กฎกระทรวง
กำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา
การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ
วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง
ของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
กรรมการ
หมายความว่า กรรมการการอุดมศึกษา
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร
เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
องค์กรวิชาชีพ
หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
องค์กรเอกชน
หมายความว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษามีกรรมการจำนวนยี่สิบคน
ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง
จำนวนห้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
(๓)
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน
(๔)
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนหนึ่งคน
(๕)
กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนหนึ่งคน
(๖)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านการวางแผนยุทธศาสตร์
ด้านกำลังคนของประเทศ ด้านคุณภาพมาตรฐาน ด้านธุรกิจ ด้านมนุษยศาสตร์ ด้านวิจัยและนวัตกรรม
ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ด้านเศรษฐกิจการคลังและงบประมาณ ด้านสังคมศาสตร์ หรือด้านอุตสาหกรรมจำนวนสิบคน
ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๔ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔)
(๕) และ (๖) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑)
มีสัญชาติไทย
(๒)
มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓)
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๖)
ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗)
ไม่เป็นคู่สัญญาหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
หรือสถานศึกษา หรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา
ข้อ ๕ ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ต้องไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
คณะกรรมการคุรุสภา หรือคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในคราวเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคณะ
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งในคราวเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคณะ
ผู้นั้นต้องลาออกจากตำแหน่งในคณะกรรมการดังกล่าวจนเหลือการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการใดคณะกรรมการหนึ่งเพียงคณะเดียวก่อนปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ
ซึ่งจะต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้ามิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนด
ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ
และให้รัฐมนตรีเลือกประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๓ (๓)
(๔) (๕) หรือ (๖) จากบุคคลซึ่งได้รับการเสนอรายชื่อมาแล้วตามข้อ ๗ (๑) วรรคหนึ่ง หรือข้อ
๗ (๒) วรรคสาม แล้วแต่กรณี และนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการต่อไป
โดยในการเลือกประธานกรรมการ ให้รัฐมนตรีเลือกบุคคลซึ่งได้รับการเสนอรายชื่อมาแล้วตามข้อ
๗ (๒) วรรคสาม เพิ่มขึ้นก่อนให้ครบจำนวนสิบเอ็ดคน แล้วจึงเลือกประธานกรรมการจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีเลือกเพิ่มขึ้นดังกล่าว
ข้อ ๖ ในการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง จำนวนเจ็ดคน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้
(๑)
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
(๒)
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๓)
ประธานกรรมการ ก.ล.ต.
(๔)
กรรมการสรรหาซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนหนึ่งคน
(๕)
กรรมการสรรหาซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ประธานคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล หรือนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย
ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวนหนึ่งคน
(๖)
กรรมการสรรหาซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อการอุดมศึกษา
จำนวนสองคน
ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา
กรรมการสรรหาตาม
(๓) (๔) (๕) และ (๖) ไม่มีสิทธิเป็นประธานกรรมการและกรรมการ
ข้อ ๗ การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑)
การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้แทนองค์กรเอกชน ให้สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา
องค์กรวิชาชีพ และองค์กรเอกชนแต่ละแห่ง เสนอชื่อผู้ซึ่งเห็นสมควรเป็นกรรมการและมีคุณสมบัติตามข้อ
๔ แห่งละหนึ่งคน
ให้รัฐมนตรีเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้แทนองค์กรเอกชน ให้เหลือเท่ากับจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๓
(๓) (๔) และ (๕)
(๒)
การสรรหาและการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชนเสนอชื่อผู้ซึ่งมีความรู้
ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ
๔ แห่งละหนึ่งคน
บุคคลทั่วไปซึ่งมีความรู้
ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ
๔ สามารถเสนอชื่อตนเองเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้
ให้คณะกรรมการสรรหาตามข้อ
๖ ร่วมกันสรรหาผู้ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ
ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔
จำนวนยี่สิบสองคนเสนอรัฐมนตรีเลือกให้เหลือจำนวนสิบเอ็ดคน
(๓)
การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้รัฐมนตรีเลือกประธานกรรมการจากผู้ซึ่งได้รับเลือกตาม
(๒)
เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกตาม
(๑) (๒) และ (๓) เสร็จสิ้นแล้ว ให้รัฐมนตรีนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ
ข้อ ๘ ในการสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่ประชาสัมพันธ์และกำหนดระยะเวลาการเสนอชื่อ
กำหนดแบบการเสนอชื่อ ตรวจสอบคุณสมบัติรวมทั้งเอกสารและหลักฐานของผู้เสนอชื่อและผู้ได้รับการเสนอชื่อ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการจนเสร็จสิ้น
ข้อ ๙ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔)
(๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(๔)
ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔
(๕)
เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการอื่นตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง เกินกว่าหนึ่งคณะ
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ
ให้รัฐมนตรีเลือกประธานกรรมการจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และเสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ
ในกรณีที่กรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรีเลือกกรรมการตามข้อ ๓
(๓) (๔) (๕) หรือ (๖) จากบุคคลซึ่งได้รับการเสนอรายชื่อมาแล้วตามข้อ ๗ (๑)
วรรคหนึ่ง หรือข้อ ๗ (๒) วรรคสาม แล้วแต่กรณี ซึ่งยังคงมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ และนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ในกรณีที่ไม่อาจเลือกประธานกรรมการตามวรรคหนึ่งได้
ให้รัฐมนตรีเสนอชื่อผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถ
และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ
ในกรณีที่ไม่อาจเลือกกรรมการตามวรรคสองได้
หากเป็นกรณีกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) หรือ (๕) ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้ง
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๗ (๑) และวรรคสอง หากเป็นกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้รัฐมนตรีเสนอรายชื่อผู้ซึ่งมีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ
ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนภายในเก้าสิบวันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) อาจดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งแทนประธานกรรมการและกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
และให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการการอุดมศึกษาขึ้นใหม่ตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๓ การนับวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้นับรวมวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎกระทรวงนี้ด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.
๒๕๖๑
ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานสมควรปรับปรุงจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ
หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศ
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/จัดทำ
๑ ตุลาคม
๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๖๕ ก/หน้า ๑๑/๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).