法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

แบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

มีภารกิจเกี่ยวกับกิจการข่าวกรองของประเทศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

และปฏิบัติงานข่าวกรองให้มีสมรรถนะสูงโดยมีมาตรฐานในการปฏิบัติงานใกล้เคียงกับหน่วยข่าวกรองของต่างประเทศ

โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยข่าวกรองแห่งชาติ

(๒)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

หรือตามที่นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักอำนวยการ

(๒) สำนัก ๑

(๓) สำนัก ๒

(๔)

สำนัก ๓

(๕) สำนัก ๔

(๖) สำนัก ๕

(๗) สำนัก ๖

(๘) สำนัก ๗

(๙) สำนัก ๘

(๑๐) สำนัก ๙

(๑๑) สำนัก ๑๐

(๑๒) สำนัก ๑๑

(๑๓) กอง ๑

(๑๔) กอง ๒

(๑๕) สถาบันการข่าวกรอง

(๑๖)

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนาการบริหารของส่วนราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ

และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ

(๒) ติดตาม

ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๓)

ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ

และหน่วยงานภายในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในส่วนราชการ

และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน

และการบัญชีของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๒)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕/๑

ข้อ ๕/๑[๒] ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต

เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรมในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแนะแก่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง

เสนอต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๒) ประสานงาน เร่งรัด

และกำกับให้ส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการ

(๓) รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต

การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๔) คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

(๕) ประสานงาน เร่งรัด และติดตามเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (๓) และ

(๔)

และร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๖) ติดตาม ประเมินผล

และจัดทำรายงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสำนักข่าวกรองแห่งชาติและการคุ้มครองจริยธรรม

เสนอต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๗)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ให้มีกลุ่มยุทธศาสตร์ข่าวกรอง

เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำยุทธศาสตร์ข่าวกรองและประมาณการณ์ข่าวกรองความมั่นคงในภาพรวม

รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานข่าวกรอง

(๒)

ดำเนินการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และประมาณการณ์ข่าวกรองความมั่นคงในภาพรวม

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ให้มีกลุ่มนิติการ

เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินงานเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบภาครัฐต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการรับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกี่ยวกับข้อกฎหมายและระเบียบต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้องในกิจการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๒)

ดำเนินงานเกี่ยวกับงานนิติกรรมและสัญญา งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่ง อาญา

งานคดีปกครอง และงานคดีอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๓)

ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

และการดำเนินงานด้านกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สำนักอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานช่วยอำนวยการ งานการเงินและพัสดุ

งานแผนและงบประมาณ งานบริหารงานบุคคล งานวิเทศสัมพันธ์ งานเลขานุการนักบริหาร

และงานประชาสัมพันธ์ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๒)

ดำเนินการอื่นใดที่มิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการใดของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สำนัก ๑ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในส่วนกลาง

ภาคกลางบางส่วนและภาคตะวันออก

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในส่วนกลาง

ภาคกลางบางส่วน และภาคตะวันออก

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สำนัก ๒ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง

และประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในภาคเหนือ

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในภาคเหนือ

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สำนัก ๓ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สำนัก ๔ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในภาคกลางส่วนที่มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนัก

๑ ภาคตะวันตก และภาคใต้ เว้นแต่จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส

จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในภาคกลางส่วนที่มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนัก

๑ ภาคตะวันตก และภาคใต้ เว้นแต่จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส

จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สำนัก ๕ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองและประสานงานในกิจการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในจังหวัดสงขลา

จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองในจังหวัดสงขลา

จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สำนัก ๖ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติงานข่าวกรองเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยเกี่ยวกับการก่อการร้าย

และอาชญากรรมข้ามชาติ

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สำนัก ๗ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองเกี่ยวกับความมั่นคงโลก

องค์การระหว่างประเทศ องค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาค องค์กรพัฒนาเอกชนต่างประเทศ

และประเทศมหาอำนาจ

(๒)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สำนัก ๘ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการผลิตข่าวกรองยุทธศาสตร์และวิเคราะห์วิจัยข่าวกรองเกี่ยวกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เอเชีย-แปซิฟิก เอเชียกลาง เอเชียใต้ ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง

และแอฟริกา

(๒)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สำนัก ๙ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติงานข่าวกรองในต่างประเทศ

(๒)

ดำเนินงานเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองกับหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ

ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สำนัก ๑๐ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และการรักษาความลับของทางราชการ สำหรับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจในฝ่ายพลเรือน

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือในด้านการรักษาความปลอดภัยกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สำนัก ๑๑ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองด้วยเครื่องมือเทคนิค

(๒)

ดำเนินการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากระบบการติดต่อสื่อสารทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

(๓)

ดำเนินการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์

ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กอง ๑ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

สนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ

และการเฝ้าตรวจแก่ส่วนราชการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติซึ่งตั้งอยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางการข่าว และการต่อต้านข่าวกรองประจำท่าอากาศยานนานาชาติซึ่งตั้งอยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค

(๓)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กอง ๒ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติการสืบสวนและต่อต้านข่าวกรองเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ ที่กระทำโดยเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

(๒)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สถาบันการข่าวกรอง

มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความรู้และการฝึกอบรมด้านการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง

และการรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ตลอดจนบุคลากรในประชาคมข่าวกรองซึ่งปฏิบัติงานในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และประชาชน

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการเผยแพร่ความรู้ทางการข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

และประชาชน

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับการบริการระบบสารสนเทศ

การสื่อสารและโทรคมนาคมของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ตลอดจนศึกษาและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารและโทรคมนาคม ระบบไฟฟ้า

และอุปกรณ์เทคนิค เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวางและจัดทำระบบฐานข้อมูลการข่าวกลางของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

วิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูล

ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการตรวจสอบฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๓)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานห้องสมุดของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

(๔)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือที่ได้รับมอบหมาย

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมของประเทศในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมากทำให้การแบ่งส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติแต่เดิมไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว

จึงควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ

ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสำนักข่าวกรองแห่งชาติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอันจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖[๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้

คือ

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตขึ้นในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี

เพื่อทำหน้าที่ในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรม

อันจะทำให้การปฏิบัติราชการมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปณตภร/ผู้จัดทำ

๖ สิงหาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๒๔ ก/หน้า ๒๖/๒๙ มกราคม ๒๕๕๑

[๒] ข้อ ๕/๑ เพิ่มโดยกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๖๕ ก/หน้า ๑๑/๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_49997c6e7cdc65e8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com