กฎกระทรวงมหาดไทย
กฎกระทรวงมหาดไทย
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า
พุทธศักราช ๒๔๗๔
(ฉบับที่ ๒)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎไว้ดั่งต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิกกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๔
ข้อ ๒
ให้บุคคลต่อไปนี้เป็นเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต คือ
(ก) ผู้บังคับการกองสอบสวนกลางหรือผู้รักษาการแทน
สำหรับเขตจังหวัดพระนครและธนบุรี
(ข) ข้าหลวงประจำจังหวัด หรือผู้รักษาการแทน
สำหรับเขตจังหวัดอื่น นอกจากจังหวัดพระนครและธนบุรี
ข้อ ๓
ให้เจ้าพนักงานกระทรวงมหาดไทยฝ่ายปกครองตั้งแต่ชั้นนายอำเภอขึ้นไป ตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรตั้งแต่ชั้นสารวัตร
หรือผู้บังคับกองขึ้นไปเป็นนายตรวจ
ข้อ ๔
คำร้องขอรับอนุญาตให้ใช้แบบพิมพ์ของเจ้าพนักงาน
ข้อ ๕
สมุดบัญชีที่ผู้รับอนุญาตจะต้องทำขึ้นตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ ให้ทำตามแบบของเจ้าพนักงาน
ข้อ ๖
ถ้าผู้รับอนุญาตย้ายที่ทำการหรือร้านจากที่ซึ่งระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งให้นายตรวจทราบโดยมิชักช้า
ข้อ ๗
ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกเจ้าพนักงานเพิกถอนใบอนุญาตเสียนั้น ถ้าได้ยื่นคำร้องต่อรัฐมนตรีตามความในมาตรา
๑๐ ไว้แล้ว จะประกอบกิจการในระหว่างที่ยังไม่ได้รับคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีซึ่งจะได้แจ้งให้ทราบเป็นหนังสือก็ได้
ข้อ ๘[๒] ค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตมีกำหนดดังนี้
เพื่อประกอบการขายทอดตลาด ปีละ
๑๐๐ บาท
เพื่อทำการค้าของเก่า ปีละ
๑๐๐ บาท
กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๔
เชวงศักดิ์สงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๘ หน้า ๗๒
กฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ ๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า
พุทธศักราช ๒๔๗๔[๓]
มณฑิตา/ผู้จัดทำ
๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕
วิชพงษ์/ผู้ตรวจ
๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๕๘/หน้า ๑๒๐๑/๒๓ กันยายน ๒๔๘๔
[๒]
ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่
๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๖๒/ตอนที่ ๔๙/หน้า ๕๑๕/๑๑ กันยายน ๒๔๘๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).