ข้อ ๕๑[๔๙] ในขณะปฏิบัติราชการสนาม
หรือไปตรวจราชการสนาม หรือไปตรวจการฝึกของหน่วยทหาร ใช้เครื่องแบบและเครื่องประกอบ
ดังนี้
(๑) ทหารชาย เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทา
หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา จะใช้หมวกหนีบสีเทาแทนหมวกทรงหม้อตาลสีเทาหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทาก็ได้
(๒) นายทหารสัญญาบัตร ใช้เครื่องแบบตรวจราชการสนามสีเทา
หรือสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง ประกอบด้วย
(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อน
(ข) เสื้อตรวจราชการสนาม ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก
คอแบะแบบแหลมมีลิ้นปิดอกขัดดุมปิดคอได้ ที่แนวอกมีดุม ๕ ดุม ขัดซ่อนอยู่สาบ
แขนยาวทรงกระบอก ที่ปลายแขนทำเป็นสาบเจาะรังดุม มีดุมติดข้างละ ๒ ดุม
สำหรับปรับปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า
กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีดุมข้างละ ๑ ดุม
ขัดซ่อนไว้ข้างในปกกระเป๋า กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
มีดุมข้างละ ๒ ดุม ขัดซ่อนไว้ข้างในปกกระเป๋า ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดใหญ่
ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง
และในบางโอกาสจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้
(ค) กางเกงตรวจราชการสนาม ขายาวปิดตาตุ่ม ไม่พับปลายขา
ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร
ที่ขอบเอวมีห่วงทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ข้างหน้า ๒
ห่วง ทางข้าง ๒ ห่วง และข้างหลัง ๓ ห่วง สำหรับสอดเข็มขัด ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ
๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียง ที่ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า
มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเหนือแนวเข่ามีกระเป๋าย่ามยืดชายข้างละ ๑ กระเป๋า
ตัวกระเป๋ามีกลีบพับทบ ๒ กลีบระยะห่างเท่ากัน มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ
๓ ดุม ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่ กางเกงนี้เวลาสวมให้สอดปลายขาไว้ภายในรองเท้า
(ง) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ
(จ) เครื่องหมายต่าง ๆ ให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินดำ
เว้นแต่เครื่องหมายยศให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีขาว
ข้อ ๕๒ บรรดาหมวกเหล็ก
ในบางโอกาสจะใช้รองในหมวกเหล็กสีเดียวกันแทนก็ได้
ข้อ ๕๓
ทหารที่ขับขี่รถจักรยานยนตร์จะใช้หมวกกันกระแทกสีเทาในขณะขับขี่ก็ได้
ข้อ ๕๔
ทหารซึ่งมีหน้าที่ใช้เครื่องยนตร์หรือหน้าที่การช่าง ในเวลาปฏิบัติหน้าที่
ให้ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย
(๑) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา
(๒) เสื้อกางเกงติดกันสีเทาโดยไม่ติดเครื่องหมายใด ๆ
(๓) รองเท้าผ้าใบหรือหนังสีดำ
ข้อ ๕๕
ทหารซึ่งทำงานในอากาศให้ใช้เครื่องแบบ เครื่องหมายยศ
เครื่องหมายสังกัดและเครื่องประกอบที่ใช้ในการทำงานในอากาศตามที่กองทัพอากาศกำหนดได้
ข้อ ๕๖[๕๐] ทหารหญิงซึ่งทำหน้าที่นางพยาบาล
ให้ใช้เครื่องประกอบเครื่องหมายยศ ดังนี้
(๑) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ภายในกรมกอง สถานพยาบาล
หรือในห้องเรียน
(ก) หมวกสีขาว
ใช้ผ้าเย็บติดกันเป็นรูปหมวกพยาบาลมีกระบังหน้า กว้าง ๑๐ เซนติเมตร
เฉพาะนายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร เหนือกระบังมีแถบสีเทาแก่
ทำด้วยริบบิ้นกำมะหยี่ กว้าง ๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ กว้าง ๑ เซนติเมตร
เรียกว่า แถบเล็ก ประดับตามยาวโดยตลอด ขนานและห่างจากริมบนของกระบัง ๑.๕ เซนติเมตร
มีจำนวนแถบดังนี้ คือ
นายทหารประทวน แถบเล็ก ๑ แถบ
นายทหารสัญญาบัตร แถบเล็ก ๒ แถบ เว้นระยะห่างแถบ ๑
เซนติเมตร
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพยาบาลหญิง
และผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลทหารอากาศ แถบใหญ่ ๑ แถบ
(ข) เสื้อกระโปรงติดกันและสายคาดเอวสีขาว
เสื้อคอแบะแบบคอมน ตั้งแต่คอถึงเอวผ่าตลอดตามแนวอกเสื้อ
ด้านในมีดุมขัดแขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕
เซนติเมตร ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร
กระโปรงยาวคลุมเข่าไม่เกินครึ่งน่อง
เอวติดกันกับเสื้อและผ่าติดต่อเป็นมุมฉากจากแนวอกของเสื้อ
ตามแนวเอวไปจดรอยผ่าเอวทางด้านซ้ายชายกระโปรงไม่บานจนเกินไป
ด้านหน้ามีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า
ไม่มีปกตรงกลางด้านล่างของกระเป๋าและขอบกระเป๋าเป็นรูปแหลมพองาม
สายคาดเอว กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวรอบเอว ปลายทั้ง ๒ ข้าง
เป็นรูปแหลมชายมน ปลายขวาทับปลายซ้ายที่กึ่งกลางเอวด้านหน้าและขัดดุมสีทองขนาดเล็ก
๑ ดุม
(ค) รองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาว ชนิดผูกเชือก ส้นเตี้ย
ไม่มีริ้วและลวดลาย
(ง) ถุงเท้าสั้นสีขาว
(๒)
ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในงานเกียรติยศหรืองานทั่วไปใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ (๑)
เว้นแต่
(ก) เสื้อ ให้ใช้แขนยาว
ข้อมือพับขัดดุมสีทอง ลักษณะเช่นเดียวกับดุมสายคาดเอว
เว้นแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ๒ ดุม มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน
(ข) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว ส้นใหญ่พอสมควร สูงไม่เกิน ๕
เซนติเมตร ไม่มีริ้วและลวดลาย
(ค) ถุงเท้ายาวสีขาว
เมื่อแต่งเครื่องแบบตาม (๑) หรือ (๒)
จะใช้เสื้อคลุมกันหนาวสีเทาทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ
คอปกแบบคอมนคลุมไหล่ ไม่มีแขน ซับในสีแดง ตัวยาวเท่าเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่ใต้คอปกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่
๒ ดุม มีสายสีเดียวกับดุม คล้องติดกันก็ได้
(๓) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม
หรือปฏิบัติราชการนอกหน่วยที่ตั้งปกติให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ (๑) เว้นแต่
(ก) เสื้อคอพับสีขาว แบบคอแหลม ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพกที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก
๕ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕ เซนติเมตร
ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร ตัวเสื้อด้านหน้าที่อกข้างซ้ายมีกระเป๋าปะ ๑
กระเป๋า ที่กึ่งกลางกระเป๋าปักเครื่องหมายราชการของหน่วยที่สังกัด
และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะตัวเสื้อด้านหลังมีแถบคาดเอว กว้าง
๓ เซนติเมตร
ยาวจดตะเข็บข้างทั้งสองข้างที่แนวตะเข็บข้างเปิดชายเสื้อด้านล่างจดแถบคาดเอว
(ข) กางเกงขายาวสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทา
(ค) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว หรือรองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาวชนิดผูกเชือกส้นเตี้ย
ไม่มีริ้วและลวดลาย
ข้อ ๕๗
ทหารซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาล จะใช้เสื้อหรือผ้ากันเปื้อนก็ได้
ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสนาม ให้แต่งเครื่องแบบสนามเช่นเดียวกับทหารทั่วไป สำหรับทหารชาย
ที่หมวกเหล็กให้มีเครื่องหมายกาชาด ที่ด้านหน้าหมวกและด้านหลังหมวก
กับที่แขนเสื้อข้างซ้ายระหว่างไหล่กับข้อศอกพันผ้าพันแขนสีขาวกว้าง ๑๐ เซนติเมตร
มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ด้านนอก
สำหรับทหารหญิงให้ใช้เครื่องหมายกาชาดบนพื้นวงกลมสีขาว ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จเส้นผ่าศูนย์กลาง
๖ เซนติเมตร เย็บติดที่ไหล่เสื้อข้างซ้ายห่างจากตะเข็บไหล่ ๒ เซนติเมตร
ข้อ ๕๘
เสื้อคลุมกันหนาวคอแบะแบบแหลมสีเทาสำหรับทหารชาย
ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จตัวยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓
ดุม ด้านข้างมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก
และมีเข็ดขัดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จชนิดเดียวกับเสื้อกว้าง ๕ เซนติเมตร
หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง ขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางตั้งย่อมุม
ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู
เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศและเครื่องหมายสังกัดของเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อนและใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด
ข้อ ๕๙
เสื้อคลุมกันหนาวคอปกแบบคอมน สีเทาสำหรับทหารหญิง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ
ตัวยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกมีดุม ๒ แถว แถวละ ๒ ดุม ด้านหลังที่แนวเอวมีดุมข้างละ ๑
ดุม และมีแผ่นสักหลาดหรือเสิร์จชนิดเดียวกับเสื้อสำหรับขัดดุมรัดเอว
ด้านข้างมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก
ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดใหญ่
เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศและเครื่องหมายสังกัดของเครื่องแบบปกติคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อน
และใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด
ข้อ ๖๐
เสื้อหรือผ้าคลุมกันฝนสีเทาหรือสีน้ำเงินดำ ไม่ติดเครื่องหมายใด ๆ
ใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด แต่ห้ามสวมขณะประจำแถวทหาร
ขณะสวมเสื้อกันฝนหรือใช้ผ้าคลุมกันฝน
ถ้าใช้หมวกทรงหม้อตาลจะใช้พลาสติกสีขาวชนิดใสหรือผ้าสีเดียวกับเสื้อหุ้มหมวกก็ได้
ข้อ ๖๑
ในโอกาสขี่ม้า เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงขายาวสีเทา
จะใช้กางเกงแบบขี่ม้าสีเทาและรองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงินก็ได้
เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงแถบ
ให้ใช้กางเกงแถบแบบขี่ม้าและรองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงิน
ข้อ ๖๒
ทหารซึ่งได้รับเครื่องหมายความสามารถในการบินของสโมสรการบินให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด
และให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือปกกระเป๋า
ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไป เมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน
ให้ใช้ขนาดย่อลงครึ่งหนึ่ง
ข้อ ๖๓[๕๑] ตราหน้าหมวก มีดังนี้
(๑) พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน
และนายทหารสัญญาบัตร
(ก) ตราหน้าหมวกโลหะ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก
สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง
ข้างละ ๖ ใบ ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
ขนาดใหญ่ กว้าง
๖ เซนติเมตร สูง
๗ เซนติเมตร
ขนาดกลาง กว้าง
๔ เซนติเมตร สูง
๕ เซนติเมตร
ขนาดเล็ก กว้าง
๓ เซนติเมตร สูง
๔ เซนติเมตร
(ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้น
เป็นรูปปีกนก ๒ ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ
ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน
เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำรูปใบโพ
ขนาดใหญ่ กว้าง
๗ เซนติเมตร สูง
๘ เซนติเมตร
ขนาดเล็ก กว้าง
๔ เซนติเมตร สูง
๕ เซนติเมตร
(๒) นักเรียนนายเรืออากาศ
(ก) ตราหน้าหมวกโลหะเป็นรูปปีกนก ๒
ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ
ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงินเบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
กว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร
(ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้น
เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง
ข้างละ ๔ ใบ ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน
เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง
บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำรูปใบโพ กว้าง ๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร
ข้อ ๖๔ ดุมมี ๔ ชนิด ดังนี้
(๑) ดุมสีทอง ทำด้วยโลหะ มีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย
มีเส้นขอบโดยรอบ ภายในเส้นขอบมีลายดุนเป็นรูปดาว ๕ กลีบ อยู่เหนือปีกนก ๒ ปีก
(๒) ดุมสีเทา ทำด้วยวัตถุมีลักษณะกลมแบน มีรูสำหรับเย็บติด
๒ ถึง ๔ รู
(๓) ดุมสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับดุมสีเทา
(๔) ดุมเกลี้ยงสีเทา ทำด้วยโลหะมีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย
ไม่มีรู
ดุมทั้ง ๔ ชนิดนี้มี ๒ ขนาด คือ
ขนาดใหญ่ เส้นผ้าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
ขนาดเล็ก เส้นผ้าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร
ข้อ ๖๔ ทวิ[๕๒] เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการสนาม
จะใช้หมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัดและรองเท้าของเครื่องแบบสนามเป็นสีกากีแกมเขียว
หรือสีกากีแกมเขียวสลับดำหรือสลับเหลืองก็ได้
ข้อ ๖๕
เพื่อประโยชน์ในการฝึกและการปฏิบัติราชการสนามหรือเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่
จะใช้เครื่องประกอบเครื่องแบบตามที่กองทัพอากาศกำหนดขึ้นตามความจำเป็นหรือสมควรก็ได้
ข้อ ๖๖ ให้กองทัพอากาศสร้างเครื่องแบบตัวอย่าง
หรือเขียนรูปเครื่องแบบตัวอย่างขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๑๑
จอมพล ถ. กิตติขจร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากเครื่องหมายยศที่ใช้กับเสื้อคอพับของเครื่องแบบทหารอากาศและเครื่องแบบฝึกหัดยังไม่เหมาะสมกับกาลสมัย
ประกอบกับทางราชการได้พิจารณากำหนดเครื่องแบบสวนสนามและเครื่องแบบกันหนาวของนักเรียนนายเรืออากาศขึ้นใหม่
ทั้งเห็นสมควรปรับปรุงส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องแบบบางอย่างให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔[๕๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีนักเรียนนายเรืออากาศเข้าศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัย
จึงสมควรกำหนดเครื่องหมายของนักเรียนนายเรืออากาศซึ่งเข้าศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔[๕๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการสนามของทหารอากาศซึ่งปฏิบัติราชการสนามร่วมกับทหารบกซึ่งแต่งเครื่องแบบสนามสีกากีแกมเขียวอยู่แล้ว
สมควรกำหนดสีของหมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัด
และรองเท้าของเครื่องแบบสนามสำหรับทหารอากาศให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๖[๕๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓
ได้กำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศไว้เพียง ๓ ประเภทนั้น บัดนี้
สมควรกำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศเพิ่มขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ช่างอากาศ
เจ้าหน้าที่สื่อสาร เจ้าหน้าที่สรรพาวุธ เจ้าหน้าที่ถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่ขนส่งทางอากาศ เจ้าหน้าที่ต้อนรับบนอากาศยาน
แพทย์และพยาบาลเวชศาสตร์การบินในการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ
นอกจากนี้ควรกำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ต้นหน ชั้นที่ ๓ ขึ้นอีกด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗[๕๖]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกองนักเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
และกองพันทหารอากาศโยธิน ๑ กรมอากาศโยธิน
ได้รับพระบรมราชานุญาตให้สถาปนาเป็นกองนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์
โรงเรียนนายเรืออากาศ และกองพันทหารอากาศโยธิน ๑ รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน
เพื่อเป็นเกียรติประวัติของหน่วยทหาร สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเครื่องแบบทหารอากาศให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
และสมควรแก้ไขอักษรย่อของนักเรียนนายเรืออากาศให้ถูกต้องตรงกับที่กระทรวงกลาโหมกำหนด จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘[๕๗]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะเพิ่มขึ้นสำหรับนักเรียนทหาร
นายทหารประทวน และนายทหารสัญญาบัตรชาย
และให้มีเครื่องแบบปกติเทาคอแบะปล่อยเอวและเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะปล่อยเอวเพิ่มขึ้นสำหรับทหารหญิง
กับให้ใช้หมวกหนีบสีเทา เข็มขัดทำด้วยวัตถุเทียมด้ายถัก
และให้ใช้วัตถุเทียมดิ้นทอง วัตถุเทียมไหมทอง ทำส่วนประกอบของเครื่องแบบได้ด้วย
รวมทั้งปรับปรุงส่วนประกอบบางชนิดของเครื่องแบบทหารอากาศ
เพื่อให้สอดคล้องกับเครื่องแบบที่กำหนดขึ้นใหม่และเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙[๕๘]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเครื่องแบบและส่วนประกอบของเครื่องแบบทหารอากาศ
เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการปฏิบัติราชการ
และเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดเครื่องหมายสังกัดของกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ
กรมการลาดตระเวนทางอากาศ สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง และศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ
ซึ่งเป็นส่วนราชการในกองทัพอากาศ
สมควรกำหนดเครื่องหมายสังกัดของส่วนราชการดังกล่าว
ประกอบกับสมควรเปลี่ยนแปลงรูปแบบและขนาดของเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศ
รวมทั้งกำหนดวิธีประดับให้เหมาะสมและเป็นสัญลักษณ์ของทหารอากาศมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๕๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๒๐[๕๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงส่วนประกอบของเครื่องแบบทหารอากาศในส่วนที่เกี่ยวกับสายกระบี่ของนายทหารสัญญาบัตรจากเดิมที่มีการใช้สองรูปแบบให้เหลือเพียงรูปแบบเดียว
เพื่อให้สะดวกและเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ
ฉบับที่ ๒๑[๖๐]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขการกำหนดขนาดเครื่องหมายยศสำหรับประดับเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อนหรือเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะของนายทหารสัญญาบัตรชั้นยศพลอากาศโทและพลอากาศเอก
ให้มีขนาดที่เหมาะสมกับเครื่องแบบยิ่งขึ้น รวมทั้งแก้ไขการกำหนดเครื่องแบบและส่วนประกอบของเครื่องแบบของทหารที่จัดเป็นกองเกียรติยศพิเศษให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปณตภร/ผู้จัดทำ
๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖
นุสรา/ตรวจ
๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๖๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๔ กรกฎาคม ๒๕๑๑
[๒] ข้อ ๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๓] ข้อ ๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๔] ข้อ ๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๕] ข้อ ๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๖] ข้อ ๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๗] ข้อ ๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๘] ข้อ ๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๙] ข้อ ๑๑ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๑๐] ข้อ ๑๑ (๓)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗
[๑๑] ข้อ ๑๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗
[๑๒] ข้อ ๑๒ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๑๓] ข้อ ๑๒ (๒)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๑๔] ข้อ ๑๒ (๓)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๑๕] ข้อ ๑๒ (๔)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๑๖] ข้อ ๑๒ ทวิ
เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗
[๑๗] ข้อ ๑๓ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๑๘] ข้อ ๑๕ (๒)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๒๐
[๑๙] ข้อ ๑๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๒๐] ข้อ ๑๗ (๓)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๒๑] ข้อ ๑๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๒๒] ข้อ ๑๘ (๓)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๒๑
[๒๓] ข้อ ๑๙ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๒๔] ข้อ ๑๙ (๒)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๒๕] ข้อ ๒๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๒๖] ข้อ ๒๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๒๗] ข้อ ๒๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๒๘] ข้อ ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗
ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๒๙] ข้อ ๒๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๓๐] ข้อ ๒๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๓๑] ข้อ ๓๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๓๒] ข้อ ๓๒ ทวิ
เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗
[๓๓] ข้อ ๓๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๓๔] ข้อ ๓๓ (๑๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๓๕] ข้อ ๓๔
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๓๖] ข้อ ๓๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๓๗] ข้อ ๓๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๓๘] ข้อ ๓๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗
[๓๙] ข้อ ๓๗ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๔๐] ข้อ ๓๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗
[๔๑] ข้อ ๓๘ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๔๒] ข้อ ๔๐
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๔๓] ข้อ ๔๒
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๔๔] ข้อ ๔๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘
[๔๕] ข้อ ๔๔ (๓)
เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๔๖] ข้อ ๔๖ (๑)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๔๗] ข้อ ๔๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๔๘] ข้อ ๔๗ (๒)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๒๑
[๔๙] ข้อ ๕๑
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๕๐] ข้อ ๕๖
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๕๑] ข้อ ๖๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙
[๕๒] ข้อ ๖๔ ทวิ
เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔
[๕๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๑๑/หน้า ๙๙๙/๙ ธันวาคม ๒๕๑๒
[๕๔] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๒๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ มีนาคม ๒๕๑๖
[๕๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๑
[๕๖] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๘๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๕๗/๓ ธันวาคม ๒๕๒๓
[๕๗] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๘๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๕๖/๒ ธันวาคม ๒๕๒๘
[๕๘] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๒๒/หน้า ๕๔๘/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๔
[๕๙] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๙/๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖
[๖๐] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๖๔ ก/หน้า ๑๒/๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).