กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
ว่าด้วยผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๒] ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานต้องมีคุณสมบัติและต้องด้วยหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลต้องมีวัตถุประสงค์ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าทำการค้าขาออก ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้มีอาชีพทำการค้าขาออก
(๒) เป็นสมาชิกของสมาคมการค้าที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าสินค้ามาตรฐานชนิดที่ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก ในกรณีที่ไม่มีสมาคมการค้าดังกล่าวต้องเป็นสมาชิกของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือเป็นผู้ที่สมาคมการค้าหรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยไม่ยอมรับเป็นสมาชิกหรือคัดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสั่งให้รับจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
(๓) มีเงินทุนที่ชำระแล้ว หรือที่นำมาใช้ในการประกอบพาณิชยกิจตามที่จดทะเบียนไว้ ณ หอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท หรือสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี ดังนี้
(ก) สำหรับทำการค้าข้าว ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท
(ข) สำหรับทำการค้าสินค้าอื่น ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท
(๔) มีสำนักงานที่แน่นอน และเหมาะสมสำหรับใช้เป็นสำนักงานทำการค้าขาออก
(๕) มีพนักงานและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่การดำเนินธุรกิจประจำสำนักงาน
(๖) ไม่เคยกระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าขาออก
(๗) ไม่เป็นผู้ถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานมาแล้วรวมกันตั้งแต่สามครั้งขึ้นไป
(๘) ไม่เป็นผู้ถูกสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
ความใน (๑) (๒) และ (๓) มิให้ใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียน
ข้อ ๒ ให้ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแนบเอกสารประกอบคำร้องขอ ดังต่อไปนี้
(๑) หลักฐานการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือการจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทหรือชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขา
(๒) หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท
(๓) สำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีครั้งหลังสุด
(๔) หลักฐานการครอบครองสำนักงาน
(๕) หลักฐานการมีเงินทุนตามข้อ ๑ (๓)
ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ และมาเปิดสำนักงานสาขาในประเทศไทย ต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำการค้าไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินทุนที่กำหนดตามข้อ ๑ (๓)
ข้อ ๓ การขอจดทะเบียนและการขอต่ออายุใบทะเบียนให้ยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาแล้วแต่กรณี ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด
ข้อ ๔ ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) มีตรา แผ่นป้าย สลากหรือเครื่องหมายใด ๆ ที่มีลักษณะแน่นอนที่ใช้เกี่ยวกับการส่งสินค้าขาออก โดยจะมีตัวอักษร ตัวเลข ภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้
(๒) ส่งมอบตัวอย่างตรา แผ่นป้าย สลากหรือเครื่องหมายตาม (๑) ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี อย่างละสามชุด
การยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมตรา แผ่นป้าย สลากหรือเครื่องหมายที่ส่งมอบตัวอย่างตามวรรคก่อนต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี
(๓)[๓] ประทับ ปิด หรือผูกติด ตรา แผ่นป้าย สลาก หรือเครื่องหมายตาม (๑) หรือ (๒) ที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อหรือผูกมัด ที่จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร เพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นเป็นของตน เว้นแต่โดยสภาพแห่งสินค้าหรือโดยวิธีการส่งออกไม่อาจหรือไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ประกาศยกเว้นไว้ ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้า
(๔) ส่งรายงานเกี่ยวกับการส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักร ให้แก่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออก
ข้อ ๕ การขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา หรือบุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า แล้วแต่กรณี ตามแบบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด
ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานได้รับแจ้งข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใด ๆ เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานนั้นแจ้งรายละเอียดข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทนั้นเป็นหนังสือต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔
เกษม ศรีพยัคฆ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน และกำหนดเงื่อนไขในการทำการค้าขาออก ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินการจัดและควบคุมมาตรฐานสินค้าขาออก ตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน[๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อแก้ไขคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการขอจดทะเบียนสำหรับผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าและกฎหมายว่าด้วยหอการค้า
อุษมล/ผู้จัดทำ
๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๒๑/หน้า ๓๒๘/๗ มีนาคม ๒๕๐๔
[๒] ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
[๓] ข้อ ๔ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๑๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓ ว่าด้วยผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๑๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).