิทยาลัย

อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี

และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้มหาวิทยาลัยมีรองอธิการบดี

และอาจมีผู้ช่วยอธิการบดีเพื่อปฏิบัติราชการตามที่อธิการบดีจะมอบหมาย

รองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙

วรรคหนึ่ง และต้องเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย

โดยอธิการบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย

ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย

หรือสถานศึกษาชั้นสูงที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

และเป็นข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย โดยให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน

เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง

ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ

หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี

อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ในกรณีที่อธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากอธิการบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่อธิการบดีไม่ได้มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา

๑๙ วรรคหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยประกอบด้วยสมาชิกซึ่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย

สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่อธิการบดีและหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีจะมอบหมาย

จำนวนสมาชิก หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง

และการดำเนินงานของสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย

โดยให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด

หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี

และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้บัณฑิตวิทยาลัยมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย

รองคณบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง

โดยคณบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย

เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง

ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ

หรือการปฏิบัติราชการที่คณบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี

คณบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองคณบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ในกรณีที่คณบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองคณบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน

ถ้ามีรองคณบดีหลายคน

ให้รองคณบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากคณบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่คณบดีไม่ได้มอบหมายให้อธิการบดีแต่งตั้งรองคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง

คนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่คณบดีพ้นจากตำแหน่ง

ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง

คนหนึ่งรักษาราชการแทนคณบดี จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณบดีใหม่

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ดังนี้

(๑) คณะกรรมการนโยบาย

ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธานกรรมการ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นรองประธานกรรมการ

คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ซึ่งดำเนินการบัณฑิตศึกษา เป็นกรรมการ

คณะกรรมการนโยบาย มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(ก) วางนโยบายและแผนงานบัณฑิตวิทยาลัยให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย

(ข) ประสานงานระหว่างส่วนราชการ

ที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษา

(๒) คณะกรรมการดำเนินการ

ประกอบด้วย คณบดี บัณฑิตวิทยาลัยเป็นประธานกรรมการ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

และคณาจารย์หรือข้าราชการประจำของส่วนราชการที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษาเป็นกรรมการ

จำนวนและการได้มาซึ่งกรรมการจากคณาจารย์หรือข้าราชการประจำ

วาระการดำรงตำแหน่ง รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

คณะกรรมการดำเนินการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

(ข) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี

(ค) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของบัณฑิตวิทยาลัย

เกี่ยวกับงานบัณฑิตศึกษาโดยไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของมหาวิทยาลัย

(ง) พิจารณาเสนอเปิด

หรือยุบโครงการบัณฑิตศึกษา

หลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัย ต่อสภามหาวิทยาลัย

(จ) พิจารณาดำเนินการวัดผล

และประเมินผลบัณฑิตศึกษา

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ในคณะ

ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของคณะ

คณะอาจมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของคณบดีและรองคณบดีตามมาตรา ๒๗

ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทนการรักษาราชการแทนและการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน

ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ในคณะ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย

(๑) คณบดีเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองคณบดีเป็นกรรมการ

(๓) หัวหน้าภาควิชา

และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ถ้ามี

เป็นกรรมการ

ในกรณีที่ไม่มีการแบ่งภาควิชาหรือมีไม่ถึงสี่ภาควิชา

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณาจารย์ประจำในคณะนั้นเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนสี่คน

(๔) กรรมการประเภทคณาจารย์ประจำจำนวนไม่เกินสี่คน

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งตาม

(๓) จำนวนการได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำ

และวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการดังกล่าวตาม (๔)

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

คณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี

(๒) วางนโยบายและแผนงานของคณะให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย

(๓) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของคณะเกี่ยวกับงานของคณะโดยไม่ขัดต่อระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๔) พิจารณาเสนอเปิดหรือยุบโครงการศึกษาหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของคณะต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) พิจารณาดำเนินการวัดผลและประเมินผลการศึกษาของคณะ

การดำเนินงานของคณะกรรมการประจำคณะ

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของวิทยาลัย

สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นนั้น

วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจมีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าส่วนราชการเพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการ

หรือหัวหน้าส่วนราชการตามที่ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการจะมอบหมาย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ

หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชตามมาตรา ๓๑ ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน

การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔

และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

การดำเนินงานในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

ที่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

ในโรงพยาบาล

ให้มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชา

และรับผิดชอบในการบริหารงานของโรงพยาบาล

และอาจมีรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะมอบหมาย

การแต่งตั้ง คุณสมบัติ

วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการโรงพยาบาล และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามวรรคหนึ่ง

ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน

ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นรองคณบดีโดยตำแหน่ง

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

ในภาควิชา ให้มีหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของภาควิชา

และอาจมีรองหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่ง

เพื่อปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าภาควิชาตามที่หัวหน้าภาควิชาจะมอบหมาย

การแต่งตั้ง คุณสมบัติ

วาระการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าภาควิชาและรองหัวหน้าภาควิชาตามวรรคหนึ่ง

ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน

ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในบัณฑิตวิทยาลัยคณะ วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์

สำนัก โรงพยาบาล ภาควิชา และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

หรือภาควิชา อำนาจในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ

หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้นหรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น

มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น

อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา

และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

หรือภาควิชาปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะในส่วนราชการนั้นก็ได้

ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่อธิการบดีกำหนด

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนและผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๒๐ วรรคห้า มาตรา ๒๑

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ วรรคสี่ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง

มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง

หรือมติของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ

หรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใด ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทน

หรือผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการ หรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น

ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการแทนหรือรักษาราชการแทนด้วยแล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี

ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา

รองหัวหน้าภาควิชา

หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชาต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา

และจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้

เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๓๔

ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว

จะรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าวอีกตำแหน่งหนึ่งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา

และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

การพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดี รองอธิการบดีผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี

ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา

หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

หรือภาควิชา นอกจากที่ได้บัญญัติไว้แล้ว ให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด

ตำแหน่งทางวิชาการ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังนี้

(๑) ศาสตราจารย์

(๒) รองศาสตราจารย์

(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

(๔) อาจารย์

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง

และการเข้าดำรงตำแหน่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

สภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งผู้ซึ่งมีความสามารถและชำนาญพิเศษและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นศาสตราจารย์พิเศษในสาขาวิชาที่ผู้นั้นมีความสามารถและชำนาญพิเศษได้

หลักเกณฑ์ในการเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ

และความชำนาญเป็นพิเศษและพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด

สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณในสาขาวิชาที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศก็ได้

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ

ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษผู้ช่วยศาสตรจารย์พิเศษและอาจารย์พิเศษได้ตามคำแนะนำของคณบดี

ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งรองศาสตราจารย์พิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

หมวด

ปริญญา

วุฒิบัตร และเครื่องหมายวิทยฐานะ

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕

ปริญญามีสามระดับ คือ

เอก

เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ

ด.

โท

เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ

ม.

ตรี

เรียกว่า บัณฑิต

ใช้อักษรย่อ บ.

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖

มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย

การกำหนดระดับปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗

สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตได้รับปริญญาเกียรตินิยมได้

38 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_490155df2f2f267c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com