กฎกระทรวง
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๙/๖ มาตรา ๗๙/๑๐ มาตรา ๗๙/๑๑ มาตรา ๗๙/๑๒ มาตรา ๗๙/๑๓ และมาตรา ๗๙/๑๕ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป
บททั่วไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
ทะเบียนระหว่างประเทศ หมายความว่า ทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศที่เก็บรักษาโดยสำนักระหว่างประเทศ และหมายความรวมถึงข้อมูลที่เป็นทางการเกี่ยวกับทะเบียนนั้นด้วย
คำขอพื้นฐาน หมายความว่า คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยที่ใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด
ทะเบียนพื้นฐาน หมายความว่า ทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยที่ใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด
ผู้ขอจดทะเบียน หมายความว่า ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ และหมายความรวมถึงตัวแทนของผู้ขอจดทะเบียนด้วย
ข้อ ๓ คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ คำขออื่น ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะส่งไปยังสำนักระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ใช้ภาษาอังกฤษ
การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขอจดทะเบียนและกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ใช้ภาษาไทย เว้นแต่หนังสือแจ้งคำสั่งของสำนักระหว่างประเทศไปยังผู้ขอจดทะเบียนที่ยื่นในประเทศไทยเพื่อขอรับความคุ้มครองต่อภาคีอื่น ให้ใช้ภาษาอังกฤษ
คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ยื่นในประเทศไทย
เพื่อขอรับความคุ้มครองต่อภาคีพิธีสารมาดริดอื่น
การยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ
ข้อ ๔ คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ยื่นภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๕ ให้ผู้ขอจดทะเบียนกรอกข้อความในคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วนตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดตามข้อ ๔ โดยอย่างน้อยต้องระบุข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของเจ้าของเครื่องหมายการค้าจะต้องตรงกับที่ระบุไว้ในคำขอพื้นฐานหรือทะเบียนพื้นฐาน
(๒) เครื่องหมายที่แสดงในคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศจะต้องเป็นเครื่องหมายเดียวกันกับที่ปรากฏในคำขอพื้นฐานหรือทะเบียนพื้นฐาน
(๓) รายการสินค้าที่ระบุในคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศจะต้องสอดคล้องและไม่เกินกว่าที่ปรากฏในคำขอพื้นฐานหรือทะเบียนพื้นฐาน
(๔) ภาคีพิธีสารมาดริดที่ประสงค์จะขอรับความคุ้มครอง
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนระบุขอรับความคุ้มครองในภาคีพิธีสารมาดริดที่ต้องระบุภาษาที่จะใช้ในการสื่อสารเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภาษานอกจากภาษาอังกฤษ ให้ผู้ขอจดทะเบียนระบุภาษาดังกล่าวไว้ด้วย
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนระบุขอรับความคุ้มครองในภาคีพิธีสารมาดริดที่ต้องยื่นหนังสือแสดงเจตนาที่จะใช้เครื่องหมาย ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องยื่นหนังสือแสดงเจตนาที่จะใช้เครื่องหมายตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๖ ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าธรรมเนียมการจัดเตรียมและจัดส่งคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด
(๒) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนระหว่างประเทศที่สำนักระหว่างประเทศเรียกเก็บ
ข้อ ๗ ให้ผู้ขอจดทะเบียนระบุเป็นหนังสือถึงวิธีการติดต่อกับนายทะเบียนอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
(๒) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(๓) โทรสาร
(๔) วิธีการอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
การตรวจสอบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศของนายทะเบียนในฐานะสำนักงานต้นทาง
ข้อ ๘ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ เอกสารที่ยื่นประกอบคำขอและค่าธรรมเนียมการจัดเตรียม และจัดส่งคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริดแล้ว ให้นายทะเบียนลงวันที่รับคำขอและออกเลขรับคำขอสำหรับการอ้างอิง
ข้อ ๙ เมื่อนายทะเบียนได้ลงวันที่รับคำขอและออกเลขรับคำขอสำหรับการอ้างอิงแล้ว ให้นายทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลที่ระบุในแบบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ และเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ ภายในยี่สิบห้าวันนับแต่วันที่รับคำขอ
ในกรณีที่เห็นว่าข้อมูลที่ระบุในแบบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบพร้อมคำแนะนำเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และเมื่อผู้ขอจดทะเบียนได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนและส่งให้นายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้นายทะเบียนพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการแก้ไข
ในกรณีที่เห็นว่าข้อมูลที่ระบุในแบบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอถูกต้องครบถ้วน หรือผู้ขอจดทะเบียนได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบเพื่อโอนเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนระหว่างประเทศที่สำนักระหว่างประเทศเรียกเก็บให้แก่สำนักระหว่างประเทศภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และเมื่อได้ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ขอจดทะเบียนแจ้งเลขอ้างอิงสำหรับการโอนเงินดังกล่าวให้นายทะเบียนทราบ และให้นายทะเบียนรับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลในแบบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและเอกสารประกอบคำขอ และส่งให้แก่สำนักระหว่างประเทศ
ในกรณีที่นายทะเบียนส่งเอกสารตามวรรคสามให้แก่สำนักระหว่างประเทศภายในสองเดือนนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ให้ถือว่าวันที่กรมทรัพย์สินทางปัญญารับคำขอนั้นเป็นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ แต่ในกรณีที่นายทะเบียนไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าวันที่สำนักระหว่างประเทศได้รับคำขอจากนายทะเบียนเป็นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่ดำเนินการแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามวรรคสอง หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามวรรคสาม แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไปและให้นายทะเบียนจำหน่ายคำขอออกจากสารบบ
ข้อ ๑๐ ในระหว่างที่นายทะเบียนยังไม่ได้ส่งคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอไปยังสำนักระหว่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนอาจขอแก้ไขคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอดังกล่าวได้ โดยแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมรายละเอียดที่ขอแก้ไข
ในกรณีที่นายทะเบียนได้ส่งคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอไปยังสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ผู้ขอจดทะเบียนแจ้งการขอแก้ไขคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศไปยังสำนักระหว่างประเทศโดยตรง
การแก้ไขความบกพร่องให้เป็นไปตามที่ได้รับแจ้งจากสำนักระหว่างประเทศ
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ได้ส่งไปนั้นมีความบกพร่อง ให้นายทะเบียนแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวภายในระยะเวลาที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด
ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และมีข้อเสนอแก้ไขรายการสินค้าหรือจัดจำพวกสินค้าใหม่ ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมและพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว และแจ้งให้นายทะเบียนทราบเพื่อแจ้งต่อไปยังสำนักระหว่างประเทศภายในระยะเวลาที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด
ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขความบกพร่อง ให้ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขความบกพร่องดังกล่าวภายในระยะเวลาที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด
หากผู้ขอจดทะเบียนไม่แก้ไขรายการสินค้าหรือจัดจำพวกสินค้าใหม่ตามข้อเสนอของสำนักระหว่างประเทศภายในระยะเวลาที่สำนักระหว่างประเทศกำหนดตามวรรคสอง สำนักระหว่างประเทศจะพิจารณารายการสินค้าหรือจัดจำพวกสินค้าใหม่ตามที่เห็นสมควร
หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามวรรคสอง หรือไม่แก้ไขความบกพร่องตามวรรคสาม ให้ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ในพิธีสารมาดริด
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งข้อมูลจากสำนักงานของภาคีพิธีสารมาดริดที่ผู้ขอจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองให้ผู้ขอจดทะเบียนปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้ขอจดทะเบียนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้การขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคำขอของภาคีพิธีสารมาดริด
การยื่นคำขออื่น ๆ
ข้อ ๑๓ ในการยื่นคำขอรับความคุ้มครองเพิ่มเติม ให้ผู้ขอจดทะเบียนกรอกข้อความให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และยื่นต่อนายทะเบียนกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือจะยื่นต่อสำนักระหว่างประเทศก็ได้
การยื่นคำขอรับความคุ้มครองเพิ่มเติม การตรวจสอบคำขอรับความคุ้มครองเพิ่มเติมของนายทะเบียนในฐานะสำนักงานต้นทาง การชำระค่าธรรมเนียม และการแก้ไขความบกพร่องตามการแจ้งของสำนักระหว่างประเทศ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๒ ส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ และส่วนที่ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๔ บรรดาคำขออื่น ๆ ภายใต้พิธีสารมาดริดนอกจากคำขอตามข้อ ๑๓ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ในการยื่นคำขออื่น ๆ ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอจดทะเบียนกรอกข้อความให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ และยื่นต่อนายทะเบียน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือจะยื่นต่อสำนักระหว่างประเทศก็ได้
ในกรณีที่ยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมการจัดเตรียมและจัดส่งคำขออื่น ๆ ให้แก่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามที่สำนักระหว่างประเทศเรียกเก็บ และให้นายทะเบียนจัดส่งคำขอและเอกสารที่ยื่นประกอบคำขอนั้นให้แก่สำนักระหว่างประเทศต่อไปเมื่อผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมการจัดเตรียมและจัดส่งคำขออื่น ๆ แล้ว
ในกรณีที่ยื่นโดยตรงต่อสำนักระหว่างประเทศ ให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามที่สำนักระหว่างประเทศเรียกเก็บ
ผลแห่งการเสียสิทธิในคำขอพื้นฐานหรือทะเบียนพื้นฐาน
และการจำกัดสิทธิของทะเบียนระหว่างประเทศ
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่คำขอพื้นฐานหรือทะเบียนพื้นฐานถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอนไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ภายในห้าปีนับแต่วันจดทะเบียนระหว่างประเทศ หรือมีการคัดค้าน อุทธรณ์ ยื่นคำร้อง หรือฟ้องคดีภายในระยะเวลาดังกล่าว ที่อาจเป็นเหตุให้ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอนในภายหลัง ให้นายทะเบียนแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมด้วยคำสั่ง คำวินิจฉัย หรือคำพิพากษาไปยังสำนักระหว่างประเทศ และขอให้สำนักระหว่างประเทศยกเลิกทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ได้รับผลกระทบ
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่าทะเบียนระหว่างประเทศถูกจำกัดสิทธิในการโอนหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือถูกจำกัดสิทธิโดยประการอื่นใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยนิติกรรมหรือคำสั่งของนายทะเบียน คณะกรรมการ หรือศาล ให้นายทะเบียนแจ้งการจำกัดสิทธินั้นให้สำนักระหว่างประเทศทราบโดยเร็ว
คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ส่งมาจากสำนักระหว่างประเทศ
ซึ่งระบุประเทศไทยเป็นประเทศที่ขอรับความคุ้มครอง
ข้อ ๑๗ เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ส่งมาจากสำนักระหว่างประเทศซึ่งระบุประเทศไทยเป็นประเทศที่ขอรับความคุ้มครอง หรือขอรับความคุ้มครองเพิ่มเติม ให้นายทะเบียนแปลคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในส่วนที่จำเป็นเป็นภาษาไทย และออกเลขคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักรเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนตามลำดับต่อไป
ข้อ ๑๘ การตรวจสอบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเดียวกับการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร เว้นแต่กฎกระทรวงนี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๑๙ ภายใต้บังคับข้อ ๒๐ ข้อ ๒๓ และข้อ ๒๔ ในการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศและดำเนินการรับจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในสิบแปดเดือนนับแต่วันที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งการขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย เมื่อรับจดทะเบียนแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งการให้ความคุ้มครองไปยังสำนักระหว่างประเทศ
ในกรณีที่นายทะเบียนไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าคำขอนั้นได้รับการจดทะเบียน
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่นายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ หรือการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนและแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังสำนักระหว่างประเทศก่อนครบกำหนดสิบแปดเดือนนับแต่วันที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งการขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย
การแก้ไขคำขอหรือการปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน การอุทธรณ์คำสั่ง หรือการดำเนินการอื่นใดตามคำสั่งนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอจดทะเบียนตั้งตัวแทนในประเทศไทยและดำเนินการดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งนายทะเบียนตามข้อ ๓๓
ข้อ ๒๑ เมื่อผู้ขอจดทะเบียนได้แก้ไขคำขอให้ถูกต้องตามคำสั่งของนายทะเบียนแล้ว ให้นายทะเบียนมีคำสั่งประกาศโฆษณาคำขอนั้นต่อไป
ข้อ ๒๒ ภายใต้บังคับข้อ ๒๔ เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ และมีผู้ยื่นคำคัดค้าน ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเนื่องจากมีการคัดค้านและแจ้งคำสั่งดังกล่าว พร้อมรายละเอียดแห่งการคัดค้านไปยังสำนักระหว่างประเทศก่อนครบกำหนดสิบแปดเดือนนับแต่วันที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งการขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย โดยกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนตั้งตัวแทนในประเทศไทยและยื่นคำโต้แย้งคำคัดค้านภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งนายทะเบียนตามข้อ ๓๓
รายละเอียดของหนังสือแจ้งการคัดค้านอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) เลขทะเบียนระหว่างประเทศ
(๒) ชื่อและที่อยู่ผู้คัดค้าน
(๓) เหตุผลแห่งการคัดค้าน
(๔) บทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้เป็นพื้นฐานในการคัดค้าน
(๕) เครื่องหมาย เลขที่คำขอ และเลขทะเบียน (ถ้ามี) ของเครื่องหมายการค้าของผู้คัดค้านในกรณีที่คัดค้านโดยอาศัยเหตุเหมือนหรือคล้าย
เมื่อนายทะเบียนพิจารณาการคัดค้านแล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักระหว่างประเทศตัวแทนในประเทศไทยของผู้ขอจดทะเบียน และผู้คัดค้านทราบ
ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ระยะเวลาคัดค้านจะสิ้นสุดภายในสามสิบวันก่อนครบกำหนดสิบแปดเดือนตามข้อ ๑๙ ให้นายทะเบียนแจ้งเลขคำขอและชื่อผู้ขอจดทะเบียนให้สำนักระหว่างประเทศทราบว่าคำขออาจถูกคัดค้านได้ และหากมีการคัดค้าน ให้นายทะเบียนแจ้งการคัดค้านคำขอนั้น ให้สำนักระหว่างประเทศทราบภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีการยื่นคำคัดค้านนั้น
ในกรณีที่ไม่มีการคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งการให้ความคุ้มครองไปยังสำนักระหว่างประเทศ
ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ระยะเวลาคัดค้านจะสิ้นสุดลงภายหลังครบกำหนดสิบแปดเดือนตามข้อ ๑๙ ให้นายทะเบียนแจ้งสำนักระหว่างประเทศทราบว่าอาจมีการคัดค้านเกิดขึ้นภายหลังกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่เป็นคำขอที่นายทะเบียนเคยมีคำสั่งแจ้งการปฏิเสธไว้ก่อนแล้ว
ในกรณีที่มีการคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนแจ้งการคัดค้านนั้นพร้อมรายละเอียดตามข้อ ๒๒ วรรคสอง ไปยังสำนักระหว่างประเทศภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาคัดค้าน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินเจ็ดเดือนนับแต่วันเริ่มต้นระยะเวลาคัดค้าน
ในกรณีที่ไม่มีการคัดค้าน ให้นายทะเบียนดำเนินการรับจดทะเบียนและมีหนังสือแจ้งการให้ความคุ้มครองไปยังสำนักระหว่างประเทศและผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนและมิได้อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนพิจารณาดำเนินการต่อไปตามเอกสารที่มีอยู่ และมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่คำขอนั้นมีรายการสินค้าบางส่วนอันพึงรับจดทะเบียนได้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งประกาศโฆษณาคำขอในส่วนที่พึงรับจดทะเบียนได้นั้นต่อไป
(๒) ในกรณีที่คำขอนั้นไม่อาจรับจดทะเบียนได้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนคำขอดังกล่าว และแจ้งคำสั่งไปยังสำนักระหว่างประเทศและตัวแทนของผู้ขอจดทะเบียนที่อยู่ในประเทศไทย แล้วแต่กรณี และให้นายทะเบียนสั่งจำหน่ายคำขอนั้นออกจากสารบบ
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งการให้ความคุ้มครองแล้ว หากมีคำสั่ง คำวินิจฉัย หรือคำพิพากษาใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการให้ความคุ้มครองนั้น ให้นายทะเบียนแจ้งผล คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือคำพิพากษาให้สำนักระหว่างประเทศทราบ
ข้อ ๒๗ ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่ง คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศที่ได้รับความคุ้มครองในประเทศไทย ให้นายทะเบียนแจ้งการเพิกถอนดังกล่าวให้สำนักระหว่างประเทศทราบ
ข้อ ๒๘ ในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง โอน ต่ออายุ หรือบันทึกรายการใด ๆ ในทะเบียนระหว่างประเทศ ให้ถือว่าเป็นการแก้ไขรายการในทะเบียนในประเทศไทยด้วย และเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักระหว่างประเทศ ให้นายทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง โอน ต่ออายุ หรือบันทึกรายการตามที่ได้รับแจ้งนั้น
ในกรณีที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือการโอนนั้นขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ขัดต่อรัฐประศาสโนบาย หรืออาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ให้นายทะเบียนปฏิเสธการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือการโอนดังกล่าว และแจ้งไปยังสำนักระหว่างประเทศ
ข้อ ๒๙ ในกรณีที่ได้รับแจ้งจากสำนักระหว่างประเทศให้บันทึกการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ให้นายทะเบียนปฏิเสธการบันทึกรายการดังกล่าว และแจ้งไปยังสำนักระหว่างประเทศเพื่อให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตในประเทศไทย
ข้อ ๓๐ ในกรณีเครื่องหมายที่ขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยเป็นเครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วม ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งข้อบังคับการใช้เครื่องหมายรับรองหรือรายชื่อผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมายร่วมเป็นภาษาไทยมายังนายทะเบียน
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้ส่งเอกสารตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนและแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังสำนักระหว่างประเทศให้เจ้าของเครื่องหมายส่งเอกสารภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งนายทะเบียนตามข้อ ๓๓
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้ส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสอง ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ
ข้อ ๓๑ ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าขอให้บันทึกว่าเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศมีผลแทนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ตรงกัน ให้กรอกข้อความในคำขอให้บันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศแทนการจดทะเบียนในราชอาณาจักรให้ครบถ้วนตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และชำระค่าธรรมเนียมคำขอให้บันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศแทนการจดทะเบียนในราชอาณาจักร
เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอให้บันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศแทนการจดทะเบียนในราชอาณาจักรแล้ว ให้นายทะเบียนบันทึกการแทนที่ดังกล่าวลงในทะเบียนและแจ้งให้สำนักระหว่างประเทศทราบ โดยมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขทะเบียนระหว่างประเทศที่ทำการบันทึก
(๒) รายการสินค้า เฉพาะในกรณีที่รายการนั้นได้รับการร้องขอให้บันทึกในทะเบียนระหว่างประเทศ
(๓) วันที่ยื่นคำขอและเลขคำขอของเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนไว้ก่อนแล้วในประเทศไทย
(๔) วันที่จดทะเบียนและเลขทะเบียนของเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนไว้ก่อนแล้วในประเทศไทย
(๕) วันที่อ้างสิทธิก่อนตามที่ระบุไว้ในทะเบียนเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนไว้ก่อนแล้วในประเทศไทย (ถ้ามี)
(๖) ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิที่ได้รับมาจากการจดทะเบียนในประเทศไทย
การบันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศตามวรรคสองไม่มีผลให้ทะเบียนในประเทศไทยถูกยกเลิกไป
ข้อ ๓๒ ในกรณีทะเบียนระหว่างประเทศที่ระบุขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย ได้รับการร้องขอให้เพิกถอนโดยสำนักระหว่างประเทศภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับสินค้าทั้งหมด หรือบางรายการที่ระบุในทะเบียนระหว่างประเทศ เจ้าของทะเบียนระหว่างประเทศอาจยื่นคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักรเพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายนั้นสำหรับสินค้าเดียวกันกับที่ระบุในทะเบียนระหว่างประเทศซึ่งระบุขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยก็ได้โดยยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกยกเลิก และให้นำบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายในประเทศมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) ระบุว่าการยื่นจดทะเบียนนี้เป็นการแปลงคำขอมาจากทะเบียนระหว่างประเทศ
(๒) เลขทะเบียนระหว่างประเทศที่ถูกยกเลิก
(๓) วันที่จดทะเบียนระหว่างประเทศหรือวันที่ระบุขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยในภายหลัง แล้วแต่กรณี
(๔) วันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกยกเลิก
(๕) วันที่อ้างสิทธิก่อนตามที่ระบุไว้ในคำขอระหว่างประเทศและได้รับการบันทึกไว้ในทะเบียนระหว่างประเทศ (ถ้ามี)
ในกรณีที่เครื่องหมายระหว่างประเทศได้รับความคุ้มครองในประเทศไทยก่อนหรือในวันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกยกเลิก หากคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักรที่ได้แปลงมาจากทะเบียนระหว่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว โดยให้ถือว่าวันจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย หรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลังที่ระบุขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในประเทศไทย และให้การอ้างสิทธิก่อนที่อยู่ในทะเบียนระหว่างประเทศที่ถูกยกเลิกไปนั้นยังคงมีผลต่อไปในทะเบียนที่ได้จดไว้ในประเทศไทย
ในกรณีที่เครื่องหมายระหว่างประเทศนั้นยังไม่ได้รับความคุ้มครองในประเทศไทยก่อนหรือในวันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกยกเลิก การดำเนินการที่ได้ทำไปแล้วก่อนหรือในวันที่ได้ยื่นคำขอแปลงทะเบียนระหว่างประเทศ ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ในการยื่นคำขอที่เกิดจากการแปลงทะเบียนระหว่างประเทศ และให้วันจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยหรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลังที่ระบุขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยเป็นวันยื่นคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๓๓ หนังสือแจ้งการให้ความคุ้มครอง หนังสือแจ้งการคัดค้าน หนังสือแจ้งคำสั่งไม่รับจดทะเบียน หนังสือแจ้งผลการพิจารณากรณีที่มีการคัดค้าน หนังสือแจ้งผลคำสั่ง คำวินิจฉัย หรือคำพิพากษา หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน หนังสือเรียก และหนังสืออื่นใดที่แจ้งไปยังสำนักระหว่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียน หรือเจ้าของเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
เมื่อได้ส่งหนังสือตามวรรคหนึ่งและเวลาได้ล่วงพ้นไปสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้รับหนังสือนั้นแล้ว
ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศแจ้งว่ามีความบกพร่องและความบกพร่องเกิดจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้นายทะเบียนยกเลิกหนังสือและคำสั่งเดิม (ถ้ามี) และออกหนังสือและคำสั่งใหม่ และให้นับระยะเวลาตามวรรคสองนับแต่วันที่ได้ส่งหนังสือฉบับใหม่
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๙/๑๓ และมาตรา ๗๙/๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้การขอและการจดทะเบียน การขอบันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศแทนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในราชอาณาจักร การขอรับความคุ้มครอง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียน การอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน และการต่ออายุการจดทะเบียน รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดภายใต้พิธีสารมาดริด เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพิธีสารมาดริด จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พรวิภา/ภวรรณตรี/จัดทำ
๒๓ มกราคม ๒๕๖๑
วิชพงษ์/ตรวจ
๒๔ มกราคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๒๗ ก/หน้า ๑/๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).