ข้อ ๑๖[๑๙] อินทรธนู มี ๒ แบบ คือ
(๑) อินทรธนูอ่อน ทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับเสื้อ
เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร
ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ปลายมน
เว้นแต่เสื้อคอแบะสีเทาอ่อนใช้อินทรธนูอ่อนปลายตัดแหลม
สำหรับเครื่องแบบปกติเทาคอพับ และเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะ
ให้เย็บติดกับเสื้อเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีเส้นทแยงมุม ระยะห่างจากด้านไหล่ไปทางคอ ๔
เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมขนาดเล็กสีเดียวกับดุมเสื้อ
สำหรับเครื่องแบบชนิดอื่นของนักเรียนจ่าอากาศ
และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ ใช้ดุมสีทองขนาดเล็ก
(๒) อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ด้านไหล่กว้าง ๕ เซนติเมตร
ด้านคอกว้าง ๔ เซนติเมตร ปลายมน ตอนปลายติดดุมสีทองขนาดเล็ก
และมีเครื่องประกอบดังนี้
นักเรียนนายเรืออากาศ มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง
กว้าง ๐.๘ เซนติเมตร พาดกึ่งกลางตามส่วนยาวของอินทรธนู
นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ มีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว
ทำด้วยโลหะสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งอยู่ทางด้านคอ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ มีดาว ๕
กลีบ ๑ ดาว ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๓
เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งอยู่ทางด้านคอ
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ
มีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ปักหรือทำเป็นลายถักเต็มแผ่นอินทรธนู ซึ่งยาว ๑๓
เซนติเมตร
ข้อ ๑๗ เครื่องหมายยศมี ดังนี้
(๑) นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ
ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒
ข้างห่างกัน ๘ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก เหนือบั้งมีดาว ๕ กลีบ ๑ ดาว
ทำด้วยไหมสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร
ตรึงบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำเหลือชายไว้เป็นขอบ ๐.๓ เซนติเมตร
ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่กับข้อศอก
ให้มุมแหลมอยู่ทางล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ
จ่าอากาศตรี ๑ บั้ง
จ่าอากาศโท ๒ บั้ง
จ่าอากาศเอก ๓ บั้ง
ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๔
เซนติเมตร
(๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีทองกว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒
ข้างห่างกัน ๓ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง
ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ ห่างจากดาว ๐.๓ เซนติเมตร
ปลายขาบั้งห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ
คือ
พันจ่าอากาศตรี ๑ บั้ง
พันจ่าอากาศโท ๒ บั้ง
พันจ่าอากาศเอก ๓ บั้ง
ในกรณีมีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง
ให้ติดเรียงกันไปทางด้านคอตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๒
เซนติเมตร
(๓)[๒๐]
นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ
ใช้แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ และกว้าง
๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่า แถบเล็ก ประดับบนอินทรธนูแข็งตามส่วนกว้างทั้ง ๒ ข้าง
ชิดดาวและห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร
แต่ละข้างมีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ
เรืออากาศตรี แถบใหญ่ ๑ แถบ
เรืออากาศโท แถบใหญ่ ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ
ให้แถบเล็กอยู่ทางด้านไหล่
เรืออากาศเอก แถบใหญ่ ๒ แถบ
นาวาอากาศตรี แถบใหญ่ ๒ แถบ กับแถบเล็ก ๑
แถบแทรกอยู่ระหว่างกลาง
นาวาอากาศโท แถบใหญ่ ๓ แถบ
นาวาอากาศเอก แถบใหญ่ ๔ แถบ
ในกรณีมีแถบมากกว่า ๑ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
(๔) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ
ทำด้วยโลหะสีเงิน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง
ห่างจากริมอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ
พลอากาศจัตวา ๑ ดาว อยู่กึ่งกลางส่วนกว้างของอินทรธนู
พลอากาศตรี ๒ ดาว เรียงตามส่วนกว้างของอินทรธนู
พลอากาศโท ๓ ดาว
เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ให้ด้านฐานอยู่ทางด้านไหล่
พลอากาศเอก ๔ ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
ให้มุมแหลมวางตามส่วนยาวของอินทรธนู
ในการประดับดาว ให้กลีบหนึ่งของดาวอยู่ทางด้านคอ
(๕) จอมพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙
เซนติเมตร ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓.๕ เซนติเมตร
ภายในวงกลมมีคทากับกระบี่ไขว้ มีช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ
โอบด้ามคทาและปลายกระบี่ ทำด้วยโลหะสีเงิน ประดับบนอินทรธนูแข็งทั้ง ๒ ข้าง
ห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร ให้กลีบหนึ่งของดาวปลายคทา
และด้ามกระบี่อยู่ทางด้านคอ
ข้อ ๑๘[๒๑] เฉพาะนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
และนายทหารสัญญาบัตร
เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อนหรือเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะ
ให้ใช้เครื่องหมายยศประดับที่ปกคอเสื้อแทนเครื่องหมายสังกัด ดังนี้
(๑) นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ
ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซวทำด้วยโลหะสีเงินกว้าง ๐.๔ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒
ข้างห่างกัน ๒.๔ เซนติเมตร มุมบั้งแหลมเล็ก
ประดับที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง
๒ ข้าง ให้มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านบน แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ
พันจ่าอากาศตรี ๑ บั้ง
พันจ่าอากาศโท ๒ บั้ง
พันจ่าอากาศเอก ๓ บั้ง
ในกรณีที่มีบั้งมากกว่า ๑ บั้ง ให้ติดเรียงซ้อนกัน
เว้นระยะระหว่างบั้ง ๐.๑๕ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง ๒ ข้างมีโลหะสีเงิน กว้าง ๐.๑
เซนติเมตร เชื่อมติดกัน
(๒) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ
ใช้ขีดทำด้วยโลหะสีเงิน มีลักษณะโค้งเล็กน้อย ลบเหลี่ยมทั้ง ๔ ด้าน
สำหรับชั้นนายเรืออากาศ กว้าง ๐.๙ เซนติเมตร ยาว ๒.๒
เซนติเมตร เรียกว่าขีดใหญ่ และกว้าง ๐.๔๕ เซนติเมตร ยาว ๒.๒ เซนติเมตร
เรียกว่าขีดเล็ก
สำหรับชั้นนายนาวาอากาศ กว้าง ๐.๘ เซนติเมตร ยาว ๒
เซนติเมตร เรียกว่าขีดใหญ่ และกว้าง ๐.๔ เซนติเมตร ยาว ๒ เซนติเมตร
เรียกว่าขีดเล็ก
ประดับตามทางดิ่งที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะ
ตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง ๒ ข้าง แต่ละข้างมีจำนวนขีดตามชั้นยศ คือ
เรืออากาศตรี ขีดใหญ่ ๑ ขีด
เรืออากาศโท ขีดใหญ่ ๑ ขีด กับขีดเล็ก ๑ ขีด
ให้ขีดเล็กอยู่ทางด้านหลัง
เรืออากาศเอก ขีดใหญ่ ๒ ขีด
นาวาอากาศตรี ขีดใหญ่ ๒ ขีด กับขีดเล็ก ๑ ขีดแทรกอยู่ระหว่างกลาง
นาวาอากาศโท ขีดใหญ่ ๓ ขีด
นาวาอากาศเอก ขีดใหญ่ ๔ ขีด
ในกรณีมีขีดมากกว่า ๑ ขีด ให้ติดขนานกันตามส่วนยาว
เว้นระยะระหว่างขีด ๐.๕ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายเรืออากาศ และ ๐.๓ เซนติเมตร
สำหรับชั้นนายนาวาอากาศ ปลายขีดทั้ง ๒ ข้างมีโลหะสีเงินกว้าง ๐.๑ เซนติเมตร
เชื่อมติดกัน
(๓)[๒๒] นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศ
ใช้ดาว ๕ กลีบ ทำด้วยโลหะสีเงิน เส้นผ่าศูนย์กลาง
๑.๕ เซนติเมตร ประดับตามทางนอนที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง
๒ ข้าง แต่ละข้างมีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ
พลอากาศจัตวา
๑ ดาว
พลอากาศตรี
๒ ดาว
พลอากาศโท
๓ ดาว
พลอากาศเอก
๔ ดาว
ในกรณีมีดาวมากกว่า
๑ ดาว ให้ติดเรียงกัน และให้กลีบหนึ่งของดาวอยู่ทางด้านบน
(๔) จอมพลอากาศ ใช้ดาว ๕ กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙
เซนติเมตร ๕ ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
ภายในวงกลมมีคทากับกระบี่ไขว้ทำด้วยโลหะสีเงิน
ประดับที่มุมปกคอพับของเสื้อปกติเทาคอพับหรือที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อปกติเทาอ่อนคอแบะทั้ง
๒ ข้าง ให้กลีบหนึ่งของดาว ปลายคทาและด้ามกระบี่อยู่ทางด้านบน
เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึก เครื่องแบบสนาม และเครื่องแบบตรวจราชการสนาม
ให้ปักเครื่องหมายยศดังกล่าวด้วยด้ายหรือไหมสีดำหรือสีน้ำเงินดำที่มุมปกคอแบะตอนบนของเสื้อทั้ง
๒ ข้าง
เครื่องหมายสังกัด