我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561

子法規・公布 2018-08-31・全 14 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการการอุดมศึกษา “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย “องค์กรวิชาชีพ” หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย “องค์กรเอกชน” หมายความว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษามีกรรมการจำนวนยี่สิบคน ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนห้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (๓) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหนึ่งคน (๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนหนึ่งคน (๕) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนหนึ่งคน (๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ ด้านกำลังคนของประเทศ ด้านคุณภาพมาตรฐาน ด้านธุรกิจ ด้านมนุษยศาสตร์ ด้านวิจัยและนวัตกรรม ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ด้านเศรษฐกิจการคลังและงบประมาณ ด้านสังคมศาสตร์ หรือด้านอุตสาหกรรมจำนวนสิบคน ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ (๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๗) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือสถานศึกษา หรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ต้องไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการคุรุสภา หรือคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในคราวเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคณะ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งในคราวเดียวกันเกินกว่าหนึ่งคณะ ผู้นั้นต้องลาออกจากตำแหน่งในคณะกรรมการดังกล่าวจนเหลือการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการใดคณะกรรมการหนึ่งเพียงคณะเดียวก่อนปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ ซึ่งจะต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้ามิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ และให้รัฐมนตรีเลือกประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) จากบุคคลซึ่งได้รับการเสนอรายชื่อมาแล้วตามข้อ ๗ (๑) วรรคหนึ่ง หรือข้อ ๗ (๒) วรรคสาม แล้วแต่กรณี และนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการต่อไป โดยในการเลือกประธานกรรมการ ให้รัฐมนตรีเลือกบุคคลซึ่งได้รับการเสนอรายชื่อมาแล้วตามข้อ ๗ (๒) วรรคสาม เพิ่มขึ้นก่อนให้ครบจำนวนสิบเอ็ดคน แล้วจึงเลือกประธานกรรมการจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีเลือกเพิ่มขึ้นดังกล่าว

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง จำนวนเจ็ดคน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลซึ่งสมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (๒) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (๓) ประธานกรรมการ ก.ล.ต. (๔) กรรมการสรรหาซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนหนึ่งคน (๕) กรรมการสรรหาซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ประธานคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล หรือนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวนหนึ่งคน (๖) กรรมการสรรหาซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อการอุดมศึกษา จำนวนสองคน ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา กรรมการสรรหาตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) ไม่มีสิทธิเป็นประธานกรรมการและกรรมการ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้แทนองค์กรเอกชน ให้สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา องค์กรวิชาชีพ และองค์กรเอกชนแต่ละแห่ง เสนอชื่อผู้ซึ่งเห็นสมควรเป็นกรรมการและมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคน ให้รัฐมนตรีเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้แทนองค์กรเอกชน ให้เหลือเท่ากับจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๓ (๓) (๔) และ (๕) (๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชนเสนอชื่อผู้ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคน บุคคลทั่วไปซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ สามารถเสนอชื่อตนเองเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ ให้คณะกรรมการสรรหาตามข้อ ๖ ร่วมกันสรรหาผู้ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ จำนวนยี่สิบสองคนเสนอรัฐมนตรีเลือกให้เหลือจำนวนสิบเอ็ดคน (๓) การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้รัฐมนตรีเลือกประธานกรรมการจากผู้ซึ่งได้รับเลือกตาม (๒) เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกตาม (๑) (๒) และ (๓) เสร็จสิ้นแล้ว ให้รัฐมนตรีนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่ประชาสัมพันธ์และกำหนดระยะเวลาการเสนอชื่อ กำหนดแบบการเสนอชื่อ ตรวจสอบคุณสมบัติรวมทั้งเอกสารและหลักฐานของผู้เสนอชื่อและผู้ได้รับการเสนอชื่อ ตลอดจนทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการจนเสร็จสิ้น

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔ (๕) เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการอื่นตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง เกินกว่าหนึ่งคณะ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรีเลือกประธานกรรมการจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรีเลือกกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) จากบุคคลซึ่งได้รับการเสนอรายชื่อมาแล้วตามข้อ ๗ (๑) วรรคหนึ่ง หรือข้อ ๗ (๒) วรรคสาม แล้วแต่กรณี ซึ่งยังคงมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ และนำรายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในกรณีที่ไม่อาจเลือกประธานกรรมการตามวรรคหนึ่งได้ ให้รัฐมนตรีเสนอชื่อผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ในกรณีที่ไม่อาจเลือกกรรมการตามวรรคสองได้ หากเป็นกรณีกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) หรือ (๕) ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๗ (๑) และวรรคสอง หากเป็นกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้รัฐมนตรีเสนอรายชื่อผู้ซึ่งมีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในข้อ ๓ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนภายในเก้าสิบวันก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) อาจดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งแทนประธานกรรมการและกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ และให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการการอุดมศึกษาขึ้นใหม่ตามกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การนับวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๓ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้นับรวมวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎกระทรวงนี้ด้วย ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานสมควรปรับปรุงจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปวันวิทย์/จัดทำ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๖๕ ก/หน้า ๑๑/๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查