法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ 19

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๓๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ

ฉบับที่ ๑๙[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา

๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๑๓

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ (๒) ในข้อ ๑๕

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“สำหรับนายทหารสัญญาบัตร เมื่อแต่งเครื่องแบบครึ่งยศ

เครื่องแบบครึ่งยศรักษาพระองค์ เครื่องแบบเต็มยศขาว เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์

หรือเครื่องแบบเต็มยศเทา มีสายกระบี่ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีเทา ๒ สาย

กว้างสายละ ๑.๕ เซนติเมตร ด้านนอกคาดกลางตามยาวด้วยแถบไหมทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๑๗

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓) นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรืออากาศและนายนาวาอากาศ

ใช้แถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ และกว้าง

๐.๖ เซนติเมตร เรียกว่า แถบเล็ก ประดับบนอินทรธนูแข็งตามส่วนกว้างทั้ง ๒ ข้าง

ชิดดาวและห่างจากริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร

แต่ละข้างมีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ

เรืออากาศตรี แถบใหญ่ ๑ แถบ

เรืออากาศโท แถบใหญ่ ๑ แถบ กับแถบเล็ก ๑ แถบ

ให้แถบเล็กอยู่ทางด้านไหล่

เรืออากาศเอก แถบใหญ่ ๒ แถบ

นาวาอากาศตรี แถบใหญ่ ๒ แถบ กับแถบเล็ก ๑

แถบแทรกอยู่ระหว่างกลาง

นาวาอากาศโท แถบใหญ่ ๓ แถบ

นาวาอากาศเอก แถบใหญ่ ๔ แถบ

ในกรณีมีแถบมากกว่า ๑ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑) และ (๒) ของข้อ ๑๙

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) เสื้อคอพับ ติดที่มุมปกคอพับ เว้นแต่นักเรียนจ่าอากาศ

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ นักเรียนนายเรืออากาศ และนายทหารสัญญาบัตร

เมื่อใช้เสื้อคอพับที่มีอินทรธนูอ่อน ไม่ต้องติดเครื่องหมายสังกัด

(๒) เสื้อฝึก ติดที่มุมปกคอแบะตอนบน

เว้นแต่นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ นักเรียนนายเรืออากาศ และนายทหารสัญญาบัตรไม่ต้องติดเครื่องหมายสังกัด”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๐ เครื่องหมายสังกัด

ทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปวงช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๙ ใบ รูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง

๒.๕ เซนติเมตร ภายในวงช่อชัยพฤกษ์มีเครื่องหมาย ดังนี้

กองบัญชาการกองทัพอากาศ รูปอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ รูปดาว ๕ กลีบ

ในวงกลมเหนือปีกนก ๒ ปีก

กองบิน รูปดาว ๕ กลีบเหนือปีกนก ๒ ปีก

ใต้ปีกนกมีเลขหมายกองบิน

กรมอากาศโยธิน รูปร่มชูชีพเหนือปืนเล็กยาวกับปืนใหญ่ไขว้

กองพันทหารอากาศโยธิน ๑ รูปปืนเล็กไขว้

ประกอบกับตับกระสุนข้างใต้มีเลขหมายกองพัน

กองพันทหารอากาศโยธิน ๒ และ ๓ รูปลูกปืนใหญ่มีเปลวไฟเหนือปืนใหญ่ไขว้

ข้างใต้มีเลขหมายกองพัน

สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง รูปอุณาโลมเปล่งรัศมีเหนือปีกนก

๒ ปีก

กองพันทหารสารวัตรทหารอากาศ ๑ และ ๒

สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง รูปปืนพกไขว้ทับปีกนก ๒ ปีก ข้างใต้มีอักษร “พัน”

และเลขหมายกองพัน

กองร้อยทหารสารวัตรประจำกองบิน รูปปืนพกไขว้ทับปีกนก ๒ ปีก ข้างใต้มีเลขหมายกองบิน

กองร้อยทหารสารวัตรประจำโรงเรียนการบิน

รูปปืนพกไขว้ทับปีกนก ๒ ปีก ข้างใต้มีอักษร รร. กบ.

กองดุริยางค์ทหารอากาศ รูปพิณ

กรมพลาธิการทหารอากาศ รูปหมวกเหล็ก กระบี่และปืนเล็กยาวไขว้

กรมช่างโยธาทหารอากาศ รูปไม้ฉาก ขวานและพลั่วไขว้

กรมขนส่งทหารอากาศ รูปวงล้อกับปีก

กรมช่างอากาศ รูปเฟืองและเครื่องบิน

กรมสื่อสารทหารอากาศ รูปสายฟ้าแลบไขว้

กรมสรรพาวุธทหารอากาศ รูปลูกระเบิดอยู่ใต้เปลวเพลิง

กรมแพทย์ทหารอากาศ รูปพญานาคคู่พันคบเพลิง

กรมการลาดตระเวนทางอากาศ

รูปเครื่องบินกับเส้นกรวยแสงรูปสามเหลี่ยมซ้อนกันสองรูปใต้ท้องเครื่องบิน

กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ รูปคบเพลิงไขว้

สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง รูปคบเพลิงไขว้ มีดาว ๕

กลีบอยู่ตรงกึ่งกลาง

โรงเรียนการบิน รูปคบเพลิงและปีกนก ๒ ปีก

กรมการบินพลเรือน รูปเครื่องบิน

กรมสวัสดิการทหารอากาศ รูปดาว ๕ กลีบเหนือดอกบัวบาน

ศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ รูปสามเหลี่ยมและอิเล็กตรอนสามวงตัดกันวิ่งรอบโปรตรอน

ทับปีกนก ๒ ปีก”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๗ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๗ เครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศ

มีดังนี้

(๑) เครื่องหมายความสามารถในการบิน มี ๕ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก

ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

กว้าง ๙ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกปักด้วยไหมหรือทำด้วยวัตถุเทียมไหมเป็นรูปธงไตรรงค์เฉียงอยู่ในอาร์ม

ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ขอบอาร์มปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง เหนืออาร์มมีอุณาโลมปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๔ ชั้นกิตติมศักดิ์ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลม

ชั้นที่ ๕ ชั้นศิษย์การบินมัธยม เป็นรูปปีกนกข้างซ้าย ๑ ปีก

กว้าง ๕ เซนติเมตร

ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำหัวปีกปักด้วยไหมหรือทำด้วยวัตถุเทียมไหมเป็นรูปธงไตรรงค์เฉียงอยู่ในอาร์ม

ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร

(๒) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ต้นหน มี ๓ ชั้น

คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก

ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ

กว้าง ๙ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกปักเป็นรูปลูกโลกมีขอบปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงิน

บนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร

ภายในลูกโลกมีเส้นรุ้งและเส้นแวงปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง

และมีรูปแผนที่ประเทศไทยปักด้วยไหมสีน้ำเงินดำหรือทำด้วยวัตถุเทียมไหมสีน้ำเงินดำบนพื้นสักหลาดหรือไหมสีขาวหรือบนพื้นทำด้วยวัตถุเทียมสักหลาดหรือไหมสีขาว

เหนือลูกโลกมีอุณาโลมปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนือลูกโลกมีดาว ๕

กลีบ ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนือลูกโลกไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

(๓) เครื่องหมายความสามารถในการโดดร่ม มี ๔ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก

ปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ กว้าง

๙ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกปักด้วยไหมหรือทำด้วยวัตถุเทียมไหมเป็นรูปธงไตรรงค์เฉียงอยู่ในอาร์ม

ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ขอบอาร์มปักด้วยดิ้นทองหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นทอง

เหนืออาร์มปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงินเป็นรูปร่มชูชีพ สูง ๒.๕

เซนติเมตร ตัวร่มชูชีพ กว้าง ๒ เซนติเมตร

สายร่มชูชีพปักด้วยดิ้นเงินหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้นเงิน ๖ สาย

เหนืออาร์มมีอุณาโลมทำด้วยโลหะสีทองทับกึ่งกลางสายร่มชูชีพ ที่กึ่งกลางตัวร่มชูชีพมีดาวห้าแฉกทำด้วยโลหะสีทอง

และมีวงช่อชัยพฤกษ์ทำด้วยโลหะสีทองโอบใต้ดาว

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่ไม่มีวงช่อชัยพฤกษ์

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่ไม่มีดาวและวงช่อชัยพฤกษ์

ชั้นที่ ๔ ชั้นกิตติมศักดิ์ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่ไม่มีอุณาโลม

(๔) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ช่างอากาศ มี ๓

ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์มขนาด

๑.๕ เซนติเมตร ภายในอาร์มมีรูปเฟืองและเครื่องบิน

เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

(๕) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่สื่อสาร มี ๓ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์มขนาด ๑.๕ เซนติเมตร

ภายในอาร์มมีรูปสายฟ้าพาดเฉียงจากขอบล่างขวาไปจรดขอบบนซ้าย เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

(๖) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่สรรพาวุธ มี ๓ ชั้น

คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์ม ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร

ภายในอาร์มมีรูปกระสุนอยู่ใต้เปลวเพลิง

เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

(๗) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ถ่ายรูปทางอากาศ มี

๓ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์ม ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ภายในอาร์มมีรูปกล้องถ่ายรูป

เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

(๘) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ขนส่งทางอากาศ มี ๓

ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์มขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ภายในอาร์มมีรูปวงล้อกับปีก

เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

(๙) เครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ต้อนรับบนอากาศยาน มี

๓ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์มขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ภายในอาร์มมีรูปพานในวงช่อชัยพฤกษ์

เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

เครื่องหมายตามข้อ ๒๗ (๙) นี้ ในกรณีที่ทหารหญิงใช้ประดับ ให้ปีกนก

๒ ปีก มีขนาดกว้าง ๗ เซนติเมตร รูปอาร์มขนาด ๑.๑ เซนติเมตร

และรูปประกอบอื่นให้มีขนาดสามในสี่ของขนาดที่กำหนดไว้สำหรับทหารชาย

(๑๐)

เครื่องหมายความสามารถแพทย์และพยาบาลเวชศาสตร์การบินในการทำหน้าที่ลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ

มี ๓ ชั้น คือ

ชั้นที่ ๑ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก กว้าง ๘ เซนติเมตร

ระหว่างหัวปีกเป็นรูปอาร์มขนาด ๑.๕ เซนติเมตร

ภายในอาร์มมีรูปกาชาดและงูคู่พันไม้เท้า

เหนืออาร์มมีอุณาโลมในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี เครื่องหมายนี้ทำด้วยโลหะสีเงิน

ชั้นที่ ๒ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑ เว้นแต่เหนืออาร์มมีดาว ๕

กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร แทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

ชั้นที่ ๓ เช่นเดียวกับชั้นที่ ๑

เว้นแต่เหนืออาร์มไม่มีอุณาโลมและพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

เครื่องหมายตามข้อ ๒๗ (๑๐) นี้

ในกรณีที่ทหารหญิงใช้ประดับให้ปีกนก ๒ ปีก มีขนาดกว้าง ๗ เซนติเมตร รูปอาร์มขนาด

๑.๑ เซนติเมตร

และรูปประกอบอื่นให้มีขนาดสามในสี่ส่วนของขนาดที่กำหนดไว้สำหรับทหารชาย

เครื่องหมายตามข้อ ๒๗ นี้

ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิดและให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋า

ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ติดเครื่องหมายตามข้อนี้เหนือขึ้นไป

ถ้ามีเครื่องหมายความสามารถพิเศษชนิดอื่นติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือปกกระเป๋า

เป็นหลักอยู่แล้วก็ให้ติดเครื่องหมายตามข้อนี้ที่อกเสื้อข้างขวาเหนือกึ่งกลางปกกระเป๋าได้

ถ้าใช้ประกอบกับเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อนใช้ขนาดย่อลงครึ่งหนึ่ง”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความใน (๑๑) ของข้อ ๓๓

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑๑) เครื่องแบบสโมสร ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงกลมพับปีกสีขาว

(ข) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว

(ค) กระโปรงยาวสีเทา

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก

(จ) ถุงเท้ายาวสีเทาดำ

(ฉ) กระเป๋าสโมสร”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๕ และข้อ ๓๖

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๕ เสื้อมี ๑๐ แบบ คือ

(๑) เสื้อฝึกสีเทา

มีลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อฝึกสีเทาของทหารชาย

(๒) เสื้อคอพับสีขาว คอพับตอนหน้า กว้าง ๕ เซนติเมตร ห้อยยาวลงมา

๘ เซนติเมตร และมีขลิบสีน้ำเงินดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตรโดยรอบ ที่คอและแนวสาบอกมีดุม

๕ ดุม แขนยาวรัดข้อมือ ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม และมีอินทรธนูดังนี้

พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ

และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศมีอินทรธนูอ่อน

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตร ใช้อินทรธนูแข็ง

หรือจะใช้อินทรธนูอ่อนโดยติดเครื่องหมายยศชนิดโลหะที่ปกคอเสื้อทั้ง ๒ ข้าง แทนเครื่องหมายสังกัดก็ได้

ดุมทั้งสิ้น เว้นแต่ดุมของอินทรธนูแข็ง ใช้ดุมสีขาวขนาดเล็ก

เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้ออยู่ภายในกระโปรง กระโปรงกางเกงหรือกางเกง

เสื้อแบบนี้จะใช้แขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร

ปลายแขนพับออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๖ เซนติเมตรก็ได้

(๓) เสื้อคอแบะสีเทา แบบคอป้าน ปล่อยเอว ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ

ไม่มีสาบอก ที่แนวอกมีดุมสีทองขนาดเล็ก ๔ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกพองาม

ปลายแขนพับออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๖ เซนติเมตร มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒

ตะเข็บ มีกระเป๋าที่แนวเอวเสื้อเป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า

ปากกระเป๋าเฉียงลงไปทางเอว และมีอินทรธนูดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ มีอินทรธนูอ่อน

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตร

ใช้อินทรธนูแข็ง

(๔) เสื้อคอแบะสีเทาอ่อน แบบคอป้านปล่อยเอว ผ่าอกตลอดตัวเสื้อไม่มีสาบอก

ที่แนวอกมีดุมสีขาวขนาดเล็ก ๔ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกพองาม

ปลายแขนพับออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๖ เซนติเมตร มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒

ตะเข็บ มีกระเป๋าที่แนวเอวเสื้อเป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า

ปากกระเป๋าเฉียงลงไปทางเอว กุ๊นปากกระเป๋าสีเดียวกันกับตัวเสื้อ และมีอินทรธนูอ่อน

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตร

ติดเครื่องหมายยศชนิดโลหะที่มุมปกคอแบะตอนบนทั้ง ๒ ข้าง

(๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีเทา แบบคอมน มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมสีทองขนาดเล็ก

๔ ดุม มีกระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียงลงไปทางเอว

และมีอินทรธนูดังนี้

พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ

และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศมีอินทรธนูอ่อน

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตร ใช้อินทรธนูแข็ง

เสื้อแบบนี้ให้ใช้เสื้อคอพับสีขาวประกอบด้วย

(๖) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว

มีลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีเทา เสื้อแบบนี้ให้ใช้เสื้อคอพับสีขาว

ประกอบด้วย

(๗) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ

แนวอกมีดุมสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม ด้านหน้ามีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า

เป็นกระเป๋าเจาะ ไม่มีปก และใช้อินทรธนูแข็ง

(๘) เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาว

มีลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกเปิดอกสีขาวของทหารชาย และมีอินทรธนูดังนี้

นักเรียนจ่าอากาศ และนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ

มีอินทรธนูอ่อน

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ และนายทหารสัญญาบัตร

ใช้อินทรธนูแข็ง

เสื้อแบบนี้ให้ใช้เสื้อและเครื่องประกอบ คือ

(ก) เชิ้ตอกจีบสีขาว แขนยาว ปกมน ซ่อนดุม ข้อมือแข็ง ขัดดุม

ผูกผ้าผูกคอสีดำมัน

(ข) แพรแถบรัดเอวสีเทา

มีลักษณะเช่นเดียวกับแพรแถบรัดเอวสีเทาของทหารชาย

(๙) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีฟ้าสด สำหรับนายทหารพิเศษประจำกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์

โรงเรียนนายเรืออากาศ

ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีฟ้าสดของทหารชายในกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์

โรงเรียนนายเรืออากาศ

(๑๐) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีบานเย็น

สำหรับนายทหารพิเศษประจำกองพันทหารอากาศโยธิน ๑ รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน

ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีบานเย็นของทหารชายในกองพันทหารอากาศโยธิน ๑

รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ กระโปรงและกางเกง

มีดังนี้

(๑) กระโปรงสีเทา ยาวคลุมเข่าไม่เกินครึ่งน่อง ผ่าเอวที่ด้านซ้าย

และที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัด ทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับกระโปรง

กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ข้างหน้า ๒ ห่วง ข้างหลัง ๒ ห่วง ด้านหลังมีจีบปล่อยชาย

กระโปรง ๒ จีบ ระยะห่างกันพอสมควร ชายกระโปรงไม่บานและไม่มีกระเป๋า

(๒) กระโปรงสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีเทา

(๓) กระโปรงยาวสีเทา ชายกระโปรงยาวคลุมข้อเท้า ผ่าเอวที่ด้านซ้าย

ตรงกลางด้านหลังผ่าถึงเข่า

(๔) กระโปรงกางเกงสีเทา ยาวคลุมเข่าไม่เกินครึ่งน่อง ผ่าเอวที่ด้านซ้าย

และที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัด ทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับกระโปรงกางเกง กว้างไม่เกิน

๑ เซนติเมตร ข้างหน้า ๒ ห่วง ข้างหลัง ๒ ห่วง ด้านหน้าและด้านหลังมีจีบกระทบ

ปล่อยชายพองาม ชายกระโปรงกางเกงไม่บานและไม่มีกระเป๋า

(๕) กางเกงขายาวสีเทา

มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทาของทหารชาย เว้นแต่ผ่าเอวทางด้านซ้าย

ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๔ เซนติเมตร

(๖) กางเกงฝึกขายาวสีเทา

มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงฝึกขายาวสีเทาของทหารชาย เว้นแต่ผ่าเอวทางด้านซ้าย

ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๔ เซนติเมตร”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น

(๓) ของข้อ ๔๔ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓

“(๓)

ในโอกาสประจำแถวหรือเดินนำขบวนทหารที่จัดเป็นกองเกียรติยศพิเศษให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับเครื่องแบบทหารที่จัดเป็นกองเกียรติยศพิเศษ”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๔๖

แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) หมวก

พลทหารและนายทหารประทวน ใช้หมวกเหล็กสีขาวมีสายรัดคาง หนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ด้านหน้าหมวกมีอักษร สห สีฟ้า สูง ๖ เซนติเมตร กว้าง ๔

เซนติเมตร ระยะห่างกัน ๓ เซนติเมตร และมีแถบสีฟ้า ๑ แถบ กว้าง ๔ เชนติเมตร

คาดรอบหมวกโดยรอบเว้นระยะห่างจากตัวอักษรข้างละ ๓ เซนติเมตร

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศ จะใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทาก็ได้

นายทหารสัญญาบัตร

ใช้หมวกเหล็กสีขาวมีสายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาวกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

ด้านหน้าหมวกมีตราหน้าหมวกโลหะขนาดใหญ่หรือจะใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทาก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๗ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔๗ ทหารที่จัดเป็นกองเกียรติยศ

ใช้เครื่องแบบพิเศษตามโอกาสดังนี้

(๑) ในโอกาสที่จัดเป็นกองเกียรติยศทั่วไป

ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย

(ก) หมวกเหล็กสีขาว มีสายรัดคาง โซ่ถักทำด้วยโลหะสีทอง กว้าง

๑.๕ เซนติเมตร และมีตราหน้าหมวกโลหะขนาดใหญ่

(ข) เสื้อคอพับสีเทา

(ค) กางเกงขายาวสีเทา

(ง) เข็มขัดหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว

มีสายโยงหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว ๒ สาย สอดใต้อินทรธนูข้างละสาย

ไขว้กันด้านหลังโดยให้สายขวาทับสายซ้าย

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศมีซองดาบปลายปืนและซองกระสุนหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศและนายทหารสัญญาบัตรมีซองปืนพกและซองกระบี่หนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาวประกอบด้วย

(จ)

รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำและสนับแข้งสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือผ้าใบมีสายรัดตอนบนและล่างสีขาว

(ฉ) สายสะพายปืนหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

(ช) ถุงมือสีขาว

(๒) ในโอกาสที่จัดเป็นกองเกียรติยศพิเศษ

ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีเทา

(ข) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีฟ้าสด

ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จมีลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีเทา

พลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศ มีอินทรธนูอ่อน

นายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศและนายทหารสัญญาบัตรใช้อินทรธนูแข็ง

เสื้อแบบนี้ให้ใช้เชิ้ตสีขาวแขนยาว

ผูกผ้าผูกคอสีน้ำเงินดำเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

(ค) กางเกงขายาวสีเทา

(ง) เข็มขัดหนังหรือวัตถุเทียมหนัง

หรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว กว้าง ๖ เซนติเมตร

หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมน กว้าง ๖.๕

เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยงมีรูปดาว ๕ กลีบ เหนือปีกนก ๒ ปีก

วางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์ ๒ ข้าง ข้างละ ๗ ใบ ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด

ใช้คาดทับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีฟ้าสด มีสายสะพายหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว

ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร สะพายจากไหล่ซ้ายไปเอวขวา

ให้สายสะพายสอดใต้อินทรธนูข้างซ้าย

ด้านล่างสายสะพายทำเป็นหัวเข็มขัดปรับให้สั้นยาวได้

ติดประกอบกับเข็มขัดหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว

มีสายด้ายถักไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีขาวทำเป็นห่วงพาดต้นแขนซ้าย

สำหรับพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่าอากาศมีซองดาบปลายปืนและซองกระสุนหนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว

สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่าอากาศและนายทหารสัญญาบัตรมีซองปืนพกและซองกระบี่หนังหรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาวประกอบด้วย

เฉพาะชุดเชิญธงในโอกาสเชิญธงชาติ ธงชัยเฉลิมพล

และธงประจำหน่วยทหารให้ใช้สายสะพายหนัง

หรือวัตถุเทียมหนังหรือด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ๒

สาย สอดใต้อินทรธนูข้างละสายไขว้กันด้านหลังโดยให้สายขวาทับสายซ้าย

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

ใช้เชือกผูกรองเท้าด้ายถักหรือวัตถุเทียมด้ายถักสีขาว

(ฉ) สายสะพายปืนหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

(ช) ถุงมือสีขาว”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๑ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๕๑ ในขณะปฏิบัติราชการสนาม

หรือไปตรวจราชการสนาม หรือไปตรวจการฝึกของหน่วยทหาร ใช้เครื่องแบบและเครื่องประกอบ

ดังนี้

(๑) ทหารชาย เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทา

หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา

จะใช้หมวกหนีบสีเทาแทนหมวกทรงหม้อตาลสีเทาหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทาก็ได้

(๒) นายทหารสัญญาบัตร ใช้เครื่องแบบตรวจราชการสนามสีเทา

หรือสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อน

(ข) เสื้อตรวจราชการสนาม ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก

คอแบะแบบแหลมมีลิ้นปิดอกขัดดุมปิดคอได้ ที่แนวอกมีดุม ๕ ดุม ขัดซ่อนอยู่สาบ

แขนยาวทรงกระบอก ที่ปลายแขนทำเป็นสาบเจาะรังดุม มีดุมติดข้างละ ๒ ดุม

สำหรับปรับปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า

กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีดุมข้างละ ๑ ดุม

ขัดซ่อนไว้ข้างในปกกระเป๋า กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

มีดุมข้างละ ๒ ดุม ขัดซ่อนไว้ข้างในปกกระเป๋า ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดใหญ่

ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง

และในบางโอกาสจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้

(ค) กางเกงตรวจราชการสนาม ขายาวปิดตาตุ่ม ไม่พับปลายขา ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า

๒๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน

๑ เซนติเมตร ข้างหน้า ๒ ห่วง ทางข้าง ๒ ห่วง และข้างหลัง ๓ ห่วง สำหรับสอดเข็มขัด

ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียง ที่ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะข้างละ

๑ กระเป๋า มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม

ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเหนือแนวเข่ามีกระเป๋าย่ามยืดชายข้างละ ๑ กระเป๋า

ตัวกระเป๋ามีกลีบพับทบ ๒ กลีบระยะห่างเท่ากัน มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ

๓ ดุม ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่ กางเกงนี้เวลาสวมให้สอดปลายขาไว้ภายในรองเท้า

(ง) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ

(จ) เครื่องหมายต่าง ๆ ให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินดำ

เว้นแต่เครื่องหมายยศให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีขาว”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๖ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๕๖ ทหารหญิงซึ่งทำหน้าที่นางพยาบาล

ให้ใช้เครื่องประกอบเครื่องหมายยศ ดังนี้

(๑) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ภายในกรมกอง สถานพยาบาล

หรือในห้องเรียน

(ก) หมวกสีขาว

ใช้ผ้าเย็บติดกันเป็นรูปหมวกพยาบาลมีกระบังหน้า กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

เฉพาะนายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร เหนือกระบังมีแถบสีเทาแก่

ทำด้วยริบบิ้นกำมะหยี่ กว้าง ๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ กว้าง ๑ เซนติเมตร เรียกว่า

แถบเล็ก ประดับตามยาวโดยตลอด ขนานและห่างจากริมบนของกระบัง ๑.๕ เซนติเมตร มีจำนวนแถบดังนี้

คือ

นายทหารประทวน แถบเล็ก ๑ แถบ

นายทหารสัญญาบัตร แถบเล็ก ๒ แถบ เว้นระยะห่างแถบ ๑ เซนติเมตร

นายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพยาบาลหญิง และผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลทหารอากาศ

แถบใหญ่ ๑ แถบ

(ข) เสื้อกระโปรงติดกันและสายคาดเอวสีขาว

เสื้อคอแบะแบบคอมน ตั้งแต่คอถึงเอวผ่าตลอดตามแนวอกเสื้อ

ด้านในมีดุมขัดแขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕

เซนติเมตร ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร

กระโปรงยาวคลุมเข่าไม่เกินครึ่งน่อง

เอวติดกันกับเสื้อและผ่าติดต่อเป็นมุมฉากจากแนวอกของเสื้อ

ตามแนวเอวไปจดรอยผ่าเอวทางด้านซ้ายชายกระโปรงไม่บานจนเกินไป ด้านหน้ามีกระเป๋าปะข้างละ

๑ กระเป๋า ไม่มีปกตรงกลางด้านล่างของกระเป๋าและขอบกระเป๋าเป็นรูปแหลมพองาม

สายคาดเอว กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวรอบเอว ปลายทั้ง ๒ ข้าง

เป็นรูปแหลมชายมน ปลายขวาทับปลายซ้ายที่กึ่งกลางเอวด้านหน้าและขัดดุมสีทองขนาดเล็ก

๑ ดุม

(ค) รองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาว ชนิดผูกเชือก ส้นเตี้ย

ไม่มีริ้วและลวดลาย

(ง) ถุงเท้าสั้นสีขาว

(๒)

ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในงานเกียรติยศหรืองานทั่วไปใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ (๑)

เว้นแต่

(ก) เสื้อ ให้ใช้แขนยาว ข้อมือพับขัดดุมสีทอง

ลักษณะเช่นเดียวกับดุมสายคาดเอว เว้นแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ๒ ดุม

มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน

(ข) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว ส้นใหญ่พอสมควร สูงไม่เกิน ๕ เซนติเมตร

ไม่มีริ้วและลวดลาย

(ค) ถุงเท้ายาวสีขาว

เมื่อแต่งเครื่องแบบตาม (๑) หรือ (๒)

จะใช้เสื้อคลุมกันหนาวสีเทาทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ คอปกแบบคอมนคลุมไหล่ ไม่มีแขน

ซับในสีแดง ตัวยาวเท่าเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่ใต้คอปกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่ ๒ ดุม

มีสายสีเดียวกับดุม คล้องติดกันก็ได้

(๓) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม

หรือปฏิบัติราชการนอกหน่วยที่ตั้งปกติให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ (๑) เว้นแต่

(ก) เสื้อคอพับสีขาว แบบคอแหลม ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพกที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก

๕ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕ เซนติเมตร

ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร ตัวเสื้อด้านหน้าที่อกข้างซ้ายมีกระเป๋าปะ ๑

กระเป๋า ที่กึ่งกลางกระเป๋าปักเครื่องหมายราชการของหน่วยที่สังกัด

และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะตัวเสื้อด้านหลังมีแถบคาดเอว กว้าง

๓ เซนติเมตร ยาวจดตะเข็บข้างทั้งสองข้างที่แนวตะเข็บข้างเปิดชายเสื้อด้านล่างจดแถบคาดเอว

(ข) กางเกงขายาวสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทา

(ค) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว

หรือรองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาวชนิดผูกเชือกส้นเตี้ย ไม่มีริ้วและลวดลาย”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ยกเลิกความในข้อ

๖๓ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช

๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖๓ ตราหน้าหมวก มีดังนี้

(๑) พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน และนายทหารสัญญาบัตร

(ก) ตราหน้าหมวกโลหะ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก

สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ

ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง

ขนาดใหญ่ กว้าง

๖ เซนติเมตร สูง

๗ เซนติเมตร

ขนาดกลาง กว้าง

๔ เซนติเมตร สูง

๕ เซนติเมตร

ขนาดเล็ก กว้าง

๓ เซนติเมตร สูง

๔ เซนติเมตร

(ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้น

เป็นรูปปีกนก ๒ ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ

ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน

เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง

บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำรูปใบโพ

ขนาดใหญ่ กว้าง

๗ เซนติเมตร สูง

๘ เซนติเมตร

ขนาดเล็ก กว้าง

๔ เซนติเมตร สูง

๕ เซนติเมตร

(๒) นักเรียนนายเรืออากาศ

(ก) ตราหน้าหมวกโลหะเป็นรูปปีกนก ๒

ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ

ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงินเบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง

กว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร

(ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้น

เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ

ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน

เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง

บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำรูปใบโพ กว้าง ๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร”

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๔

พลเรือเอก ประพัฒน์ กฤษณจันทร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเครื่องแบบและส่วนประกอบของเครื่องแบบทหารอากาศ

เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการปฏิบัติราชการ และเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดเครื่องหมายสังกัดของกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ

กรมการลาดตระเวนทางอากาศ สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง

และศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นส่วนราชการในกองทัพอากาศ

สมควรกำหนดเครื่องหมายสังกัดของส่วนราชการดังกล่าว ประกอบกับสมควรเปลี่ยนแปลงรูปแบบและขนาดของเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศ

รวมทั้งกำหนดวิธีประดับให้เหมาะสมและเป็นสัญญลักษณ์ของทหารอากาศมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปณตภร/ปรับปรุง

๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๒๒/หน้า ๕๔๘/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๔

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ.2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ 19 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4b3a84d20036e89b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com