法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมแร่ดีบุก

พ.ศ.

๒๕๑๔

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๔

เป็นปีที่

๒๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมแร่ดีบุก

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก

พ.ศ. ๒๕๑๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

บทบัญญัติหมวด ๑

แห่งพระราชบัญญัตินี้จะให้ใช้บังคับเมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พุทธศักราช ๒๔๗๙

(๒) พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก (ฉบับที่ ๒)

พุทธศักราช ๒๔๗๙

(๓) พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ.๒๔๙๙

บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น

ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“แร่” หมายความว่า

แร่ดีบุกที่ถลุงแล้วหรือที่ยังมิได้ถลุง

และหมายความตลอดถึงแร่ชนิดอื่นที่มีเนื้อดีบุกเจือปนอยู่เกินร้อยละสี่ของแร่นั้น ๆ

แต่ไม่หมายความถึงแร่ชนิดอื่นที่มีเนื้อดีบุกเจือปนอยู่เกินร้อยละสี่แต่ไม่เกินร้อยละแปดของแร่นั้น

ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

“ทำเหมือง” หมายความว่า

การกระทำแก่พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่บกหรือที่น้ำ

เพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธี

“ผู้ทำเหมือง” หมายความว่า

ผู้ถือประทานบัตรหรือผู้รับใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยแร่

“ใบสุทธิแร่” หมายความว่า

หนังสือสำคัญที่ออกให้ผู้ทำเหมือง ทำเหมือง ขายแร่ และส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามโควตา

ภายในกำหนดระยะเวลาโควตาและเงื่อนไข ดังระบุไว้ในหนังสือสำคัญนั้น

“โควตา” หมายความว่า

จำนวนส่วนควบคุมแร่ที่กำหนดให้พึงทำเหมืองได้ในเหมืองแร่รายหนึ่ง ๆ

เป็นส่วนร้อยของจำนวนแร่ทำเหมือง ภายในกำหนดระยะเวลา

“ระยะเวลาโควตา” หมายความว่า

กำหนดระยะเวลาซึ่งจะพึงทำเหมืองและจำหน่ายแร่ตามโควตา

“จำนวนแร่ทำเหมือง” หมายความว่า

จำนวนแร่ซึ่งเหมืองแร่รายหนึ่ง ๆ พึงทำเหมืองได้ในปีหนึ่ง ๆ

ตามที่คณะกรรมการประเมินกำหนด

“คณะกรรมการประเมิน” หมายความว่า

คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้

“ผู้ซื้อแร่” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่*

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ในส่วนที่เกี่ยวกับการศุลกากร

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด

การทำเหมือง

การซื้อแร่ การขายแร่

และการส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักร

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ห้ามมิให้ผู้ทำเหมือง ทำเหมือง ขายแร่

หรือส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับใบสุทธิแร่

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ผู้ทำเหมืองผู้ใดประสงค์จะขอใบสุทธิแร่ ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ตามแบบพิมพ์ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่*กำหนด

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการประเมินขึ้นคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยบุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเก้าคน

เพื่อประเมินกำหนดจำนวนแร่ทำเหมืองของเหมืองแร่รายหนึ่ง ๆ

ตามหลักเกณฑ์ซึ่งรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*เป็นผู้ออกใบสุทธิแร่ตามส่วนระยะเวลาและส่วนร้อยของจำนวนแร่ทำเหมืองที่คณะกรรมการประเมินกำหนด

ใบสุทธิแร่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ผู้รับใบสุทธิแร่รายใดไม่พอใจในจำนวนแร่ทำเหมืองของตน

ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันรับใบสุทธิแร่

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ถ้าใบสุทธิแร่ชำรุดในสาระสำคัญ สูญหายหรือถูกทำลาย

ผู้รับใบสุทธิแร่อาจขอรับใบแทนต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ได้

โดยเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*จะออกใบแทนให้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำขอ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง ๆ

ผู้รับใบสุทธิแร่ผู้ใดทำเหมืองได้เกินโควตาที่ได้รับ รัฐมนตรีอาจพิจารณาเพิ่มโควตาให้ได้

แต่ถ้าผู้รับใบสุทธิแร่ผู้ใดไม่สามารถทำเหมืองได้เต็มโควตาที่ได้รับ

รัฐมนตรีอาจลดโควตาลงได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

เพื่อควบคุมให้การส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักรได้ตามจำนวนที่กำหนด

รัฐมนตรีจะให้นำโควตาที่เหลือจากผู้รับใบสุทธิแร่รายหนึ่งไปให้แก่ผู้ทำเหมืองรายอื่นในระยะเวลาโควตาเดียวกันก็ได้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง ๆ

อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

จะโอนโควตาจากใบสุทธิแร่ฉบับหนึ่งหรือหลายฉบับไปเพิ่มลงในใบสุทธิแร่อีกฉบับหนึ่งก็ได้

เมื่อผู้รับใบสุทธิแร่เหล่านั้นร้องขอ แต่เมื่อรวมโควตาทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนแร่ทำเหมืองของใบสุทธิแร่ฉบับที่ได้รับโอนโควตามาเพิ่มนั้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง ๆ

ถ้าผู้ทำเหมืองผู้หนึ่งได้รับใบสุทธิแร่สำหรับทำเหมืองในเขตเหมืองแร่หรือเขตที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวของตนเป็นใบสุทธิแร่หลายฉบับ

เมื่อผู้ทำเหมืองร้องขอให้รวมจำนวนแร่ทำเหมืองในใบสุทธิแร่หลายฉบับเข้าด้วยกัน ให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*บันทึกอนุญาตให้รวมจำนวนแร่ทำเหมืองลงในใบสุทธิแร่ตามคำร้องขอ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ในการทำเหมืองภายหลังวันเริ่มต้นระยะเวลาโควตา

อธิบดีจะเปลี่ยนแปลงโควตาของผู้ทำเหมืองให้ลดลงตามส่วนระยะเวลาโควตาที่เหลือก็ได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ในกรณีที่ผู้ทำเหมืองได้รับใบสุทธิแร่สำหรับทำเหมืองในเขตเหมืองแร่

หรือเขตที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวแล้ว

และประสงค์จะทำเหมืองในเขตเหมืองแร่หรือเขตที่ได้รับใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวของตนเองในเขตอื่นที่มีเขตติดต่อกันนั้น

ให้ผู้ทำเหมืองนำใบสุทธิแร่มาแจ้งให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*บันทึกเลขหมายประทานบัตร

หรือใบอนุญาตทำเหมืองชั่วคราวที่ผู้ทำเหมืองประสงค์จะทำเหมืองเพิ่มขึ้นนั้นลงในใบสุทธิแร่ของผู้ทำเหมืองนั้นเสียก่อน

แล้วจึงให้ทำเหมืองได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ในกรณีที่ผู้รับใบสุทธิแร่ตาย

ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับใบสุทธิแร่

นำใบสุทธิแร่ของผู้ตายไปให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ตรวจพิจารณาสลักหลังให้เพื่อใช้ใบสุทธิแร่นั้นต่อไป

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ห้ามมิให้ผู้ซื้อแร่ซื้อแร่จากผู้ทำเหมือง

เว้นแต่เป็นแร่ที่ผู้ทำเหมืองขายตามใบสุทธิแร่

และผู้ซื้อแร่ต้องบันทึกรายการซื้อพร้อมทั้งลงลายมือชื่อกำกับในใบสุทธิแร่

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ห้ามมิให้ผู้รับใบสุทธิแร่มีแร่ไว้ในครอบครองของตนเองหรือของผู้แทนหรือลูกจ้างเกินโควตาที่ได้รับตามใบสุทธิแร่ในระยะเวลาโควตาหนึ่ง

ๆ เว้นแต่ภายในกำหนดอัตราปริมาณที่รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีไว้ในครอบครองเกินโควตาได้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าแร่ที่ผู้ซื้อแร่มีอยู่ในครอบครอง

ถ้าจะให้ส่งออกนอกราชอาณาจักรทั้งหมด

จะกระทบกระเทือนปริมาณแร่ส่งออกนอกราชอาณาจักร รัฐมนตรีอาจสั่งกำหนดอัตราส่วนให้ผู้ซื้อแร่ระงับการส่งแร่ทั้งหมดหรือบางส่วนออกนอกราชอาณาจักรได้

ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าผู้ซื้อแร่สามารถจะส่งแร่ที่มีอยู่ในครอบครองออกนอกราชอาณาจักรได้

แต่ผู้ซื้อแร่ไม่ส่งออกนอกราชอาณาจักรและการกักแร่นั้นจะกระทบกระเทือนปริมาณแร่ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

รัฐมนตรีอาจสั่งให้ส่งแร่ทั้งหมดหรือบางส่วนออกนอกราชอาณาจักรได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

แร่ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อการวิเคราะห์แต่ละคราวไม่เกินห้าสิบกรัมไม่อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติในหมวดนี้

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบสุทธิแร่หรือใบอนุญาตซื้อแร่

เมื่อปรากฏว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

หมวด

การส่งแร่เข้ามูลภัณฑ์กันชน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่จากผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง

เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศ ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

ในกรณีที่เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนตามวรรคหนึ่งไม่อาจกระทำได้ตามกำหนดเวลา

ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจกู้ยืมเงินเพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนได้

แล้วให้เรียกเก็บเงินแทนแร่จากผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง

โดยรวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับในส่วนจำนวนเงินที่รัฐบาลเป็นผู้ส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศโดยตรง

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ เมื่อได้เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่แล้ว

ให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ออกหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนให้แก่ผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง

เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้นั้นมีส่วนในมูลภัณฑ์กันชน

หนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ สิทธิเรียกร้องตามหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนอาจโอนหรือจำนำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ถ้าหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนชำรุดในสาระสำคัญ

สูญหายหรือถูกทำลาย

ผู้ถือหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนอาจขอรับใบแทนต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ซึ่งออกหนังสือสำคัญนั้นได้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

เมื่อรัฐมนตรีประกาศจ่ายเงินส่วนแบ่งอันเป็นผลจากการชำระบัญชีมูลภัณฑ์กันชนแล้ว

ผู้ถือหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนขอรับเงินส่วนแบ่งตามหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนคืนได้

โดยส่งมอบหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนต่อเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่*ซึ่งออกหนังสือสำคัญนั้น

หรือต่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่*

หมวด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ผู้ทำเหมืองผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖

หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบสุทธิแร่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ

และจะริบแร่ที่มีอยู่โดยการกระทำความผิดตามมาตรานี้เสียก็ได้

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ซื้อแร่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ผู้รับใบสุทธิแร่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิดในส่วนที่เกินจำนวน

และจะริบแร่ที่มีอยู่เกินจำนวนนั้นเสียก็ได้

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ผู้ซื้อแร่ผู้ใดได้รับคำสั่งของรัฐมนตรีให้ส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักร

ตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิดในส่วนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ถนอม กิตติขจร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

เนื่องด้วยพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมหรือระงับการควบคุมเกี่ยวกับการผลิต

การซื้อ การขาย และการส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักรได้ทันท่วงที

ในขณะที่คณะมนตรีดีบุกระหว่างประเทศได้ตกลงให้มีการควบคุมหรือไม่ให้มีการควบคุมโควตาการส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักร

และบทบัญญัติว่าด้วยการส่งแร่ดีบุกเข้ามูลภัณฑ์กันชนยังไม่รัดกุมเพียงพอ

และบางบทบัญญัติได้นำไปบัญญัติไว้แล้วในกฎหมายว่าด้วยแร่ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมแร่ดีบุกเสียใหม่

*พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕[๒]

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ในพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. ๒๕๑๔

ให้แก้ไขคำว่า “กรมทรัพยากรธรณี” เป็น

“กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่”

คำว่า “อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี” เป็น

“อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่”

และคำว่า “ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่” เป็น

“เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่”

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕

ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่

ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม นั้นแล้ว

และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ

รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่

โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น

เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ

เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว

โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี

ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่

และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว

ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ดวงใจ/แก้ไข

๒๐

ก.ย. ๔๔

A+B (C)

เนติมา/พัชรินทร์

จัดทำ

๒๘

พฤษภาคม ๒๕๔๖

วศิน/แก้ไข

๑๕

มิถุนายน ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๘/ตอนที่ ๘๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ สิงหาคม ๒๕๑๔

[๒]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๙

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_49e37b2d2e5624bb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com