พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อขยายทางหลวงพิเศษหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี-ปากท่อ
ตอนทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร
พ.ศ. ๒๕๓๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
เป็นปีที่ ๔๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทาง
หลวงพิเศษหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี-ปากท่อ ตอนทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร ในท้องที่อำเภอ
เมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกอบกับ มาตรา๕
วรรคสาม และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินใน
บริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงพิเศษหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี-ปากท่อ ตอนทางแยก
ต่างระดับสมุทรสาคร พ.ศ. ๒๕๓๖"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี
มาตรา ๔ ให้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๕ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่
อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร มีส่วนกว้างหนึ่งนั้นเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตาม
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราช
กฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นจะต้อง
ขยายทางหลวงพิเศษหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี-ปากท่อ ตอนทางแยกต่างระดับสมุทรสาคร
ในท้องที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดแก่การ
จราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภคในการนี้ สมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะ
เวนคืนในท้องที่ดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการ
สำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน จึงจำเป็นต้อง
ตราพระราชกฤษฎีกานี้
[รก.๒๕๓๖/๒๒๘/๑๐พ/๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๖]
พรพิมล/แก้ไข
๒๔ มิ.ย ๒๕๔๕
A+B (C )
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).